ฟัง 2 มุมจาก ผู้ปกครอง-ผอ.โรงเรียน ปม "เด็กพิเศษ" ถูกเพื่อนทำร้ายร่างกายในห้องเรียน ล่าสุดเตรียมเรียกผู้ปกครองทั้ง 2 ฝ่าย มาพูดคุยกันอีกครั้ง
จากกรณีเฟซบุ๊ก อยากดังเดี๋ยวจัดให้ ได้มีการโพสต์คลิปวิดีโอขณะเกิดเหตุคล้ายทะเลาะวิวาท พร้อมระบุข้อความว่า "หลานชายถูกเพื่อนในโรงเรียนรุมทำร้ายถึง 2 ครั้ง แต่ทางครูในโรงเรียนไม่มีการดำเนินการใดๆ เลย ทำให้หลานชายไม่ได้รับความเป็นธรรม และเกรงว่าหลานชายจะถูกทำร้ายอีก"
ล่าสุด เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 23 ม.ค. 2566 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยัง ม.1 ต.ฉวาง อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นบ้านของเด็กที่ถูกรุมทำร้ายร่างกาย พบนางพรรัตน์ แก้วนรา อายุ 56 ปี ยายของเด็ก เล่าว่า เมื่อวันที่ 19 ม.ค. ที่ผ่านมา หลานชายตนได้เข้าร่วมซ้อมการแสดง เพื่อไปเข้าค่ายลูกเสือในวันที่ 21-22 ม.ค. 2566 ซึ่งระหว่างที่ทำการซ้อมอยู่ จู่ๆ หลานชายก็ถูกเพื่อนร่วมห้องและเพื่อนห้องอื่นที่มาร่วมแสดงด้วยถีบหลัง เตะมาจากข้างหลัง และเกิดการทะเลาะกัน ทำให้ครูที่ควบคุมการซ้อมจึงเข้าห้ามและจับแยกกันอยู่
...
กระทั่งช่วงบ่ายในวันเดียวกัน ระหว่างที่หลานชายกำลังนั่งอยู่ในห้องเรียน ก็มีนักเรียนชายห้องเดียวกัน 2 คน และเด็ก ม.2 มาอีก 1 คน เข้ามาในห้องเรียน โดยนั่งอยู่ข้างหลังหลานชาย จากนั้นใช้ขวดน้ำพลาสติกปาใส่หัวของหลานชาย โดยสลับเวียนกันปาทั้ง 3 คน จนถูกปาใส่หลายครั้ง หลานชายโมโหจึงเดินเข้าไปชกหน้าคนที่ปาขวดใส่ แล้วจึงโดนเพื่อนกลุ่มดังกล่าวมารุมทำร้าย โดยมีเพื่อนนักเรียนคนอื่นแอบถ่ายคลิปไว้ได้
จากนั้น ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยังโรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอฉวาง ได้พบกับ นายเลิศชาย ขอจิตต์เมตต์ ผู้อำนวยการโรงเรียน กล่าวว่า เรื่องราวที่เกิดขึ้นจากที่ตนเองรับทราบข้อมูลมา คือในวันที่ 19 ม.ค. เป็นวันที่ซ้อมแสดงละคร เพื่อไปใช้โชว์ในวันเข้าค่ายลูกเสือ ซึ่งช่วงที่กำลังซ้อมอยู่ปรากฏว่าเด็กทั้ง 2 ฝ่าย เกิดอาการอินกับฉากที่แสดงมากเกินไป มีฉากต่อสู้ก็เต็มที่กันมากเกินไป จนเกิดการทะเลาะกันในขณะที่ซ้อม ทางครูที่คุมการแสดงก็ไม่ได้อยู่นิ่งเฉย เข้าจับเด็กแยกทันที
จนช่วงบ่ายในวันเดียวกัน ก็มีเหตุการณ์ขึ้นอีก เพราะกลุ่มเดิมที่มีปัญหากันก็กลับมาหาเรื่อง ปาขวดน้ำใส่กันอีก ซึ่งเรื่องนี้ตนขอยืนยันว่าไม่ใช่การรุมทำร้ายกันแต่อย่างใด เป็นการต่างคนต่างตีกัน หรือต่างคนต่างไม่ยอมกัน ที่สำคัญเด็กที่ถูกเตะเป็นเด็กพิเศษ เขาจะมีอารมณ์ร้อน ถ้าหากมีใครแกล้งเขาก็จะเข้าสู้ทันที แต่ครูประจำชั้นก็ดูแลไม่ห่างอยู่ตลอด เบื้องต้นได้มีการลงโทษไปแล้วทั้ง 2 ฝ่าย และมีการนัดผู้ปกครองทั้ง 2 ฝ่ายมาคุยเจรจากันแล้วตั้งแต่วันที่เกิดเรื่อง และในวันพรุ่งนี้ก็จะเรียกผู้ปกครองทั้ง 2 ฝ่ายมาพูดคุยกันอีกครั้ง.