เกาะพะงันเร่งฟื้นความเชื่อมั่น การรักษาความปลอดภัย หลังเกิดเหตุหนุ่มสเปนฆ่าหั่นศพหมอชาวโคลอมเบีย ซึ่งผู้ประกอบยันไม่ได้ส่งผลต่อภาพลักษณ์ของการท่องเที่ยวเกาะพะงัน แต่มองว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจมีความพร้อม มีมาตรฐานการดูได้ดี เพราะมีการติดตั้งกล้องวงจรปิดทั่วเกาะ

  

เมื่อวันที่ 8 ส.ค. 66 จากกรณีที่มีเหตุการณ์ นายแดเนียล ซานโซ อายุ 29 ปี สัญชาติสเปน ก่อเหตุฆ่าหั่นศพ นายเอ็ดวิน อาริต้า อายุ 44 ปี สัญชาติโคลอมเบีย ซึ่งเป็นศัลยแพทย์ โดยลงมือก่อเหตุฆาตกรรมหั่นศพแยกชิ้นส่วนไปทิ้งถังขยะอย่างเหี้ยมโหด  ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการลงมือก่อเหตุของชาวต่างชาติ ที่เลือกใช้พื้นที่บนเกาะพะงัน อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี ลงมือก่อเหตุอย่างเหี้ยมโหดจนเป็นข่าวดังไปทั่วทั้งในประเทศและต่างประเทศ ในช่วง 3-4 วันที่ผ่านมา โดยทางผู้ประกอบการท่องเที่ยวบนเกาะพะงัน เชื่อว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของการท่องเที่ยวเกาะพะงันแต่อย่างใด และทำยังให้เกิดเห็นถึงมาตรการดูแลความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวที่มีประสิทธิภาพสูง และการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพของเจ้าหน้าที่

  

ด้าน นางนฤมล ใหม่โสภา ที่ปรึกษาสมาคมโรงแรมและการท่องเที่ยวเกาพะงัน ให้ข้อมูลว่า หลังเกิดเหตุการณ์ฆาตกรรมหั่นศพขึ้นบนเกาะพะงัน ในช่วง 3-4 ที่ผ่านมานั้น ยังไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวบนเกาะพะงัน หรือส่งผลต่อภาพลักษณ์ของการท่องเที่ยวบนเกาะพะงันแต่อย่างใด เนื่องจากผู้ที่ก่อเหตุเป็นชาวต่างชาติ ที่มีการเตรียมการและวางแผนในการที่จะก่อเหตุในครั้งนี้มาก่อนแล้ว เพียงแต่ผู้ที่ก่อเหตุเลือกใช้พื้นที่บนเกาะพะงันเป็นสถานที่ในการลงมือก่อเหตุ และเหตุการณ์ครั้งนี้ก็ไม่ได้เกิดจากการกระทำของคนในพื้นที่หรือชาวบ้านบนเกาะพะงัน หรือเป็นการกระทำของคนไทยแต่อย่างใด โดยหลังเกิดเหตุการณ์ขึ้น ก็ได้มีการพูดคุยกับนักท่องเที่ยวต่างชาติว่า รู้สึกกลัว หรือวิตกกังวัล ถึงความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์หรือไม่ ขณะที่เดินทางมาพักผ่อนและท่องเที่ยวอยู่บนเกาะพะงัน โดยชาวต่างชาติเองก็ให้เหตุผลว่า ไม่ได้รู้สึกวิตกกังวลแต่อย่างใด เพราะเหตุการณ์ลักษณะเช่นนี้ก็สามารถเกิดขึ้นที่ไหนก็ได้ทั่วโลก จึงไม่รู้ว่าจะต้องวิตกกังวลอะไร  

  

ขณะเดียวกัน นางนฤมล ยังมองว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังสะท้อนให้เห็นถึงมาตรการดูแลความปลอดภัยให้กับคนในพื้นที่ร่วมถึงนักท่องเที่ยวบนเกาะพะงัน เนื่องจากหลังเกิดเหตุการณ์เพียง 1 วัน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็สามารถติดตามควบคุมตัวผู้ที่ก่อเหตุได้แล้ว ทำให้เกิดความเชื่อมั่นของการทำงานของเจ้าหน้าที่ ร่วมถึงมาตรการด้านความปลอดภัย ที่มีการติดตั้งกล้องวงจรปิดไว้ตามจุดต่างๆ กระจายกันไปทั่วเกาะพะงัน ซึ่งจะเป็นการดูแลและติดตามนักท่องเที่ยวได้หากเกิดเหตุการณ์ขึ้น ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เห็นว่าไม่ใช่เรื่องง่ายที่ใครที่คิดจะมาใช้พื้นที่บนเกาะพะงันในการที่ก่อเหตุร้ายใดๆ เพราะเหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพร้อมของเจ้าหน้าที่ ร่วมถึงระบบอุปกรณ์ต่างๆ ในด้านการดูความปลอดภัยที่ประสิทธิภาพ 

  

ขณะที่ นางสาวเทพี จันทร์บุตร ผู้ประกอบการรถโดยสารที่ค่อยให้บริการรับส่งผู้โดยสารบนเกาะพะงัน มองว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบกับการท่องเที่ยวบนเกาะพะงัน เพราะผู้ที่ก่อเหตุไม่ใช่คนในพื้นที่ เป็นเรื่องของชาวต่างชาติที่มีปัญหาเรื่องส่วนตัวกัน ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับคนในพื้นที่ แต่ในส่วนตัวก็รู้สึกใจเหมือนกันเมื่อเกิดเหตุแบบนี้ขึ้นบนเกาะพะงัน แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นทางเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้อย่างรวดเร็ว ทำให้เห็นถึงความพร้อมของเจ้าหน้าที่ในทำงาน และความพร้อมในการที่จะดูแลความปลอดภัยให้กับคนในพื้นที่ ร่วมถึงนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวบนเกาะพะงัน มีความพร้อมในการทำงาน ซึ่งมองว่าเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวบนเกาะพะงันได้มีความมั่นใจการที่จะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยว.

...