สังเวยแล้ว 3 ศพ น้ำท่วมหนัก จ.นราธิวาส อ่วมแล้ว 10 อำเภอ "ระแงะ" หนักสุด ทหารต้องลุยน้ำขนย้ายสิ่งของชาวบ้านหนีน้ำ รวม 15 ตำบล 65 หมู่บ้าน ได้รับผลกระทบหนัก ทั้งน้ำท่วมขัง ถนนสัญจรไม่ได้


เมื่อวันที่ 18 ธ.ค.65 จากกรณีน้ำท่วมจากพื้นที่ จ.นราธิวาส เผยว่า ล่าสุดฝนยังคงตกลงมาอย่างหนักปกคลุมพื้นที่ทั้ง 13 อำเภอ ตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา ส่งผลทำให้พื้นที่ทางการเกษตรและบ้านของประชาชน รวมทั้งถนนสายหลักสายรองในหมู่บ้าน มีปริมาณน้ำท่วมขังแล้ว 10 อำเภอ คือ สุไหงโก-ลก บริเวณ ต.ปาเสมัส ยี่งอ บริเวณ ต.ละหาร ต.จอเบาะ แว้ง บริเวณ ต.โละจูด เจาะไอร้อง บริเวณ ต.จวบ ต.มะรือโบตก เมืองนราธิวาส บริเวณ ต.มะนังต่ยอ ต.ลำภู และ ต.กะลุวอ จะแนะ บริเวณ ต.ช้างเผือก ระแงะ บริเวณ ต.ตันหยงมัส ต.บองอ สุไหงปาดี เขตเทศบาล ต.ปะลุรู ตากใบ บริเวณ ต.ไพรวัน และบาเจาะ บริเวณ ต.บาเระเหนือ รวม 15 ตำบล 65 หมู่บ้าน



พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักสุด คือ อำเภอแว้ง ซึ่งได้รับอิทธิพลของมวลน้ำป่าซึ่งมีต้นกำเนิดบนเทือกเขาสันกาลาคีรี ไหลลงมาสมทบลงในแม่น้ำโก-ลก ที่มีปริมาณน้ำฝนที่ตกลงสะสมจนเอ่อล้นตลิ่ง ได้ไหลบ่าเข้าท่วมบ้านเรือนของประชาชน ที่ปลูกสร้างอยู่ตลอดแนวริมตลิ่งใน พื้นที่ ต.โละจูด โดยมีปริมาณน้ำท่วมขังสูงโดยเฉลี่ย 40 ถึง 60 ซ.ม. รวมทั้งได้ไหลบ่าเข้าท่วมถนนบายพาสสายโก-ลก บูเก๊ะตา ช่วงบริเวณ ต.คลอเลาะ รถทุกชนิดไม่สามารถผ่านสัญจรไปมาได้ โดยให้ประชาชนเลี่ยงไปใช้ถนนสายเก่า

...

ส่วนพื้นที่ อำเภอระแงะ ก็ได้รับอิทธิพลของมวลน้ำป่าซึ่งมีต้นกำเนิดบนเทือกเขาตะเว ได้ไหลบ่าลงมาหมู่บ้านสาเมาะ ม.1 บ้านบองอ ม.4 ต.บองอ ซึ่งมีปริมาณน้ำท่วมขังบ้านเรือนของประชาชนตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา และมีปริมาณน้ำท่วมขังเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ล่าสุด พ.อ.ทวีรัตน์ เบญจาทิกุล ผบ.ฉก.ทพ.45 ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทหาร กองร้อย ทพ.4511 นำกำลังพลลุยน้ำออกไปให้การช่วยเหลือ ขนย้ายรถ จยย.และสัมภาระสิ่งของจำเป็นของชาวบ้านหนีระดับน้ำท่วมขัง

ส่วนพื้นที่ อ.สุไหงปาดี บริเวณที่มีน้ำท่วมขังหนักสุด คือ บริเวณ 4 แยกโรงเรียนมัธยมศึกษาสุไหงปาดี มีปริมาณน้ำท่วมขังเป็นวงกว้างเข้าในบริเวณโรงเรียน สูงโดยเฉลี่ย 60 ซม. ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในละแวกดังกล่าวได้ช่วยกันเข็นรถยนต์ที่จอดอยู่ในโรงรถภายในโรงเรียนหนีระดับน้ำท่วม

สำหรับ อ.ยี่งอ มีปริมาณน้ำท่วมขังบ้านเรือนของประชาชน 5 ตำบล โดยเฉพาะถนนหน้าไปรษณีย์ยี่งอ มีน้ำท่วมขังเป็นทางยาว รถยนต์ขนาดเล็กไม่สามารถสัญจรไปมาได้ อย่างไรก็ตาม จากผลพวงของอิทธิพลฝนและมีลมแรงบริเวณชายหาดนราทัศน์ ต.บางนาค อ.เมืองนราธิวาส ได้พัดเอาต้นสนที่ปลูกบริเวณชายหาดหักโค่นลงมาทับร้านค้าได้รับความเสียหาย จำนวนกว่า 10 ร้าน รวมถึงสายไฟฟ้าที่เกี่ยวกับกิ่งต้นสนขาด โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มาดำเนินการตัดไฟ เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น แต่ยังไม่สามารถดำเนินการตัดต้นไม้ที่โค่นล้มได้ เนื่องจากยังคงมีฝนตกลงมาอย่างหนักและต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ผลพวงของมวลน้ำป่าที่ไหลเชี่ยวในพื้นที่ บ้านบองอ ม.4 ต.บองอ อ.ระแงะ ได้พัดรถยนต์เก๋งไม่ทราบยี่ห้อและหมายเลขทะเบียน ตกข้างทางไหลไปตามกระแสน้ำ แต่โชคดีที่ พ.อ.ทวีรัตน์ เบญจาทิกุล ผบ.ฉก.ทพ.45 และกำลังพลกองร้อย ทพ.4513 กำลังปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือชาวบ้านในการขนย้ายสิ่งของและสัมภาระที่จำเป็นหนีระดับน้ำ รวมทั้งได้ร่วมกับกำลังพลในการตัดต้นไม้ที่กีดขวางทางระบายน้ำ เมื่อทราบข่าวจึงได้สั่งกำลังพลรีบเข้าให้การช่วยเหลือ แต่กระแสน้ำที่เชี่ยวได้พัดรถยนต์เก๋งที่กำลังลอยไปกับกระแสน้ำ จึงได้สั่งกำลังพลว่ายน้ำไปยังรถยนต์ที่กำลังลอยอยู่ โดยเห็นคนที่อยู่ในรถยนต์ต่างร้องเสียงดังด้วยความตกใจ พร้อมตะโกนขอความช่วยเหลือ ซึ่งเจ้าหน้าที่ทหารสามารถทยอยนำคนที่อยู่ในรถยนต์เก๋งออกมาได้ จำนวน 5 คน โดยแยกเป็นผู้ใหญ่ 3 คน เด็ก 2 คน ซึ่งอยู่ในสภาพหมดสติ 3 คน

พ.อ.ทวีวัตน์ ผบ.ฉก.ทพ.45 จึงได้เร่งกำลังพลให้ทำการปั๊มหัวใจผู้ที่หมดสติ ก่อนที่จะใช้รถยนต์หุ้มเกราะ รีว่า ขับลุยน้ำนำส่งรักษาที่โรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด คือ โรงพยาบาลจะแนะ เพื่อให้แพทย์ทำการช่วยเหลือเป็นการเร่งด่วน แต่แพทย์ไม่สามารถยื้อชีวิตผู้ที่หมดสติทั้ง 3 คนเอาไว้ได้ ประกอบด้วย 1. นางสีดีบูงอ ลาเตะ 68 ปี 2. นางซารีหม๊ะ อภิรติยากุล 38 ปี 3. ด.ช.อัฟนาน อภิรติยากุล ส่วนผู้รอดชีวิต 2 คน คือ 1. ด.ช.อาลิฟ อภิรติยากุล 14 ปี 2. นายอภิชาต อภิรติยากุล 40 ปี ซึ่งทั้ง 5 คน อยู่บ้านเดียวกัน เลขที่ 148 ม.3 ต.ผดุงมาตร อ.จะแนะ จ.นราธิวาส และทั้ง 5 คน เป็นพ่อแม่ลูกและยาย ที่กำลังเดินทางเพื่อกลับบ้านพัก หลังเสร็จธุระในพื้นที่ อ.ระแงะ

...