นักศึกษาไทยในซูดาน 62 คน เดินทางถึงสนามบินปัตตานี กอดกันกลมกับคนในครอบครัว ขอบคุณรัฐบาลไทย รัฐบาลซาอุดีอาระเบีย ที่ช่วยพากลับบ้าน
วันที่ 28 เมษายน 2566 จากสถานการณ์สงครามกลางเมือง ระหว่างกองทัพซูดาน และกองกำลังติดอาวุธ ณ กรุงคาร์ทูม สาธารณรัฐซูดาน ส่งผลต่อพลเรือนคนไทยและนักศึกษาไทยมุสลิมที่ศึกษาในประเทศ ทำให้รัฐบาลไทย และรัฐบาลซาอุดีอาระเบีย ทำการเข้าช่วยเหลือและเคลื่อนย้ายนักศึกษาทันที โดยให้นักศึกษาขึ้นเรือออกจากซูดาน จากนั้นขึ้นเครื่องเดินทางไปยังซาอุดีอาระเบีย ก่อนขึ้นเครื่องบินเดินทางกลับประเทศไทย โดยมาถึงไทยเมื่อคืนที่ผ่านมา
ล่าสุดเช้าวันนี้ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังที่สนามบินบ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ซึ่งเป็นสถานที่ที่นักศึกษาไทยศึกษาที่ซูดานจะได้เดินทางมาถึงรอบแรก เป็นนักศึกษาที่มีภูมิลำเนาอยู่จังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส สงขลา สตูล นครศรีธรรมราช และพัทลุง รวม 62 คน กำหนดเดินมาถึงสนามบินบ่อทองด้วยเครื่องบิน C-130 ของกองทัพอากาศ เครื่องบินได้ลงจอดในเวลา 11.40 น. มี นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต. และ พล.ท.ศานติ ศกุนตนาค แม่ทัพภาคที่ 4 ได้เดินทางไปต้อนรับกลุ่มนักศึกษาด้วยตนเอง พร้อมมอบดอกกุหลาบให้กับกลุ่มนักศึกษา
...
โดยทั้ง 62 คน ทยอยเดินลงมาจากเครื่องบินพร้อมสัมภาระติดตัว เดินไปยังรถบัสที่จอดรอไว้เพื่อเดินทางไปยัง สโมสรนายทหารสัญญาบัตร ภายในกองพลทหารราบที่ 15 ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เตรียมสถานที่ เพื่อให้กลุ่มนักศึกษาได้พบกับครอบครัวที่มารอต้อนรับ ซึ่งโดยทันทีที่นักศึกษามาถึงสโมสร ได้เดินเข้าสวมกอดกับพ่อแม่และคนในครอบครัวร้องไห้น้ำตาไหลออกมา บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่นของความรักของครอบครัวที่ได้เจอหน้ากันอีกครั้ง หลังจากผ่านเรื่องเลวร้ายมา
ส่วนเรื่องการศึกษาต่อของกลุ่มนักศึกษาไทยที่เรียนอยู่ประเทศซูดาน ทางกระทรวงศึกษาธิการและ ศอ.บต. ได้เตรียมการไว้ขั้นต้น จะรอดูสถานการณ์ความรุนแรงของประเทศซูดานว่าจะร้ายแรงขึ้นหรือไม่ ซึ่งหากไม่สามารถกลับไปศึกษาต่อที่ซูดานต่อได้ ก็เตรียมการให้กลุ่มนักศึกษาทำการเทียบโอนวิชากับมหาลัยวิทยาลัยในประเทศไทย เพื่อที่จะให้ทางกลุ่มนักศึกษาได้สำเร็จการศึกษาครบทุกขั้นตอน
นายอะหมัด เจะแม หนึ่งในนักศึกษาไทย เปิดเผยว่า จุดที่เกิดการปะทะกันไม่ไกลมาก ได้ยินเสียงปืน เสียงระเบิดตลอดเวลา บางครั้งทุกคนก็ต้องหมอบกับพื้น การใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นลำบากมาก อาหารการกิน น้ำดื่มก็มีน้อย อีกทั้งร้านค้าต่างๆ พากันปิดหมด ทุกคนต้องอยู่ในบ้านอย่างเดียว ส่วนจะเรียนต่อหรือไม่นั้น ถ้าเหตุการณ์สงบลงก็จะไปเรียนต่อ ถ้ายังไม่สงบก็จะหาที่เรียนมาเทียบโอนที่ไทย รู้สึกดีใจมากที่ได้กลับมาประเทศไทยอย่างปลอดภัย ตอนนั้นรู้สึกกลัวมากทำอะไรไม่ถูก โชคดีที่รัฐบาลไทย และรัฐบาลซาอุดีอาราเบียได้ให้การช่วยเหลือพากลับบ้านในที่สุด ต้องขอขอบคุณมากๆ
นางอัสมะ ดูงอโบด ผู้ปกครองนักศึกษารายหนึ่ง เปิดเผยว่า ตนคอยติดต่อหาน้องอยู่ตลอด เพราะเป็นห่วงมาก น้องบอกว่าได้ยินเสียงปืน บางครั้งต้องหาที่หลบ และมีทหารเข้ามา ก็พยายามติดต่อน้องตลอด อยากให้น้องกลับมาให้ได้ จนวันนี้ทางรัฐบาลไทยได้ช่วยเหลือรู้สึกโล่งใจมาก เจอครั้งแรกก็สวมกอดน้อง ท่ามกลางน้ำตาที่ไหลออกมาด้วย ขอบคุณทุกคนที่ช่วยเหลือน้อง และเด็กไทยทุกคน.