"ปัตตานี-ยะลา" สถานการณ์น้ำท่วมยังกระทบหนัก หลายหมู่บ้านถูกตัดขาดจากโลกภายนอกจนเป็นเกาะแล้ว 10 อำเภออ่วมหนัก ขณะที่ยะลา 8 อำเภอ กระทบ ปชช. 23,605 คน มีผู้เสียชีวิต 1 สูญหาย 1 ขณะที่ฝนในพื้นที่เริ่มลดลง น้ำทรงตัว แต่ยังสูงกว่าตลิ่ง รอการไหลระบาย

เมื่อวันที่ 20 ธ.ค. 65 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.ปัตตานี ว่า หลังจากฝนที่ตกลงมาอย่างหนักเป็นเวลาต่อเนื่องหลายวัน ประกอบกับมวลน้ำจากพื้นที่ตอนบนจำนวนมากที่ไหลลงสู่แม่น้ำทั้งสองสาย คือ แม่น้ำปัตตานี แม่น้ำสายบุรี ทำให้เอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่ราบลุ่มบ้านเรือนประชาชนจมน้ำ รวมไปถึงถนนเข้าออกหมู่บ้าน ซึ่งบ้างหมู่บ้านถูกตัดขาดจากโลกภายนอก เสมือนเป็นเกาะกลางน้ำ ต้องใช้เรือลากดึงเข้าออกในการเดินทาง



นอกจากนี้น้ำป่าที่ไหลหลากจากภูเขาประกอบกับลมแรงทำให้เข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน รวมไปถึงโรงเรียนหลายแห่งได้รับเสียหาย จึงต้องประกาศหยุดการเรียนการสอนทันที ซึ่งสถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ยังส่งผลให้ประชาชนต้องอพยพออกจากพื้นที่มาพักอาศัยในที่ที่ทางอำเภอจัดไว้เป็นการชั่วคราว ล่าสุดทางกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.ปัตตานี ได้รายงานพื้นที่ประสบอุทกภัยแล้ว จำนวน 10 อำเภอ ประกอบด้วย อ.เมือง อ.มายอ อ.กะพ้อ อ.ยะหริ่ง อ.ปะนาเระ อ.ยะรัง อ.หนองจิก อ.สายบุรี อ.ไม้แก่น และ อ.โคกโพธิ์ รวม 79 ตำบล 356 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับความเดือดร้อน 19,275 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 1 ราย คือ ด.ญ.วาตีฟ อรุณสวัสดิ์ อายุ 10 ขวบ สาเหตุเล่นน้ำในสระก่อนจะจมน้ำเสียชีวิต และบาดเจ็บสาหัส 1 ราย คือ ด.ช.ภานุวิช แดงแก้ว อายุ 1 ขวบ สาเหตุจมน้ำ

ขณะที่ ต.ตะโละดือรามัน อ.กะพ้อ ซึ่งได้รับผลกระทบทั้ง 7 หมู่บ้าน โดยเฉพาะ บ้านอุแตบือราแง ประชาชนที่อยู่ในหมู่บ้านถูกน้ำป่าและฝนตกหนักเข้าท่วมหมู่บ้าน ระดับน้ำสูงกว่า 1 เมตร โดยเฉพาะเส้นทางเข้าออกหมู่บ้านจมใต้น้ำจนรถไม่สามารถสัญจรได้ ทำให้หมู่บ้านดังกล่าวเสมือนเป็นเกาะกลางน้ำ ชาวบ้านได้นำเชือกมาผูกไว้กับต้นไม้ทั้งสองฝั่งเพื่อลากเรือนำชาวบ้านออกจากหมู่บ้าน

ขณะที่โรงเรียนในพื้นที่พื้นที่การศึกษาปัตตานี เขต 3 ต้องประกาศหยุดเรียนกว่า 40 โรงเรียน เนื่องจากน้ำท่วมน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมถึงในห้องเรียนอุปกรณ์การเรียนการสอนได้รับความเสียหาย และหลายโรงเรียนได้รับความเสียหายจากลมแรงทำให้หลังคาพังเสียหาย ล่าสุด ดร.ณิชา เทียมสุวรรณ ผู้อำนวนการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปัตตานี เขต 3 ได้สั่งการให้ผู้บริหารโรงเรียนและเจ้าหน้าที่เร่งลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายของโรงเรียนเพื่อประเมินและดำเนินการซ่อมแซม พร้อมกันนี้ได้ลงพื้นที่ตรวจพื้นที่ความเสียหายที่โรงเรียนบ้านป่าม่วง ต.มะนังดาลำ อ.สายบุรี พบว่าน้ำเข้าท่วมทั่วบริเวณโรงเรียนตั้งแต่ประตูทางเข้า ส่งผลให้ห้องเรียนมีน้ำท่วม หลังคาพังเสียหายจากลมพายุกระหน่ำช่วงกลางดึกที่ผ่านมา

ขณะที่ จ.ยะลา สถานการณ์น้ำท่วมที่อำเภอเมืองยะลายังสูงกว่าตลิ่งอยู่ที่ 1.25 เมตร และแม่น้ำสายบุรี ที่อำเภอรามัน ยังสูงกว่าตลิ่งอยู่ที่ 2.47 เมตร ไหลล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่บ้านเรือนของพี่น้องประชาชนเป็นบริเวณกว้าง ทำให้ยังคงมีน้ำท่วมอยู่ ระดับน้ำยังทรงตัว รอการไหลระบาย ขณะเดียวกันฝนในพื้นที่เริ่มลดลง



ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์อุทกภัย และดินถล่ม จ.ยะลา ได้รายงานสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ ภายหลังที่ได้มีฝนตกหนักเมื่อวันที่ 18-19 ธ.ค.ที่ผ่านมา ล่าสุดขณะนี้มีพื้นที่ได้รับผลกระทบทั้งจังหวัดทั้ง 8 อำเภอ อ.ธารโต บันนังสตา ยะหา รามัน เมืองยะลา กรงปินัง กาบัง และ อ.เบตง มี 56 ตำบล 239 หมู่บ้าน 14 ชุมชน ผู้ได้รับผลกระทบจำนวน 5,525 ครัวเรือน ราษฎร 23,605 คน มีผู้สูญหาย 1 ราย คือ ด.ช.อับดุรเราะฮมาน อีซอ อายุ 14 ปี อยู่บ้านเลขที่ 262/3 หมู่ที่ 10 ต.รือเสาะ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส เป็นนักเรียนปอเนาะมัดราชะฮ มัรกัสอันบูนูรยะลา

ซึ่ง จนท.ยังอยู่ระหว่างการค้นหา หลังพลัดตกลงไปในน้ำ ผู้เสียชีวิตมี 1 คน คือ เด็กชายอิฟาน เจะเต๊ะ อายุ 13 ปี อยู่บ้านเลขที่ 185 หมู่ที่ 9 ต.ยะหา อ.ยะหา จ.ยะลา เนื่องจากลื่นพลัดลงไปในแก้มลิง และมีผู้บาดเจ็บ 1 คน คือ เด็กหญิงอาริสา เจะเต๊ะ อายุ 5 ขวบ บ้านเลขที่ 185 หมู่ที่ 9 ต.ยะหา อ.ยะหา จ.ยะลา สาเหตุลื่นพลัดลงไปในแก้มลิง อพยพมีทั้งสิ้น 30 ครัวเรือน 105 คน บ้านเรือนเสียหายบางส่วน 20 หลัง ด้านทรัพย์สิน บ้านเรือนเสียหายบางส่วน 20 หลัง พื้นที่ทางการเกษตร 5,591 ไร่ และปศุสัตว์ 207 ตัว สิ่งสาธารณประโยชน์ ถนน 17 สาย สะพาน 2 แห่ง คอสะพาน 2 แห่ง เสาไฟฟ้า 21 ต้น และสุเหร่า 1 แห่ง

...



ด้านการให้ความช่วยเหลือ ทางศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 12 สงขลา ได้นำเครื่องสูบน้ำขนาด 12 นิ้ว จำนวน 2 เครื่อง มาติดตั้งที่ ม.3, 9 ต.สะเตงนอก เพื่อทำการระบายน้ำ และสำนักงาน ปภ.จ.ยะลา ก็ได้นำเครื่องสูบน้ำขนาดท่อส่ง 14 นิ้ว จำนวน 2 เครื่อง และเรือท้องแบน 2 ลำ มาสนับสนุนช่วยเหลือประชาชนที่ ม.6 สะเตงนอกเช่นเดียวกัน ขณะที่อำเภอ ทหาร ตำรวจ ผู้นำชุมชน จิตอาสาพระราชทาน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และอาสาสมัครในพื้นที่ ได้ให้ความช่วยเหลือประชาชนเป็นการเบื้องต้น ทั้งจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราว สนับสนุนทรัพยากรในพื้นที่ประสบอุทกภัย มอบถุงยังชีพช่วยเหลือด้านการดำรงชีพ และให้ความช่วยเหลือด้านการเกษตร ซึ่งทางสำนักงานปศุสัตว์ยะลาได้จัดเตรียมอาหารสัตว์ไว้จำนวน 70,000 กิโลกรัม

ส่วนประชาชนที่ได้รับผลกระทบแต่ไม่ได้ย้ายที่อยู่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ให้ความช่วยเหลือดูแลเป็นการเบื้องต้นแล้ว อย่างไรก็ตามขณะนี้แนวโน้มในพื้นที่ยังมีฝนตกเล็กน้อย ระดับน้ำในแม่น้ำสายหลักและสายรองเริ่มทรงตัวและมีแนวโน้มลดระดับลง ทั้งนี้ความเสียหายที่เกิดขึ้นยังอยู่ระหว่างการสำรวจเพื่อให้ความช่วยเหลือตามระเบียบที่เกี่ยวข้องต่อไป.

...