จับได้แล้ว ผู้ปกครองเมายาบ้า หลอนคิดว่ากองทัพพม่าบุก รีบสะพายปืนยาวไปโรงเรียนรับลูกชายพาหนี ทำแตกตื่นกันทั้งอำเภอ ล่าสุดพาลูกกลับมาที่บ้าน ตำรวจให้ญาติช่วยกล่อมก่อนบุกชาร์จจับตัวไว้ได้ บอกได้ข่าวกองทัพพม่าบุกมา และได้ยินเสียงเครื่องบินดังอยู่ในหัวตลอด พบเป็นเจ้าของสวนทุเรียนกว่า 10 ไร่ มีฐานะดี

จากเหตุการณ์ เมื่อเวลา 07.45 น. วันที่ 29 พ.ค. 66 พ.ต.อ.ฉลาด พลนาการ ผกก.สภ.หลังสวน ได้รับแจ้งเหตุจาก 191 ว่ามีผู้ปกครองสะพายปืนยาวเข้าไปรับลูกชายอายุ 8 ปี เรียนอยู่ชั้น ป.2/4 โรงเรียนภูบดินทร์พิทยาลัย เลขที่ 4/9 ถนนประชาอุทิศ ตำบลขันเงิน อ.หลังสวน จ.ชุมพร มีลักษณะไม่น่าไว้ใจ จากนั้นจึงได้ประสานให้ พ.ต.อ.ธานี นาคหกวิค ผกก.สส.ภ.จว.ชุมพร พร้อมชุดปฏิบัติการพิเศษราชเดช นำกำลังพร้อมอาวุธครบมือมาสมทบ

ที่เกิดเหตุเป็นโรงเรียนเอกชน มีผู้ปกครองหลายรายได้เดินทางมารับลูกหลานของตนเอง หลังจากทางโรงเรียนแจ้งเหตุให้รับทราบ ส่วนผู้ปกครองที่สะพายปืนยาวได้รับลูกชายออกไปจากโรงเรียนแล้ว หลังจากครูในโรงเรียนได้พยายามพูดจาโน้มน้าวถ่วงเวลาอยู่ได้ไม่นาน เนื่องจากผู้ปกครองคนดังกล่าวเริ่มมีอาการหงุดหงิด แล้วสะพายปืนเดินเข้าไปจับมือลูกชายพาไปขึ้นรถยนต์มิตซูบิชิ ปาเจโร่ สีขาว ทะเบียน กท 9164 ชุมพร 

เจ้าหน้าที่จึงวิทยุสกัดตามเส้นทางที่คาดว่าผู้ปกครองรายดังกล่าวพาลูกชายตนเองออกมาโรงเรียน โดยมุ่งหน้าออกไปถนนเอเชีย 41 กำลังตำรวจอีกชุดจึงตามไปที่หมู่บ้านบ้านสวย หมู่ 4 ตำบลท่ามะพลา อ.หลังสวน จ.ชุมพร เป็นบ้านเดี่ยวชั้นเดียวทรงโมเดิร์นหลังใหญ่ อยู่ห่างจาก สภ.หลังสวนประมาณ 2 กิโลเมตร ซึ่งเป็นบ้านของผู้ก่อเหตุ แต่ไม่พบตัวผู้ปกครองและเด็ก เจ้าหน้าที่ได้ติดตามหาตัวเพื่อช่วยเหลือเด็กที่ถูกผู้ปกครองพาตัวหลบหนีออกจากโรงเรียน เนื่องจากมีพฤติกรรมเสพยาบ้าและเกิดอาการหลอน กลัวว่าจะเกิดเหตุร้ายทำอันตรายลูกชายตนเอง 

ต่อมาตำรวจได้รับรายงานว่าผู้ปกครองที่ก่อเหตุ ขับรถวนเวียนไปทางอำเภอละแม แล้ววกกลับมาในพื้นที่อำเภอหลังสวน คาดว่าน่าจะไปบ้านย่าที่ตำบลหาดยาย แต่ยังขับหลบหนีวนเวียนไปเรื่อยๆ ตำรวจไล่ตามสกัดแต่ก็ไม่พบ จนกระทั่งผ่านไปนานกว่า 5 ชั่วโมง ตำรวจได้รับแจ้งว่าเป้าหมายได้ขับรถยนต์วกกลับมาที่บ้านในหมู่บ้านบ้านสวยใกล้กับห้างสรรพสินค้าใหญ่ของ อ.หลังสวน 

เจ้าหน้าที่จึงกระจายกำลังเข้าปิดล้อมและนำตัวพี่ชายกับแม่มาช่วยเจรจา ทราบชื่อผู้ก่อเหตุคือ นายจิระพงษ์ จันทร์ทอง อายุ 29 ปี เจรจาอยู่ประมาณ 10 นาที แต่ไม่มีเสียงตอบรับ พี่ชายจึงเข้าไปช่วยเจรจาภายในบ้าน โดยนายจิระพงษ์ยังเดินวนเวียนหน้าบ้านที่มีรั้วประตูปิด ส่วนลูกชายเข้าไปอยู่ในบ้านแล้ว ต่อมาพี่ชายผู้ก่อเหตุได้นำอาวุธปืนลูกซองยาวชนิดเดี่ยว ออกมามอบให้กับตำรวจ แล้วบอกว่าน้องชายมีท่าทีอ่อนลงแล้ว 

จากนั้น เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบในรถยนต์ที่ขับมาจอดอยู่หน้าบ้าน พบปืนลูกซองยาว 5 นัด วางอยู่ในรถยนต์อีก 1 กระบอก โดยทั้ง 2 กระบอก ไม่มีกระสุนอยู่ในรังเพลิงจึงตรวจยึดไว้ ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ได้เกลี้ยกล่อมผู้ก่อเหตุที่เข้าไปอยู่ในบ้านให้ออกมาพบ แต่ก็ยังเงียบไม่ยอมออกมา ไม่ตอบรับหรือยินยอมมอบตัว เจ้าหน้าที่จึงจำเป็นต้องเตรียมกำลังบุกเข้าไปชาร์จเพราะกลัวว่าผู้ก่อเหตุอาจทำร้ายลูกชาย แต่ญาติที่มาช่วยเจรจามีท่าทีไม่พอใจ เพราะกลัวว่าจะเกิดความรุนแรง เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องพูดจาทำความเข้าใจ ก่อนบุกเข้าไปชาร์จจับตัวได้สำเร็จ โดยไม่มีการต่อสู้ขัดขืนแต่อย่างใด ส่วนลูกชายวัย 8 ขวบ ที่อยู่ด้วยกันในบ้านเจ้าหน้าที่นำตัวออกมาได้อย่างปลอดภัย 

นายจิระพงษ์ ถูกนำตัวมาที่สภ.หลังสวน แต่ยังให้การวกวนพูดจาไม่รู้เรื่อง โดยอ้างว่า เป็นห่วงลูกชาย หลังจากรู้ว่ามีรถรับส่งมารับลูกชายที่บ้านย่าเพื่อไปโรงเรียนตั้งแต่เช้า จากนั้นตนเห็นทหารพม่ากำลังบุกมา และได้ยินเสียงเครื่องบินมาด้วย จึงต้องรีบนำเอาอาวุธปืนไปรับลูกชายออกจากโรงเรียน เพื่อความปลอดภัยของลูกชายแล้วขับรถพาหลบหนีไปเรื่อย เนื่องจากในหัวมีแต่เสียงเครื่องบินบินตามอยู่ตลอดเวลา 

นายจิระพงษ์ ยังพูดจาเรื่อยเปื่อยแบบคนหลอนยาเสพติด และยังบอกว่าระหว่างพาลูกชายหลบหนียังมาเจอสุนัขตัดหน้าและลอยเหินข้ามรถยนต์มาอีก จนเจ้าหน้าที่ถึงกับเวียนหัวไปตามๆ กัน เมื่อถามว่าเสพยาบ้าหรือไม่ นายจิระพงษ์ตอบว่าเมื่อวานเพิ่งจะเสพไป 2 เม็ด และเสพเป็นประจำ แต่วันนี้ยังไม่ได้เสพ

ขณะที่พ.ต.อ.ฉลาด พลนาการ ผกก.สภ.หลังสวน เปิดเผยว่า หลังได้รับแจ้งได้ส่งกำลังไปถึงโรงเรียนภายใน 10 นาทีแต่ผู้ปกครองรายดังกล่าวพาลูกชายกลับบ้านแล้ว เมื่อตามไปไม่พบ จึงให้ตำรวจคอยเฝ้าระวังไว้ และให้ตำรวจอีกชุดตามหาผู้ก่อเหตุ จนกระทั่งผู้ก่อเหตุพาลูกชายเข้ามาที่บ้าน จึงพาญาติมาเกลี้ยกล่อมและบุกชาร์จจับกุมดังกล่าว ส่วนพ.ต.อ.ธานี นาคหกวิค ผกก.สส.ภ.จว.ชุมพร กล่าวว่า จากการสอบสวนผู้ก่อเหตุพูดจาวกวน น่าจะเกิดจากหลอนยาเสพติด จากการตรวจสอบประวัติเคยถูกจับกุมเป็นผู้จำหน่ายยาบ้า ศาลพิพากษาจำคุก 3 ปี 8 เดือน 

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัว นายจิระพงษ์ ส่งตรวจปัสสาวะหาสารเสพติดที่โรงพยาบาลหลังสวน ยังไม่ทราบผล และแจ้งข้อหาเบื้องต้นไว้ก่อนว่า พกพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต พกพาไปในเมือง ทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควร ส่วนข้อหาอื่นๆ อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน 

สำหรับ นายจิระพงษ์ จันทร์ทอง มีอาชีพเป็นเจ้าของสวนทุเรียนประมาณ 10 ไร่ เป็นคนมีฐานะดี ซื้อบ้านเดี่ยวหลังใหญ่อยู่ในหมู่บ้านบ้านสวยตามลำพัง ส่วนภรรยาเลิกกันได้ประมาณ 1 ปี ส่วนลูกชายวัย 8 ขวบ อาศัยอยู่กับย่า ที่หมู่ 13 ตำบลหาดยาย ห่างไปประมาณ 10 กิโลเมตร และผู้ก่อเหตุรักลูกชายมากมักจะไปเยี่ยมและพาลูกชายมาอยู่ด้วยที่บ้านเป็นประจำ เมื่อเกิดอาการหลอนยาบ้าจึงเป็นห่วงลูกชายแล้วรีบบุกไปที่โรงเรียนพาลูกชายกลับบ้านดังกล่าว