ส่อพูดคุยสันติสุขเหลว คนร้ายมุ่งก่อเหตุป่วน สร้างสถานการณ์ ลอบวางระเบิด เผาปั๊มน้ำมัน ร้านสะดวกซื้อ พร้อมกัน 17 จุด ในพื้นที่ 3 จชต. "มทภ.4" สั่ง หน่วยเฉพาะกิจเข้าคุมสถานการณ์ หลังพบผู้ก่อเหตุรุนแรงใช้เยาวชนรุ่นใหม่ออกก่อเหตุ

เมื่อวันที่ 17 ส.ค. 65 จากกรณีเหตุการณ์คนร้ายได้ก่อเหตุสร้างสถานการณ์กระจายพร้อมกัน 17 จุด ในพื้นที่ 3 จชต. เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจำนวน 7 ราย ร้านสะดวกซื้อ ปั๊มน้ำมัน และทรัพย์สินได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก ภายหลังทราบเหตุ พล.ท.เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผอ.รมน.ภาค 4 สั่งการให้หน่วยเฉพาะกิจประจำพื้นที่เข้าควบคุมสถานการณ์ และควบคุมเพลิงให้สงบ ปัจจุบันสามารถควบคุมสถานการณ์เรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างการเข้าตรวจสอบพื้นที่และเก็บรวบรวมวัตถุพยานเพื่อนำสู่การคลี่คลาย และใช้มาตรการทางกฎหมายต่อไป

จากการตรวจสอบลักษณะการก่อเหตุในขั้นต้น พบว่าคนร้ายได้ใช้จักรยานยนต์เป็นพาหนะเข้ามาก่อเหตุด้วยการโยนระเบิดเพลิงใส่, วางวัตถุต้องสงสัย ทั้งด้านหน้าและภายในร้านสะดวกซื้อ ก่อนเกิดระเบิดขึ้นดังกล่าว ทั้งนี้ตลอดเวลาที่ผ่านมาได้ตรวจพบภาพข่าวการเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง และการเตรียมวัตถุระเบิด รวมทั้งคนร้ายได้ก่อเหตุสร้างสถานการณ์มาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายหลังเสร็จสิ้นเดือนรอมฏอนพบว่าคนร้ายได้ก่อเหตุและพยายามสร้างสถานการณ์หลายเหตุการณ์ จนนำไปสู่การติดตามบังคับใช้กฎหมายเป็นเหตุให้คนร้ายเสียชีวิตหลายราย นอกจากนี้ยังสามารถควบคุมตัวกลุ่มคนร้ายและตรวจยึดวัตถุพยานได้เป็นจำนวนมาก

...

ต่อมาเวลา 09.00 น. ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากกองพิสูจน์หลักฐานที่ 10 ยะลา ได้เข้าตรวจสอบในที่เกิดเหตุทั้ง 4 จุด ดังนี้ ร้าน 7-11 ปตท.ยะหา เขตเทศบาลเมืองยะหา อ.ยะหา แรงระเบิดทำให้เกิดเพลิงไหม้ได้รับความเสียหาย 2.ร้านมินิบิ๊กซี สาขารามัน เขตเทศบาลเมืองรามัน ต.กายูบอเกาะ อ.รามัน 3.ร้าน 7-11 ในพื้นที่ บ.บันนังสตา ม.2 ต.บันนังสตา อ.บันนังสตา แรงระเบิดทำให้เกิดเพลิงได้รับความเสียหายเล็กน้อย และ 4.ร้าน 7-11 ในพื้นที่ บ.เนียง ม.4 ต.เปาะเส้ง อ.เมืองยะลา แรงระเบิดทำให้เกิดเพลิงไหม้ได้รับความเสียหาย โดยทางเจ้าหน้าที่ได้ปิดกั้นไม่ให้ประชาชนเข้าไปยังทีเกิดเหตุ ส่วนสาเหตุเชื่อว่าเป็นฝีมือของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ โดยใช้เยาวชนรุ่นใหม่ในการก่อเหตุ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้เก็บรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ เพื่อติดตามคนร้ายกลุ่มนี้มาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

อย่างไรก็ตาม ภายหลังการพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 1-2 ส.ค. 65 นอกจากจะยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงเข้าพรรษาสันติสุขตามข้อเสนอของคณะพูดคุยฝ่ายไทยแล้ว พบว่าคนร้ายมุ่งสร้างสถานการณ์ด้วยการลอบยิงและลอบวางระเบิดต่อเป้าหมายอ่อนแอเชิงสัญลักษณ์ ระบบสาธารณูปโภคมากขึ้น และล่าสุดได้มุ่งโจมตีต่อเป้าหมายระบบเศรษฐกิจ ซึ่งการก่อเหตุในลักษณะดังกล่าว นอกจากได้สร้างความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินแล้ว ยังทำลายบรรยากาศของกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขและทำลายความเชื่อมั่นในระบบอำนาจรัฐ สำหรับปัจจัยที่เป็นมูลเหตุจูงใจการก่อเหตุเจ้าหน้าที่ยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้งไป ทั้งนี้จะทำการตรวจพิสูจน์วัตถุพยานและหลักฐานต่างๆ เพื่อพิสูจน์ทราบกลุ่มคนร้ายรวมทั้งตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกอย่างรอบด้านเพื่อวิเคราะห์ปัจจัย / มูลเหตุจูงใจการก่อเหตุเพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป ทั้งนี้ยังคงยืนยันในเจตนารมย์การแก้ปัญหาอย่างสันติวิธีด้วยการบังคับใช้กฎหมาย ด้วยความอดทน อดกลั้น อย่างระมัดระวัง เพื่อติดตามจับกุมกลุ่มคนร้ายเข้าดำเนินคดีตามกฎหมาย ตลอดจนยังคงมุ่งเน้นสร้างสภาวะแวดล้อมให้เกื้อกูลและหนุนเสริมกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขต่อไป.