ภูเก็ต เร่งค้นหานักท่องเที่ยวสาวชาวรัสเซีย อายุ 53 ปี หายตัวออกจากที่พัก มีคนพบเห็นครั้งสุดท้ายที่หาดในทอน 3 วันผ่านมา ยังไร้วี่แวว เจ้าหน้าที่เดินหน้าปูพรม-ขยายวงกว้าง ไม่ตัดประเด็นการลักพาตัว หลังเพื่อนโผล่ให้ข้อมูลเป็นผู้บริหารระดับสูงของบริษัท
จากกรณีเมื่อเวลา 22.00 น.ของวันที่ 20 ตุลาคม 2565 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สาคู จ.ภูเก็ต ได้รับแจ้งว่า มีนักท่องเที่ยวหญิงชาวรัสเซียทราบชื่อคือ น.ส.อิเลนา ราซเนนโก (Elena Racnenko) อายุ 53 ปี มีอาการเหม่อลอย ได้หายตัวออกจากที่พักโรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นหาดในทอน ต.สาคู อ.ถลาง ซึ่งมีผู้พบเห็นครั้งสุดท้าย บริเวณหน้าหาดในทอน และได้วางผ้าเช็ดตัว ขวดน้ำดื่ม และรองเท้ารัดส้นไว้ เมื่อคืนวันที่ (20 ต.ค. 65) บริเวณหาดในทอนรูปร่างลักษณะผู้สูญหาย สูงประมาณ 164 ซม. ผมสีดำ สวมชุดว่ายน้ำแขนยาว และมีผ้ารูปช้างพันท่อนล่าง เจ้าหน้าที่กู้ชีพค้นหาพบแต่ผ้าเช็ดตัว ขวดน้ำดื่มและรองเท้ารัดส้นสีขาวถูกถอดทิ้งไว้ใต้ต้นเตยทะเลริมหาดในทอน
ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2565 ที่บริเวณศูนย์ อำนวยการค้นหาผู้สูญหาย ซึ่งเป็นวันที่ 3 สำหรับการค้นหา น.ส.อิเลนา นักท่องเที่ยวสาวชาวรัสเซียที่สูญหาย
...
ในช่วงเช้าวันนี้มีนายบัญชา ธนูอินทร์ นายอำเภอถลาง, นายตฤณ ปัญญาไวย์ นายก อบต.สาคู พ.ต.อ.พิเชษฐ์พงศ์ แจ้งค้ายคม ผู้กำกับตำรวจท่องเที่ยวภูเก็ต ตำรวจท่องเที่ยวภูเก็ตพื้นที่สนามบินนานาชาติภูเก็ต ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจน้ำภูเก็ต ฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต.สาคู หน่วยกู้ภัยมูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ตและเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพ อบต.สาคู ได้ระดมค้นหาโดยแบ่งเป็น 2 ฝั่งของหาดในทอน ซึ่งมีความยาว 1.3 กิโลเมตร ซึ่งมีภูมิทัศน์ทั้ง 2 ด้าน ลักษณะส่วนใหญ่เป็นโขดหิน เจ้าหน้าที่ต่างๆ ได้ค้นหาโดยการเดินเท้า ส่วนการค้นหาทางอากาศทางกองทัพเรือได้นำเฮลิคอปเตอร์ค้นหาทางอากาศโดยบินวน ตรวจสอบพื้นผิวน้ำได้ ในส่วนการค้นหาทางน้ำจะเริ่มต้นการค้นหาได้รับการสนับสนุนจากผู้ประกอบการเอกชน ได้เจ็ตสกีและสปีดโบ๊ตในการค้นหา ซึ่งได้ค้นในทะเลและริมฝั่งไปรอบๆ บริเวณหาดในทอน
ด้านนายตฤณ ปัญญาไวย์ นายก อบต.สาคู ได้ประกอบพิธีตามความเชื่อก่อนการค้นหา เพื่อเปิดทางในการค้นหา และกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ตอนนี้ที่เราเห็นคือภาพหลังสุดของนักท่องเที่ยว ที่ดูจากกล้องช่วงประมาณ 10.00 น. ถึง 12.00 น. มีอยู่จุดเดียวที่เราเห็นคือริมชายทะเลแล้วก็มีเสื้อผ้าตั้งอยู่ เราก็มองว่าไม่รู้เขาเจออะไรหรือไม่รู้เขาไปเล่นน้ำสูญหายในน้ำไหม ประเด็นเราไม่สามารถทิ้งประเด็นได้ เราต้องทำทั้งสองอย่างคู่กันไป ก่อนหน้านี้มีผู้สูญหาย เป็นชาวเยอรมันกว่าที่เราจะหาเจอได้ ก็ยากเหมือนกัน แต่เราช่วยชีวิตได้เราไปเจอในป่า แต่ครั้งนี้นักท่องเที่ยวผู้หญิงคนนี้ที่สูญหาย พื้นที่ที่เกี่ยวข้องเขาอยู่ริมทะเล ก็เลยต่างกันในพื้นที่ตรงนี้ในหน้ามรสุม เรามีการตักเตือนห้ามลงไปเล่นน้ำ นักท่องเที่ยวเขาบอกว่าน้ำในบ้านเขาสูงมากๆ กว่านี้ คลื่นแรงกว่านี้ เขาก็ไม่กลัว ทั้งๆ ที่เรามีป้ายห้ามลงเล่นน้ำ เรามีการดูแลให้เจ้าหน้าที่ที่เฝ้ายาม มีการเตือนตลอดทุกๆ ครึ่งชั่วโมง มีทั้งของโรงแรมเข้ามาเสริม ของอบต.สาคู
ในส่วนของเพื่อนเขาบอกว่าเขากลัวว่าเพื่อนเขาอาจจะโดนลักพาตัว แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็กำลังติดตามอยู่ เราดำเนินการเต็มที่ เท่าที่ทราบที่เพื่อนเขาบอกว่าเขาเป็นผู้บริหารระดับสูงของบริษัทๆ นึง เป็นคล้าย Manager แต่ทางฝั่งเราก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเพื่อนเขาไปมองประเด็นนั้น เพราะตามภาพที่เราเห็นคือ ใส่ชุดว่ายน้ำ ในเรื่องของโทรศัพท์พาสปอร์ตก็ยังอยู่ในโรงแรม ในลักษณะฉุดกระชากไม่เคยเกิดขึ้นกับบริเวณนี้
ของวันนี้เราก็มีการลงพื้นที่ค้นหาเพิ่มมากขึ้น เมื่อ 2 วันที่แล้ว เราค้นหาในระยะรอบๆ ข้างทาง วันนี้เราเพิ่มเป็น 5 กิโลเมตร วันนี้เราก็มีการขยายเรื่องของความปลอดภัย ว่านักท่องเที่ยวอาจจะไปพักในพื้นที่ป่า ก็มีการค้นหากันตั้งแต่เช้าแล้ว แต่ก็ไม่เจอ
...
ด้านเรือ เราได้รับการสนับสนุนจากกองทัพเรือภาคที่ 3 ให้โดรนมาบินดูว่านักท่องเที่ยวที่สูญหายเกิดอุบัติเหตุทางน้ำหรือเปล่า ถ้าวันนี้รอบบ่ายเราก็มีการเตรียมเรือเจ็ตสกีไว้ รวมถึงสปีดโบ๊ต 1 ลำ เพื่อค้นหาไปเรื่อยๆ เพื่อขยายเป็นวงกว้าง แต่ก็ไม่ได้ทิ้งประเด็นอุบัติเหตุ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทางจังหวัดทางอำเภอ ก็ไม่เคยทิ้งทุกประเด็น เพื่อทำไงก็ได้ ในการค้นหาเจอ ในสภาพที่ผู้สูญหายยังมีชีวิต หรือไม่มีชีวิต แต่เรากลัวอย่างเดียวว่าจากภัยธรรมชาติช่วงมรสุมกลัวเขาจะไปสูญเสียทางน้ำ การค้นหาทางน้ำเราเดินเลาะทางชายฝั่งแนวโขดหิน
สมมติว่าเขาสูญเสียชีวิตขึ้นมา ก็จะติดตามโขดหิน แล้วก็จะให้เจ้าหน้าที่เดินตามโขดหินฝั่งซ้าย ไป 5 กิโลเมตร ทางขวาไป 5 กิโลเมตร ทางน้ำ เราก็นำเรือออกค้นหาตั้งแต่เช้าแล้ว เป็นระยะประมาณ 10-15 กิโลเมตร ตอนนี้เจ็ตสกีซึ่งเป็นเรือเล็ก รอบชายฝั่ง ในส่วนของกองทัพเรือภาค 3 สนับสนุนในเรื่องของเฮลิคอปเตอร์มาหาในวงกว้าง
นายอภิเชษฐ์ ยิ้มอ่อน หน.แผนกปฏิบัติการทางน้ำ มูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ต กล่าวว่า การปฏิบัติการวันนี้ วางแผนตั้งแต่ช่วงเช้า เริ่มปฏิบัติการค้นหาตั้งแต่ช่วงเช้า ช่วงเช้าเราแบ่งกำลัง เป็น 3 กำลัง ทางบก 2 กำลัง ทางน้ำหนึ่งกำลังทางบกนี้เราให้เดินตามแนวโขดหิน ที่คิดว่าถ้าเป็นคนจมน้ำวันนี้วันที่ 3 แล้วก็น่าจะเจอ ห่างจากจุดที่เจอเสื้อผ้ารองเท้าประมาณ 5-6 กิโลเมตร
...
ทีมเดินทางเมื่อเช้ายังไม่ได้เจอ ทีมเรือเราร่วมกันกับทางเรือกองทัพภาคที่ 3 ได้ทำการค้นหา โดยนำเรือออกจากฝั่ง 13-14 กิโลเมตร ใช้เรือทั้งหมด 3 ลำ ผลัดเป็นหน้ากระดาน ระยะห่างประมาณ 100 เมตร เบื้องต้นยังไม่พบอะไร คิดว่าช่วงบ่ายเราก็จะปฏิบัติการแบบเมื่อเช้า เนื่องจากเมื่อเช้า เป็นช่วงของน้ำขึ้น เลยทำให้มีอุปสรรคของคลื่นใหญ่ ขึ้นเมื่อเช้า คิดว่าช่วงบ่ายน้ำลงคลื่นจะไม่กลมทำให้การค้นหาง่ายขึ้น อุปสรรคในการค้นหาคือกระแสน้ำ คลื่น เนื่องจากมีคลื่นที่สูง ทำให้เราเวลาเดินแนวตามโขดหินได้ไม่ใกล้น้ำมาก เนื่องจากจะเป็นอันตรายต่อเจ้าหน้าที่ ถ้าเราเดินใกล้น้ำ เพราะถ้าคลื่นซัดมาก็จะทำให้เกิดอันตราย เราต้องระวังตัวเองการที่จะเข้าไปดูในซอก ทำได้ยาก แต่คิดว่าช่วงบ่ายน่าจะทำได้ดีมากขึ้นตามหลักการคนที่จมน้ำวันนี้วันที่ 3 ยังไงก็จะต้องลอยขึ้นมา ตามหลักวิทยาศาสตร์ ต้องดูจากจุดลม ถ้าวันนี้เคสนี้จุดที่เจอเรามองเป็นจุดๆ ก็น่าจะไปได้ทั้งสองฝั่ง ในพื้นที่นี้เคยเกิดขึ้นได้ไม่นานเราก็พยายามไปหาที่เราเคยเจอ แต่ตอนนี้ยังไม่เจอ.