มทภ.4 ตั้งโต๊ะแถลงโชว์ผลงาน ร่วม 3 ฝ่าย จับกุมขบวนการค้ายาเสพติดรายสำคัญในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตั้งแต่ 1 ต.ค. ถึงปัจจุบัน ได้ของกลาง ยาบ้า 4.6 ล้านเม็ด ไอซ์ 1,037 กิโลกรัม เฮโรอีน จำนวน 110 กิโลกรัม ยึดทรัพย์กว่า 38 ล้าน ผู้ต้องหา 13,350 ราย

เมื่อเวลา 11.00 น. วันนี้ 13 มี.ค. 66 ที่ค่ายพระสุริโยทัย กองพลทหารราบที่ 15 จ.ปัตตานี พล.ท.ศานติ ศกุนตนาค แม่ทัพภาคที่ 4 ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 แถลงผลการจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดรายสำคัญในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ สร้างความมั่นใจให้กับประชาชน และเน้นย้ำนโยบายในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด โดยมีหัวหน้าส่วนราชการกำลัง 3 ฝ่าย ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และส่วนที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงข่าวผลการปฏิบัติ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2565 ถึงปัจจุบัน ด้านการปราบปรามยาเสพติดและการบังคับใช้กฎหมาย บูรณาการจัดทำบัญชีผู้ค้ารายใหญ่ รายย่อยร่วมกัน ระหว่าง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค 9 และกองกำลังตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ สามารถดำเนินการจับกุมผู้กระทำความผิดคดียาเสพติด จำนวน 12,863 คดี รวมผู้ต้องหา จำนวน 13,350 ราย และสามารถตรวจยึดของกลาง ยาบ้า จำนวน 4,688,888 เม็ด, ยาไอซ์ จำนวน 1,037 กิโลกรัม, เฮโรอีน จำนวน 110 กิโลกรัม และออกคำสั่งตรวจสอบทรัพย์สินคดียาเสพติด โดยสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค 9 จำนวน 142 คดี มูลค่าทรัพย์สิน 38,683,683 บาท

...

ด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหายาเสพติดร่วมกันของชุมชน ผ่านโครงการบำบัดฟื้นฟู โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน (CBTX) ปัจจุบันมีผู้เข้าร่วมโครงการ จำนวน 1,081 ราย ด้านการบำบัดรักษา ถือว่าเป็นนโยบายเร่งด่วนและให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เน้นการสร้างชุมชนปลอดภัย ป้องกันคนในชุมชนตกเป็นเหยื่อของผู้ติดยาเสพติดที่มีพฤติการณ์คลุ้มคลั่ง ก้าวร้าว โดยสภาประชาธิปไตยตำบลเป็นผู้พิจารณากลั่นกรองส่งรายชื่อ ให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการคัดแยกคัดกรองผู้ป่วยยาเสพติด ปัจจุบันผู้ป่วยยาเสพติดที่มีพฤติกรรมก้าวร้าว เข้ารับการบำบัดรักษา จำนวน 214 ราย

พล.ต.ต.ปราบพาล มีมงคล รองผบช.ภ.9 กล่าวรายงานผลการแก้ไขปัญหายาเสพในช่วงที่ผ่านมา รับผิดชอบ 7 จังหวัดภาคใต้ มีการจับกุมไปกว่า 26,000 คดี พร้อมของกลางทั้งหมด ในปีงบนี้ตั้งแต่ช่วงเดือนตุลาคม 2565 ถึงกุมภาพันธ์ 2566 ยึดทรัพย์ไปแล้ว 300 กว่าล้านบาท ส่วนเส้นทางการลำเลียง มีการขนย้ายไปยังประเทศที่สาม ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนร่วมกันสกัดกั้นไว้ได้

ด้าน นายนันทพงศ์ สุวรรณรัตน์ ผู้ช่วยเลขาฯ ศอบต. กล่าวว่า ศอบต.ในฐานะหน่วยงานหลักมิติด้านการพัฒนา โดยการนำกลุ่มเป้าหมาย ผู้ผ่านการบำบัดยาเสพติด เข้ารับการพัฒนาคุณภาพชีวิต และเพิ่มศักยภาพความรู้ให้มีความสามารถ นำไปใช้ประกอบอาชีพตามความต้องการ เพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพ จนสามารถเลี้ยงชีพและพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน ผลการดำเนินงานตั้งแต่ปี 2561-2565 มีผู้ผ่านการฝึกฝนอาชีพ 1,699 คน ส่วนในปีงบประมาณ 2566 ตั้งเป้าไว้ 130 คน ดำเนินการไปแล้ว 90 คน เพื่อการสร้างโอกาสที่ดีให้กับกลุ่มผู้ตกเป็นทาสยาเสพติด สามารถกลับเข้ามาดูแลครอบครัว อยู่ร่วมกับสังคมต่อไปได้

นายรัชพล ปาละกูล ผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์ป้องกันและปราบยาเสพติดภาค 9 กล่าวว่า อยากให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหายาเสพติด แจ้งข่าวผู้กระทำความผิด จะได้รับส่วนตอบแทนในการแจ้งแต่ละครั้ง สำหรับผู้ที่ติดยาเสพติดให้เข้ามารับการบำบัดรักษาในระบบ ส่วนการจับกุมผู้หลบหนีไปต่างประเทศ ที่ผ่านมาได้ประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน จับกุมผู้หลบหนีได้หลายราย และของกลางที่ได้จากการจับกุมทั้งหมด จะเก็บไว้ที่องค์การอาหารและยา เมื่อคดีสิ้นสุดของกลางเหล่านี้จะถูกทำลายทั้งหมด ส่วนทรัพย์สินที่ยึดมาได้ จะใช้เป็นทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ทั้งการบำบัดรักษา และเป็นรางวัลให้กับผู้แจ้งเหตุ

ในส่วนของฝ่ายปกครอง นายสนั่น สนธิเมือง รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี กล่าวรายงานผลการปฏิบัติงาน ซึ่งเป็นไปตามแผนของรัฐบาลและกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า 4 หลัก คือ การป้องกัน การปราบปราม การบำบัด และการฟื้นฟู ร่วมกับสถานศึกษาในการให้ความรู้กับกลุ่มนักเรียนนักศึกษา ลดปัญหาผู้เสพหน้าใหม่ ส่วนการปราบปราบใช้ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านหนุนเสริมงานปราบปรามร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และการบำบัด ร่วมกับสาธารณสุข รพ.ธัญญารักษ์ บำบัดผู้คลุ้มคลั่งจากยาเสพติด และมีการจัดตั้งศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพทางสังคมในทุกอำเภอ ตลอดจนขับเคลื่อนงานตามนโยบายแม่ทัพภาคที่ 4 อย่างเป็นระบบ

...

ทั้งนี้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าแก้ไขปัญหายาเสพติดให้ครอบคลุมทุกมิติ เพื่อขจัดภัยแทรกซ้อนที่กระทบต่อความมั่นคงและความสุขของพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และขอความร่วมมือให้ทุกคน ช่วยแจ้งเบาะแสยาเสพติดมาทุกช่องทาง สายด่วน 1341 สายตรงแม่ทัพภาคที่ 4 โทร. 061-173299 และหน่วยเฉพาะในพื้นที่เพื่อร่วมขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหายาเสพติดต่อไป.