แม่ร้อง "ปวีณา" ลูกชาย 10 ขวบติดยาบ้า ตาขวาง อารมณ์ร้าย อาละวาดพังข้าวของ ทำร้ายสัตว์เลี้ยง คลั่งจะปาดคอฆ่าแมว พาไปหาหมอพบสารเสพติดในร่างกาย เหตุจากถูกชายข้างบ้านหลอกให้กินยาบ้าจนติด บังคับหาเงินไปให้ทุกวัน

วันที่ 20 สิงหาคม 2566 จากกรณีเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2566 มีแม่ชาวอำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ได้ร้องทุกข์มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ได้แจ้งว่า ระยะเวลาเดือนเศษที่ผ่านมา ลูกชายวัย 10 ขวบ เรียนอยู่ชั้น ป.5 พฤติกรรมเปลี่ยนไป มีอาการคลุ้มคลั่ง ทำลายข้าวของ ด่าทอคนในบ้าน โดยวันที่ 25 กรกฎาคม ลูกชายโวยวายและถือมีดปลายแหลมจะไปปาดคอแมว พอดีแม่มาเห็นก่อนจึงห้ามไว้ทัน จากนั้นแม่จึงพาลูกส่งโรงพยาบาล และแพทย์ตรวจพบสารเสพติดในร่างกาย 


จากการสอบถามเด็ก บอกว่า ถูกนายสิงห์ (นามสมมติ) ที่อยู่ข้างบ้านหลอกให้กินยาบ้าทุกวัน วันละ 2-3 เม็ด มาเดือนกว่า พอเริ่มติดยาบ้านายสิงห์ก็บังคับให้หาเงินมาให้ทุกวัน อย่างน้อยวันละ 50-100 บาท โดยเด็กในพื้นที่ถูกนายสิงห์หลอกจนติดยาบ้างอมแงม และบังคับให้หาเงินมาจ่ายให้ทุกวันอีกนับสิบราย ที่ผ่านมาแม่เด็กไม่รู้เรื่องมาก่อน แต่ลูกจะมาขอเงินแม่และยายทุกวัน ถ้าไม่ได้ก็จะฉุนเฉียว ด่าทอแม่กับยาย และทำลายข้าวของในบ้าน กระทั่งพาลูกไปโรงพยาบาลจึงรู้ความจริง และแพทย์ได้ให้ยาลูกมากินเพื่อรักษา ซึ่งแม่ก็ไม่กล้าที่จะไปเอาเรื่องนายสิงห์ แต่เมื่อวันที่ 15 ส.ค. จู่ๆ นายสิงห์เห็นว่าเด็กไม่ไปเอายาบ้ามากินหลายวันแล้ว ได้มาข่มขู่จะทำร้ายลูกชาย และจะขับรถชนลูกชายถึง 2 ครั้ง แม่จึงทนไม่ไหว พาลูกเข้าแจ้งความ โดยตำรวจ สภ.จะนะ ได้มาควบคุมตัวนายสิงห์ไปสอบสวนที่โรงพักเพื่อดำเนินคดี

...


ต่อมา น้องชายและลูกชายของนายสิงห์ ได้มาคุยโวว่าตำรวจทำอะไรไม่ได้หรอก เพราะ "รู้จักนาย" ถูกจับไปเดี๋ยวก็ปล่อยมา และใครที่ไปแจ้งตำรวจก็ระวังตัวไว้ให้ดี แม่และครอบครัวจึงเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย ขอมูลนิธิปวีณาฯ ช่วยเหลือด้วย 


หลังรับเรื่อง นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ได้ประสาน พ.ต.อ.พชรพล ณ นคร ผกก.สภ.จะนะ จ.สงขลา ได้รับรายงานว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหานายสิงห์ มียาเสพติดไว้ในครอบครอง (เฮโรอีน ยาบ้า ไอซ์) และเสพยาเสพติด อยู่ระหว่างทำการสอบสวน ซึ่งนางปวีณา ได้นัดหมายกับ ผกก.สภ.จะนะ เพื่อให้ผู้เสียหายไปพบในเวลา 11.00 น. วันที่ 17 ส.ค. เพื่อสอบปากคำ ก่อนจะแจ้งข้อหาเพิ่มเติมกับนายสิงห์ และจะคุมตัวฝากขังศาลในวันที่ 18 ส.ค. 66 พร้อมคัดค้านการประกันตัว

    

แม่ของ ด.ช. 10 ขวบ เล่าด้วยว่า คนร้ายรายนี้มีพฤติกรรมขายยาบ้าให้กับเด็กๆ ในชุมชนย่านนั้น เม็ดละ 50 บาท ตอนแรกก็บังคับให้เด็กกินก่อน พอติดยาแล้ว ก็ต้องมาซื้อยากับตน พ่อแม่เด็กก็ไม่รู้เรื่อง เพราะเห็นเป็นคนในหมู่บ้านจึงเชื่อใจ 


ขณะที่นางปวีณา กล่าวว่า "ปัจจุบันยาเสพติดได้แพร่ระบาดไปทุกพื้นที่และตามชุมชนต่างๆ รู้สึกเป็นห่วงเด็กๆ ที่อาจตกเป็นเหยื่อ ถูกชักจูงไปสู่หายนะ จึงขอวิงวอนให้ผู้ปกครองช่วยกันดูแลลูกหลานให้ดี เราต้องช่วยเด็กๆ ไม่ให้ตกเป็นทาสยาเสพติด เพราะครอบครัวจะตกนรกทั้งเป็น เด็กคืออนาคตของชาติ ต้องช่วยกันสร้างครอบครัวอบอุ่น ชุมชนเข้มแข็ง บ้านเมืองจะได้สงบสุข"


ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านเกิดเหตุ ซึ่งอยู่พื้นที่หมู่ 4 ตำบลสะกอม อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ได้พบกับหญิงวัย 43 ปี แม่ของเด็กชายวัย 10 ขวบ พ่อเลี้ยงและยาย พาดูร่องรอยที่เด็กชายวัย 10 ขวบ ทุบทำลาย มีพัดลม ประตูห้องน้ำ และที่นอน หมอน มุ้ง อีกทั้งยังมีสัตว์เลี้ยงคือ แมว โดนเด็กชายวัย 10 ขวบ ทำร้ายไป 3 ตัว ซึ่งแต่ละตัวอยู่ในอาการหวาดกลัวตลอดเวลา ส่วนบ้านของนายสิงห์ เพื่อนบ้านที่เอายาบ้าให้เด็กชาย 10 ขวบกิน บ้านอยู่ติดกัน ห่างกันแค่ก้าวเดียว 


แม่ของเด็ก เปิดเผยว่า เป็นช่วงที่ลูกชายกลับมาอยู่กับแม่ ตอนปิดเทอมที่ผ่านมา แล้วเด็กมีอาการแปลกๆ อยู่ประมาณ 1 อาทิตย์ ชอบโวยวาย อาละวาด โมโห และพังประตูห้องน้ำ แต่ที่รุนแรงสุดคือเอาแมวมาบีบคอทำให้แมวมีเลือดไหลออกทางจมูก ลูกโวยวายมากขึ้นก็พาไปโรงพยาบาล ทางคุณหมอก็แจ้งว่าน้องมีสารเสพติดอยู่ในร่างกายเยอะมาก เด็กได้บอกแพทย์และนักจิตวิทยาว่าได้มาจากคนชื่อแระ เขาให้เสพวันละ 2-3 เม็ด ใช้วิธีการเคี้ยวพร้อมกับดื่มน้ำชูกำลังตามไป ตอนนั้นทางครอบครัวยังไม่ได้ติดต่อใครเลย เพราะไม่ได้เชื่อลูกเรา 100 เปอร์เซ็นต์ อีกทั้งไม่เชื่อว่านายสิงห์เป็นคนทำ 


"บังเอิญว่าวันนั้นลูกเดินไปซื้อขนม นายแระได้ขับมอเตอร์ไซค์จะเฉี่ยวเด็กพร้อมข่มขู่ ซึ่งน้องสาวก็เห็นและได้ยิน แต่นายสิงห์บอกว่าไม่ได้ทำ ซึ่งเราไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ ก็ต้องว่าไปตามกระบวนการของเจ้าหน้าที่ กระบวนการทางยุติธรรม แล้วเด็กก็พูดชัดเจน สามารถบอกได้เป็นเรื่องเป็นราว หลังจากนั้นทางเราก็ไปแจ้งความ เพราะไม่รู้จะทำยังไงดี ไม่รู้จะให้ใครช่วยดี เลยโทรไปทางท่านปวีณาว่ามีเหตุการณ์ประมาณนี้ ท่านพอจะช่วยเหลือลูกเราได้ไหม ท่านบอกว่าได้ เดี๋ยวจะดูแลเรื่องของลูกเอง ส่วนเรื่องว่าเสพยายังไงก็ต้องปล่อยให้ทางเจ้าหน้าที่จัดการ"

...


ด้านยายเด็ก อายุ 59 ปี กล่าวว่า ช่วงนั้นโรงเรียนได้ปิดเทอม ได้รับน้องกลับมาบ้าน ตนและแม่ของน้องได้ให้เงินวันละ 40-50 บาททุกวันตามปกติ แต่ก็ไม่ได้ถามว่าเอาเงินไปใช้จ่ายอะไรบ้าง แล้วจู่ๆ น้องก็เกิดอาการแปลกๆ ตนก็งง ว่าทำไมน้องชอบเอาไม้ไปทุบตีทำลายข้าวของ ตีต้นไม้บ้าง ช่วงตื่นนอนตอนเช้าน้องจะมีอาการโมโห ยืนตาขวาง ชอบพูดแรงๆ ใส่ ซึ่งอาการน้องคล้ายๆ กับคนเมายาบ้าตามข่าวในทีวี เห็นอะไรไม่ได้ จะมีอาการโมโหไปหมด ก็เลยโทรศัพท์ไปหาครู ก่อนที่ครูจะเดินทางมาที่บ้าน และวันนั้นประมาณวันที่ 4 กรกฎาคม ครูได้มาเยี่ยมที่บ้านและเมื่อครูเห็นหน้าน้องแล้วก็บอกว่า "ครูจะมารับกลับ" และยังไม่ทันพูดจบ น้องได้ปาสิ่งของใส่ครูทันที แล้วก็ใช้ไม้ทุบพัดลมจนพังเสียหายไป 3 ตัว ครูบอกตนและแม่ของน้องว่า "อาการน้องมันดูแปลกๆ" และครูก็ไม่กล้าเข้าไป จากนั้นครูบอกให้น้องไปอาบน้ำ น้องก็เดินเข้าห้องน้ำ ครูเดินตามไปดู ปรากฏว่าน้องได้ปาสบู่ใส่ครู แล้วทุบทำลายประตูห้องน้ำจนพัง ครูจึงได้บอกให้พาน้องไปหาหมอ ครูเอาน้องกลับไปโรงเรียนไม่ได้แล้ว กลัวจะไปอาละวาด ทุบตีเพื่อนๆ ในห้อง จนกระทั่งน้องมีอาการรุนแรงขึ้นถึงขั้นกระโดดน้ำคลองวันละ 3 รอบ


"พอวันที่ 24 กรกฎาคม ตัดสินใจพาน้องไปหาหมอที่โรงพยาบาลจะนะเพื่อตรวจดูอาการของน้อง พอผลตรวจสรุปออกมา ทางหมอได้บอกว่า ต้องรีบส่งน้องไปบำบัดรักษาที่โรงพยาบาลสงขลาโดยด่วน เนื่องจากพบสารเสพติดในตัวน้องจำนวนมาก จึงได้ไปขอความช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ อส.อำเภอจะนะ ช่วยคุมตัวน้องไปส่งที่โรงพยาบาล และพอไปถึงอยู่ได้สักพัก น้องเกิดอาการคลุ้มคลั่ง อาละวาดในโรงพยาบาล เจ้าหน้าที่จึงจำเป็นต้องมัดแขนขาและล็อกตัวเอาไว้กับเตียงนอน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้มาถามว่าน้องเป็นอะไร ก็ตอบไปว่า น้องอยากยาบ้า จากนั้นหมอก็เจาะเลือด เอาปัสสาวะไปตรวจและก็ฉีดยาให้หลับ ช่วงที่อยู่โรงพยาบาลน้องไม่หลับไม่นอน อาละวาดทุกวัน ซึ่งตอนนี้อาการของน้องเริ่มดีขึ้น แต่ถ้าถามว่าสารเสพติดในร่างกายจะหายไปหมดจากร่างกายไหม หมอตอบว่า สารเสพติดที่อยู่ในร่างกายจะหายไป ต้องใช้เวลา 2 เดือนในการล้างสารเสพติด ส่วนนายสิงห์ได้หลบหนีไปประเทศมาเลเซีย ก่อนที่นายสิงห์จะหลบหนี นายสิงห์ได้แอบนำยาบ้ามาวางไว้ที่หน้าห้องน้ำ 2 เม็ด เมื่อถามน้องว่าคืออะไร น้องก็ไม่ตอบ พร้อมกับคว้ายาบ้าเข้าห้องน้ำไป พอตกเย็นน้องก็เกิดอาการคลุ้มคลั่งทันที ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจตามจับนายสิงห์ได้ จึงทำให้เมียของนายสิงห์เกิดความไม่พอใจ และไม่เชื่อว่าสามีตัวเองจะเป็นคนทำ"

...


ขณะเดียวกัน พ่อเลี้ยงเด็ก ระหว่างที่พูดคุยกับผู้สื่อข่าว ได้อุ้มแมวตัวสีขาวขึ้นมาให้ดู ซึ่งเป็น 1 ใน 3 ตัว ที่โดนเด็กชายวัย 10 ขวบ ทำร้ายด้วยการเอามีดมาปาดคอและบีบคอจนมีเลือดไหลออกมาทางจมูก ยังคงมีร่องรอยบาดแผลที่บริเวณข้างจมูก จากนั้นก็พาไปดูแมวตัวที่ 2 ซึ่งกำลังนอนอยู่ในกรง และยังมีอาการหวาดผวาตลอดเวลา ส่วนตัวที่ 3 แอบไปนอนหลบซ่อน เพราะยังมีอาการกลัวอยู่ ซึ่งตอนนี้แมวทั้ง 3 ตัว จะระวังตัวมาก เพราะโดนทำร้ายเหมือนกันหมด.