ผู้ว่าฯ นราธิวาส เผยเงินบริจาคช่วยชาวมูโนะกว่า 20 ล้าน ยังไม่เบิก ขณะความคืบหน้าทางคดีเร่งติดตามประสานเพื่อนบ้าน ตามตัวผัวเมียเจ้าของโกดัง ผู้การนราธิวาส ระบุให้เวลา 7 วัน สอบสวนปมเจ้าหน้าที่รับส่วยเพื่อใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบ

เมื่อวันที่ 4 ส.ค. 66 นายสนั่น พงษ์อักษร ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวขณะแถลงผลการปฏิบัติงานให้ความช่วยเหลือ และติดตามความคืบหน้าด้านคดีกรณีเหตุระเบิดโกดังดอกไม้ไฟในตลาดมูโนะ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ว่า ขณะนี้ยอดบริจาคที่ประชาชนให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวนั้น ในวันนี้มียอดกว่า 20 ล้านบาท ซึ่งขั้นตอนการเบิกจ่ายนั้นต้องผ่านคณะกรรมการต่างๆ ตั้งแต่ระดับอำเภอมาถึงระดับจังหวัด เพื่อพิจารณาการใช้จ่ายในส่วนต่างๆ

ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวต่อว่า ในเบื้องต้นขณะนี้ยังไม่มีความเร่งด่วนที่ต้องเบิกเงินส่วนนี้ไปใช้จ่าย เนื่องจากในพื้นที่เองมีหน่วยงานภาครัฐ ประชาชน ภาคเอกชน และองค์กรต่างๆ เข้ามาให้ความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง ทั้งปูน ไม้ กระเบื้อง และเจ้าหน้าที่ทหารช่าง ซึ่งยังมีความเพียงพอ ประกอบกับมีการอนุมัติเงินตามหลักเกณฑ์ต่างๆ ช่วยเหลือในเบื้องต้นบ้างแล้ว ทั้งกรณีผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ ทรัพย์สินเสียหาย บ้านพัง 100 เปอร์เซ็นต์ 50 เปอร์เซ็นต์ หรือ 30 เปอร์เซ็นต์ โดยในส่วนของวันนี้ท่านนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา พร้อมคณะได้ลงพื้นที่ และได้เห็นสถานการณ์ในภาพรวม ตลอดจนพูดคุย ทักทาย มอบเงินเยียวยาให้ประชาชนนั้น ก็ได้รับปากกับประชาชนว่าไม่ต้องเป็นห่วง รัฐบาลจะไม่ทอดทิ้ง ซึ่งจะไปดูงบประมาณช่วยเหลือเพิ่มเติมให้ เพื่อให้พื้นที่มูโนะฟื้นตัวขึ้นมา ประชาชนได้กลับมาอยู่ในพื้นที่

นายสนั่น กล่าวอีกว่า ในส่วนของจังหวัดนราธิวาสนั้นมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนถึงการดำเนินงานของฝ่ายปกครองในพื้นที่ด้วย เพื่อให้ความชอบธรรมกับประชาชนว่าเจ้าหน้าที่ได้ทำงาน ตรวจสอบ ควบคุมเต็มที่ตามหน้าที่หรือไม่ โดยเฉพาะการติดตามการรายงานผลการปฏิบัติงานในห้วงที่ผ่านมาว่ามีรายงานเรื่องของการเก็บวัตถุไวไฟ หรือสิ่งต้องห้ามตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินในพื้นที่หรือไม่ หรือแม้แต่จังหวัดมีการจัดส่งหนังสือเพื่อให้กำกับ ควบคุมมาแล้วกี่ครั้ง และรายงานตอบกลับจากพื้นที่กี่ครั้ง ซึ่งผลการตั้งคณะกรรมการจะรายงานให้ประชาชนทราบทันที


ด้าน พลตำรวจตรีอนุรุธ อิ่มอาบ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส กล่าวถึงความคืบหน้าทางคดี กรณีติดตามเจ้าของโกดังที่เป็นต้นเหตุของการระเบิดครั้งนี้ว่า ล่าสุดยังยืนยันว่า 2 สามีภรรยาที่ถูกออกหมายจับยังคงอยู่ประเทศเพื่อนบ้าน โดยได้ออกไปทางด่านชายแดนสุไหงโก-ลก อีกครั้ง ก่อนที่จะมีการแจ้งหมายจับวันที่ 1 สิงหาคม ที่ผ่านมา ซึ่งก่อนหน้านั้นมีการติดต่อที่จะเข้ามาพบเจ้าหน้าที่เพื่อให้ปากคำ โดยขณะนี้ยังไม่มีรายงานเข้ามาในพื้นที่แต่อย่างใด ซึ่งหากเข้ามาทางช่องทางธรรมชาติก็ขอให้มั่นใจว่าเจ้าหน้าที่จะควบคุมตัวได้ เพราะในส่วนของเจ้าหน้าที่มีการติดตามตรวจสอบอยู่ตลอด แต่ทั้งนี้ในส่วนของประเทศเพื่อนบ้าน ทางเจ้าหน้าที่ได้ประสานเพื่อการติดตามถึงบุคคลที่ออกหมายจับแล้วเช่นกัน

ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส กล่าวต่อว่า ในส่วนของคดีระเบิดโกดังดอกไม้ไฟครั้งนี้ยังต้องสอบสวนขยายผลถึงช่างที่ทำการเชื่อมต่อโรงงาน ซึ่งจากเหตุการณ์นี้มีกลุ่มแรงงานเสียชีวิต 2 ราย โดยเชิญช่างที่เป็นผู้ควบคุมการก่อสร้างอาคารโกดังมาสอบสวน ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้เข้ามาให้ปากคำ และหากยังไม่มาก็จะต้องแจ้งหมายจับต่อไป

ส่วนการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องกับเรื่องส่วยในพื้นที่มูโนะนั้น ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนเพื่อตรวจสอบการดำเนินการที่ใช้อำนาจหน้าที่ไปโดยมิชอบ ซึ่งให้เวลาในการสอบสวน 7 วัน เพื่อให้ทราบถึงการทำงานของเจ้าหน้าที่ที่ถูกกล่าวถึง และมีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด โดยมีรองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาสเป็นหัวหน้าชุดในการตรวจสอบ.