ศึกษาธิการจังหวัดภูเก็ต ตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ผอ.ร.ร.จับหัวเด็กวัย 8 ขวบกระแทกผนังห้อง หลังผู้ปกครองเข้าร้องเอาผิด ขณะที่ ผอ.ชี้แจงไม่ได้ทำร้ายน้องแต่อย่างใด และตอนกลับบ้านก็ปกติดี

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 14 ก.ย. 65 น.ส.พัชลี เชาว์พลกรัง ศึกษาธิการจังหวัดภูเก็ต กล่าวถึงกรณีสื่อสังคมออนไลน์นำเสนอผู้บริหารโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งใน จ.ภูเก็ต ทำร้ายนักเรียนว่า ทางสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดภูเก็ตได้มีการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริง ทราบว่าเป็นโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน โดยเมื่อวันที่ 9 ก.ย. 2565 ที่ผ่านมา ทางสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดภูเก็ตได้สั่งการให้ทางโรงเรียนรายงานและชี้แจงกรณีดังกล่าว

ศึกษาธิการจังหวัดภูเก็ต กล่าวต่อว่า เบื้องต้นพบว่าผู้บริหารคนดังกล่าวไม่มีการทำร้ายร่างกายเด็กแต่อย่างใด แต่เนื่องจากข้อมูลที่รายงานมายังไม่ครบถ้วน สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดภูเก็ตจึงได้แจ้งให้ผู้อำนวยโรงเรียนพร้อมด้วยครูและผู้เกี่ยวข้องเข้าให้ข้อมูลและข้อเท็จจริงเพิ่มเติม

นางสาวพัชลี กล่าวอีกว่า จากการสอบถามข้อเท็จจริง เบื้องต้นทราบว่าในวันเกิดเหตุนักเรียนที่ถูกระบุว่าถูกทำร้ายได้มาเรียนตามปกติ โดยมีคุณแม่มาส่ง และโดยปกติเมื่อมาถึงโรงเรียนน้องจะไปเล่นที่ห้องพักครู บางครั้งก็ไปนอนเล่น (ส่วนใหญ่น้องจะไม่เข้าห้องเรียน) เนื่องจากเป็นเด็กพิเศษ ซึ่งจะมีครูประจำชั้นและครูอื่นๆ ในโรงเรียนได้ช่วยกันดูแล ซึ่งในเวลาประมาณ 14.40 น. น้องได้เดินเข้ามาในห้องธุรการ และเดินเข้าไปเล่นในห้อง ผอ.ซึ่งในขณะนั้น ผอ.อยู่ในห้องทำงาน และ ผอ.ได้คุยกับน้อง และน้องก็เล่นอยู่ในห้อง ผอ.ประมาณ 5 นาที จากนั้นก็เดินกลับออกมาข้างนอกโดยไม่มีอาการ หรือแสดงอาการอะไร โดยในระหว่างที่น้องเข้าไปเล่นในห้อง ผอ.ก็มีคุณครูอยู่ในห้องธุรการ และห้องวิชาการ ก็ไม่ได้ยินเสียงน้องร้องไห้จากการถูกทำร้ายแต่อย่างใด

ศึกษาธิการจังหวัดภูเก็ต กล่าวด้วยว่า จากนั้นน้องก็เดินออกมาเพื่อมาซื้อคูปองน้ำดื่ม โดยครูที่จำหน่ายน้ำให้น้องก็ไม่เห็นว่าน้องมีบาดแผลจากการถูกทำร้ายแต่อย่างใด และเมื่อซื้อน้ำเสร็จน้องก็นั่งรอผู้ปกครองมารับกลับบ้านในเวลาประมาณ 15.00 น. ทั้งนี้จากการสอบถาม ผอ.ที่นั่งทำงานอยู่ในห้องพัก ก็บอกว่าไม่ได้ทำร้ายน้องแต่อย่างใด ในเรื่องดังกล่าวทางสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดได้ดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อสืบหาข้อเท็จจริงดังกล่าว และคณะกรรมการจะลงพื้นที่เพื่อสืบข้อเท็จจริงต่อไป เพื่อสอบสวนตามขั้นตอนก่อนที่จะมีการดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป.