ตำรวจคุม 5 คนร้ายทีมปล้นรองปลัดฯสงขลาและ อส.ไปทำแผน อ้างคิดว่าทั้งหมดเป็นแก๊งโจรแก๊งอื่นบังอาจมาล็อกตัวพ่อค้ายาบ้าในเครือข่ายไปรีดค่าไถ่ 1 ล้านบาท ระดมพรรคพวกวางแผนบุกชิงตัวกลับคืน ยอมรับพอรู้เป็นเจ้าหน้าที่รัฐตกใจมาก ยันไม่คิดทำร้ายเอาชีวิตเพราะกลัวโดนไล่ล่าจับตาย ส่วนอีก 4 คนร้ายที่เหลืออยู่ระหว่างออกหมายจับ 1 ในนั้นคือ “ไอ้บ่าว” หัวโจกที่นำปืนของเจ้าหน้าที่ไปฝังดินอำพราง

ตำรวจยังไล่ล่าแก๊งค้ายาเสพติดเหิมเกริมหนัก พาพวกพยายามชิงตัวนายธนกร สุวรรณชนะ ผู้ต้องหาที่ถูก จ.อ.ไพรัช แก้วมณี รองปลัดจังหวัดสงขลา ในฐานะหัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษ จ.สงขลา (ชปพ.สงขลา) พร้อมเจ้าหน้าที่ อส.อีก 5 นาย จับกุมได้และพาไปขยายผลล่อซื้อในซอยหมู่บ้านนิคมพัฒนา หมู่ 11 ถนนเพชรเกษมสายเก่า ต.กำแพงเพชร อ.รัตภูมิ จ.สงขลา ตอนค่ำวันที่ 19 ต.ค. คนร้ายไม่ได้ตัว

ผู้ต้องหาไป เพราะอยู่ในรถยนต์อีกคัน แต่ได้ปล้นปืนพก 9 มม. ของเจ้าหน้าที่ไป 5 กระบอก พร้อมยาบ้า 2 หมื่นเม็ด บัตร ปปส. และรถเก๋งของ จ.อ.ไพรัช หลบหนีไปคดีนี้มีผู้ก่อเหตุ 9 คน เป็นทีมปล้น 8 คน วางแผน 1 คน จับกุมได้แล้ว 4 คน พร้อมรถยนต์ของคนร้ายที่ขับไปก่อเหตุ 3 คัน และยึดรถเก๋งของ จ.อ.ไพรัชที่ถูกขับไปทิ้งไว้ในอ่างเก็บน้ำบ้านควนนา หมู่ 7 ต.กำแพงเพชร รวมทั้งปืนของคนร้ายอีก 3 กระบอก ที่นำไปซ่อนไว้ในพงหญ้าใต้ป้ายน้ำตกโตนปลิว หมู่ 10 ต.คลองต่อ อ.รัตภูมิ และยาบ้าที่ชิงไป 16,000 เม็ด

ความคืบหน้าของคดี เช้าวันที่ 22 ต.ค. ตำรวจชุดสืบสวนภาค 9 ชุดสืบสวน ภ.จ.สงขลา กองปราบปราม และชุดสืบสวน สภ.รัตภูมิ แยกกันลงพื้นที่ติดตามจับกุมผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีอยู่อีก 4 คน บางคนหลบหนีออกนอกพื้นที่ไปแล้ว ขณะเดียวกันพนักงานสอบสวน สภ.รัตภูมิ รวบรวมพยานหลักฐานเสนอศาลออกหมายจับผู้ต้องหาที่เหลืออยู่อีก 4 คน เป็นเครือข่ายค้ายาเสพติดในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 1 ในนั้นชื่อนายบ่าว เป็นหัวโจกที่ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมให้การซัดทอดว่าเป็นคนนำปืนของเจ้าหน้าที่ทั้ง 5 กระบอก ไปฝังดินอำพรางไว้

...

ผู้ต้องหาทั้ง 4 คนที่จับกุมได้แล้ว ประกอบด้วย นายอัฟฟาน หรือบี แก้วเรืองศรี อายุ 35 ปี นายธีระวุฒิ หรือเลี่ยม หัวแหวน อายุ 28 ปี นายกัมปนาท หรือบังดล หมัดอาด้ำ อายุ 47 ปี และนายเสริมศักดิ์ หรือเสริม ศรีสุวรรณ อายุ 46 ปี ส่วนอีก 1 คน คือ นายประวิทย์ หรือนุ๊ก ฤทธิ์เทวา อายุ 26 ปี ถูกจับได้เป็นคนล่าสุดเมื่อคืนที่ผ่านมา ขณะนี้อยู่ระหว่างสอบปากคำขยายผลสาวไปถึงผู้ร่วมขบวนการที่เหลือ เนื่องจากเป็นตัวเชื่อมไปยังกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดแก๊งอื่นทั้งในและนอกพื้นที่ หลังสอบปากคำทั้ง 5 คน เสร็จสิ้นแล้ว จะนำตัวทั้งหมดไปฝากขังผัดแรกต่อศาลจังหวัดสงขลา

สำหรับรถยนต์ที่ใช้ก่อเหตุมี 3 คัน เป็นรถเก๋งโตโยต้า วีออส สีขาว ทะเบียน ขจ 4654 สงขลา รถกระบะอีซูซุ ดีแมคซ์ แค็บ สีดำ ทะเบียน ป-8351 สงขลา และรถเก๋งโตโยต้า ยาริส สีขาว ทะเบียน ขข 6621 สุราษฎร์ธานี เจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน ภาค 9 เข้าเก็บรอยนิ้วมือแฝง ดีเอ็นเอ พร้อมหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์อื่นๆ เช่น เส้นผมที่ตกอยู่ในรถ นำไปเปรียบเทียบตัวบุคคลที่ก่อเหตุว่าในรถคันไหนมีใครบ้าง ส่วนรถเก๋งมิตซูบิชิ แอททราจ สีดำ ทะเบียน 1 กจ 5064 กรุงเทพมหานคร ของ จ.อ.ไพรัช ที่คนร้ายนำไปทิ้งในอ่างเก็บน้ำ เจ้าหน้าที่ได้ลากมาเก็บไว้ที่ สภ.รัตภูมิ และให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตรวจเก็บวัตถุพยานแล้วเช่นกัน ขณะที่ปืนของกลางที่ยึดได้ทั้งปืนสงคราม M 4 และปืน 9 มม.ทั้ง 3 กระบอกที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ ถูกส่งไปตรวจเปรียบเทียบวิถีกระสุนว่าเคยก่อเหตุในคดีใดมาบ้างหรือไม่

พฤติกรรมการก่อเหตุอุกอาจในครั้งนี้ จากการสอบสวนผู้ต้องหา โดยเฉพาะนายเสริมศักดิ์ ศรีสุวรรณ หัวหน้าแก๊งที่เป็นคนวางแผนทั้งหมด ให้การอ้างว่า พวกตนเข้าใจผิดว่า จ.อ.ไพรัช และเจ้าหน้าที่ อส.เป็นคนร้ายแก๊งอื่นมาจับตัวนายธนกร สุวรรณชนะ เครือข่ายค้ายาเสพติดในกลุ่มเดียวกันไปเพื่อเรียกค่าไถ่จำนวน 1 ล้านบาท หลังทราบเรื่องได้เรียกพรรค พวกมาร่วมกันวางแผนชิงตัวนายธนกรกลับคืนมา และเพิ่งรู้ว่าทั้ง 6 คน เป็นรองปลัด และ อส. ตอนที่บุกเข้าชิงตัว ช่วงนั้นรู้สึกตกใจมาก ไม่รู้จะทำอย่างไร แต่ไม่ได้คิดจะทำร้ายร่างกายหรือเอาชีวิต เพราะกลัวว่าหากฆ่าเจ้าหน้าที่รัฐจะหนีไม่รอด ต้องถูกไล่ล่าจับตายแน่นอน ส่วนเหตุผลที่ชิงปืน โทรศัพท์มือถือ และยิงยางรถยนต์ เพื่อไม่ให้เจ้าหน้าที่ต่อสู้ และแจ้งเหตุให้ตำรวจทราบเท่านั้น

เวลา 17.30 น. ตำรวจ สภ.รัตภูมิ คุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 5 คน มีนายอัฟฟาน หรือบี แก้วเรืองศรี นายธีระวุฒิ หรือเลี่ยม หัวแหวน นายกัมปนาท หรือบังดล หมัดอาด้ำ นายเสริมศักดิ์ หรือเสริม ศรีสุวรรณ และนายประวิทย์ หรือนุ๊ก ฤทธิ์เทวา ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในที่เกิดเหตุรวมทั้งหมด 5 จุด ตั้งแต่จุดรวมตัวกินก๋วยเตี๋ยวที่หมู่ 7 ต.เขาพระ อ.รัตภูมิ จนถึงจุดลงมือก่อเหตุในพื้นที่หมู่ 11 ต.กำแพง อ.รัตภูมิ และจุดนำรถยนต์ไปฝากไว้ การทำแผนทุกจุดผ่านพ้นไปได้ด้วยดี ผู้ต้องหาทั้งหมดรับสารภาพและให้ความร่วมมือบอกรายละเอียดการก่อเหตุในครั้งนี้ทุกขั้นตอน

นายเสริมศักดิ์ให้การอ้างว่า เหตุการณ์นี้พวกตนวางแผนชิงตัวผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมยาบ้า เนื่องจากก่อนหน้านี้ได้เจรจาต่อรองกับเจ้าหน้าที่ชุดนี้เพราะเข้าใจว่าเป็นแก๊งโจรแก๊งอื่น ตอนแรกถูกเรียกเงิน 1 ล้านบาท ยาบ้า 100 มัด และยาไอซ์ 10 กก. กระทั่งต่อรองเหลือเพียงเงินสด 3 แสนบาท แต่พวกตนไม่มี เงินมาจ่ายเลยร่วมกันวางแผนชิงตัว ตอนที่เจรจากันพวกตนยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเป็นเจ้าหน้าที่ คิดว่าเป็นโจร มารู้ขณะลงมือก่อเหตุว่าเป็นรองปลัดและอส. พวกตนไม่ได้ต้องการจะชิงยาบ้า อยากได้แค่ตัวเพื่อนร่วมเครือข่ายที่ถูกจับไปคืนเท่านั้น แต่ผิดพลาด เพราะเพื่อนถูกแยกไปนั่งรถยนต์อีกคันและออกจากจุดเกิดเหตุไปก่อนเลยทำให้คลาดกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คดีนี้ตำรวจรายงานความคืบหน้าคดีผู้บังคับบัญชาว่าได้ออกหมายจับผู้ต้องหาที่ร่วมก่อเหตุทั้งหมด 9 คน จับกุมได้แล้ว 5 คน และยังอยู่ระหว่างติดตามจับกุมอีก 4 คน คือนายวรพจน์ หรือบ่าว นวลละออง หัวโจกของแก๊ง นายเดโช หรือหนุ่ม บูรเพ็ชร นายโชคนิมิต หรือจ๊อด จิตรการุน และนายประทีป หลงบุญขวัญ ส่วนของกลางยึดกลับมาได้เกือบทั้งหมดแล้วประกอบด้วย รถยนต์ที่ใช้ก่อเหตุ จำนวน 3 คัน ปืนที่ใช้ก่อเหตุ 3 กระบอก ยาบ้า 2 หมื่นเม็ด เหลือเพียงปืนพกของเจ้าหน้าที่ 5 กระบอก เป็นปืนส่วนตัว 1 กระบอก และปืนหลวง 4 กระบอก ที่นายบ่าวนำไปฝังดินอำพรางไว้แต่ไม่รู้ ว่าฝังไว้จุดใด จะต้องจับกุมนายบ่าวให้ได้ก่อนถึงจะรู้จุดซ่อนปืนที่แน่ชัด

...