กัน จอมพลัง พาน้องถูกกรีดหน้าจากสุราษฎร์ธานี มาที่โรงพยาบาล IDL ที่กรุงเทพฯ เพื่อเข้ารับการรักษาและเย็บหน้าใหม่ฟรี เตือนคู่กรณีหากยังโพสต์เยาะเย้ย อาจส่งผลต่อการประกันตัว ขณะที่แพทย์ระบุหากไม่มีอะไรผิดพลาด หลังจาก 1 ปี แผลจะเหลือเพียงรอยจางๆ

วันที่ 29 มิถุนายน 2566 จากกรณีนักเรียนสาวอายุ 16 ปี ร้อง “กัน จอมพลัง” ให้ช่วยเหลือหลังคดีไม่คืบหน้า หลังเกิดเหตุทะเลาะกับเพื่อน แล้วเพื่อนเอามีดคัตเตอร์กรีดหน้า ตั้งแต่เบ้าตายาวถึงลำคอ กรีดแขน และแทงลำตัว โดยเหตุเกิดในโรงเรียนในพื้นที่ สภ.ขุนทะเล จ.สุราษฎร์ธานี แต่ครูไม่ยอมเรียกรถพยาบาล นำเด็กไปส่งเองและพูดกับพยาบาลว่า ให้ลงว่าเป็นอุบัติเหตุ อย่าลงว่าถูกทำร้าย หวังปิดเงียบ หวั่นจะทำให้โรงเรียนเสียชื่อเสียง

วันนี้ “กัน จอมพลัง” ได้พา น้องตอง (นามสมมติ) วัย 16 ปี ผู้เสียหาย ผู้ร้องเรียน เดินทางจากสุราษฎร์ธานี มาที่โรงพยาบาล IDL ซึ่งเป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางศัลยกรรม ตกแต่ง ตั้งอยู่บนถนนสิรินธร แขวงบางพลัด เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร เพื่อปรึกษาเรื่องการรักษาพยาบาลกับทาง นพ.ฉัตรพล คงเฟื่องฟุ้ง แพทย์ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่ง IDL

เวลา 11.00 น. กัน จอมพลัง ได้พาเด็กหญิงวัย 16 ปี ผู้เสียหาย ถูกกรีดหน้าด้วยคัตเตอร์ เข้าพบ นพ.ฉัตรพล คงเฟื่องฟุ้ง ผู้บริหาร IDL Hospital เพื่อดูและประเมินการรักษาบาดแผลที่เกิดขึ้นบริเวณใบหน้าด้านซ้าย ตั้งแต่หางตาถึงคอ เย็บประมาณ 50 เข็ม

นพ.ฉัตรพล เปิดเผยว่า แพทย์ที่ รพ.สุราษฎร์ธานี ได้ทำการเย็บบาดแผลมาอย่างดี แล้ว ดังนั้น หลังจากนี้มีแนวทางการรักษา คือ ตรวจสอบบาดแผลความลึก ว่ามีการกระทบกับเส้นประสาทที่ใบหน้าและท่อน้ำลายหรือไม่ เพราะหากกระทบอาจส่งผลให้มีอาการปากเบี้ยว และอาการบวมจากท่อน้ำลายเกิดการอุดตัน โดยจะต้องมีการผ่าตัดซ่อมแซมเส้นประสาท คาดว่าจะใช้เวลาฟื้นฟูประมาณหนึ่งปี แต่หากเส้นประสาทและท่อน้ำไม่เกิดการเสียหาย จะดำเนินการตกแต่งบาดแผลให้มีความสวยงาม และกลับมาเป็นปกติให้ได้มากที่สุด โดยช่วง 1 ปีแรก หลังการรักษาแผลที่บริเวณใบหน้า อาจยังมีรอยแดง ดำ หากรักษาดี ในอนาคตจะเหลือเพียงรอยจางๆ หากดูแลไม่ดี อาจเกิดเป็นคีลอยด์ได้ 

...

ด้าน กัน จอมพลัง ได้ขอบคุณทางโรงพยาบาลที่ให้การช่วยเหลือดูแลรักษาบาดแผลให้กับผู้เสียหายฟรี โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย พร้อมระบุว่า สาเหตุของเรื่องมาจากการที่ผู้เสียหายและคู่กรณีเป็นเพื่อนสนิทกัน แต่เกิดความน้อยใจที่เพื่อนสนิทไปสนิทกับเพื่อนอีกกลุ่มมากกว่า นอกจากนี้ หลังเกิดเหตุผู้คู่กรณีและเพื่อนยังมีพฤติการณ์ไม่สำนึก มาโพสต์เยาะเย้ยผู้เสียหาย อ้างเหตุดังกล่าวเป็นการป้องกันตัวที่ถูกผู้เสียหายต่อยก่อน  จึงขอให้หยุดพฤติกรรมดังกล่าว เพราะอาจส่งผลกระทบต่อการประกันตัว ส่วนความคืบหน้าทางคดี ทางพื้นที่ได้ร่วมกับสหวิชาชีพดำเนินการสอบปากคำผู้เสียหายและผู้ก่อเหตุไว้เบื้องต้นแล้ว คาดว่าจะใช้เวลาไม่นานในการแจ้งข้อหาดำเนินคดีได้  

ด้านแม่ผู้เสียหาย บอกว่า สาเหตุเกิดจากความไม่เข้าใจกันของเพื่อน ซึ่งผู้ก่อเหตุก็เป็นเพื่อนสนิทของลูกสาว ทำรายงานกัน แต่ผู้ก่อเหตุไม่มีรายชื่ออยู่ในกลุ่ม ทำให้เกิดความบาดหมางเข้าใจผิดกัน มีการตามมาหาเรื่องพูดจาเยาะเย้ย ยั่วยุ ลูกสาวจึงทนไม่ไหว ใช้มือจิกผม จากนั้นคู่กรณีใครมีคัตเตอร์มากรีดที่ใบหน้า ซึ่งเหตุดังกล่าวค่อนข้างกระทบต่อสภาพจิตใจของลูกสาวที่ไม่กล้าไปโรงเรียน ส่วนเพื่อนและคู่กรณีก็ยังมีการโพสต์เยาะเย้ยถากถางอย่างต่อเนื่อง

ที่จ.สุราษฎร์ธานี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในส่วนของค่าที่พัก ค่าเดินทางมาทำศัลยกรรมที่ กทม. และค่าใช้จ่ายอื่นๆ นายเอกพล ซึ่งเป็นบิดาของคู่กรณี จะเป็นผู้รับผิดชอบร่วมกับโรงเรียนสุราษฎร์ธานี 2 และเครือข่ายผู้ปกครอง

ขณะที่ พ.ต.อ.ศิริชัย สุขสาตต์ รองผบก.ภ.จว. สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า ในทางคดีพนักงานสอบสวนได้รับไว้เป็นคดีอาญาที่ 131/2566  โดยพนักงานสอบสวนได้ร่วมกับสหวิชาชีพสอบปากคำผู้เสียหายซึ่งเป็นเยาวชนไว้แล้ว 1 ปาก สอบปากคำพยานเยาวชนรวม 4 ปาก สอบปากคำพยานครูโรงเรียนสุราษฎร์ธานี 2 จำนวน 2 ปาก ขณะนี้รอเพียงผลการตรวจจากแพทย์ที่ยังไม่ได้รับ อยู่ระหว่างดำเนินการประสานเพื่อขอรับโดยเร่งด่วนแล้ว และ นวันที่ 29 มิถุนายน นี้ พนักงานสอบสวนได้นัดหมาย น.ส.ตา คู่กรณีมาพบพนักงานสอบสวนเพื่อร่วมกับสหวิชาชีพในการสอบปากคำ และพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหาตามกฏหมายต่อไป.