"รมว.อว." จัดเวทีใหญ่ บรรเลงเพลงไทยซิมโฟนีออร์เคสตร้า "ดนตรีศรีวิชัย ดนตรีที่นครศรีธรรมราช" ณ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร พื้นที่ประวัติศาสตร์สำคัญในสยาม เพื่อให้รู้วิถีชีวิตในสังคมและวัฒนธรรมของท้องถิ่นใต้
เมื่อวันที่ 28 ก.ค. 65 กระทรวงการอุดมศึกษาฯ โดย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) จัดเวทีบรรเลงเพลง “ดนตรีศรีวิชัย ดนตรีที่นครศรีธรรมราช” จากโครงการวิจัยพื้นที่ทางวัฒนธรรมดนตรีเพื่อพัฒนาและสร้างสรรค์จินตนาการใหม่โดยอาศัยร่องรอยวิถีชีวิตของชุมชนผ่านศิลปินในท้องถิ่นผู้สืบทอดวัฒนธรรมดนตรีของชุมชน และโครงการขยายผลต่อยอดนวัตกรรมเพลงพื้นบ้านเพื่อเผยแพร่ให้เป็นมรดกชาติ โดย รศ. ดร.สุกรี เจริญสุข หัวหน้าโครงการวิจัย มูลนิธิอาจารย์สุกรี เจริญสุข ควบคุมการบรรเลงวงไทยซิมโฟนีออร์เคสตร้า พ.อ. ดร. ประทีป สุพรรณโรจน์ และสร้างสรรค์ภาพจิตรกรรมประกอบบทเพลง ดร.สุชาติ วงษ์ทอง ณ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมี รศ.พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.อุดมศึกษาฯ เป็นประธานเปิดงานฯ นางกฤตษญา ตระขันพฤกษ์ วัฒนธรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวรายงานการจัดงาน นายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผวจ.นครศรีธรรมราช พร้อมด้วย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ผู้บริหาร อว. เข้าร่วมงาน
...
รส.พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.อุดมศึกษาฯ กล่าวว่า ขอชื่นชมจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นเมืองใหญ่ที่ประเทศสยามหวงแหนตั้งแต่ในอดีตมีขนบธรรมเนียมประเพณีดั้งเดิม และรู้สึกยินดีที่ได้นำ รศ.ดร.สุกรี เจริญสุข ศิลปินเอกของประเทศกลับบ้าน เป็นครั้งแรกที่ได้นำดนตรีซิมโฟนีออร์เคสตร้ามาจัดแสดงที่วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร นครศรีธรรมราช ที่จะเป็นมรดกโลก ขอยกย่อง รศ.ดร.สุกรี ที่ได้ดำเนินการเรื่องดนตรีผสมผสานเพลงเดิมกับเพลงปัจจุบัน สร้างความภาคภูมิใจให้กับชาวนครศรีธรรมราช ที่นำเอาดนตรีที่เกิดจากการวิจัย โดยการสนับสนุนของ วช. มาจัดแสดง และเลือกวันที่ 28 กรกฎาคม 2565 เพื่อให้งานดนตรี เป็นการเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา
ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า เป็นครั้งแรกที่ได้นำวงดนตรีไทยซิมโฟนีออร์เคสตร้ามาแสดงที่วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร โดยวงไทยซิมโฟนีออร์เคสตร้าได้สร้างสิ่งที่ทรงคุณค่าให้แก่ประเทศไทย อาจารย์สุกรี เคยกล่าวถึงว่า ผลิตภัณฑ์ทางด้านดนตรีหรือดนตรีพื้นบ้านสามารถสื่อสารออกไปเป็นสินค้าสู่การยอมรับในระดับนานาประเทศโดยผ่านการท่องเที่ยว ผ่านในส่วนของสถานที่สำคัญๆ อย่างเช่น พื้นที่ในสนามบิน บนเครื่องบิน ในร้านอาหารไทยภายในประเทศและร้านอาหารไทยทั่วโลก โรงแรมชั้นหนึ่งทั้งหลาย ซึ่งเราจะคุ้นเคยกับการเปิดดนตรีสากล การพัฒนาให้เป็นมาตรฐานของสินค้าที่สามารถสื่อสารออกไปสู่สากลได้เป็นวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่าและสร้างสรรค์ (Soft Power) ในนามของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ได้ทำหน้าที่สนับสนุนการสร้างองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัยทั้งศาสตร์และศิลป์ วิทยาศาสตร์ สังคมศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือเรื่องของงานดนตรี การสร้างสรรค์งานศิลป์ด้านดนตรี ซึ่งในปีนี้ก็เป็นการต่อยอดงานเป็นปีที่ 2 ที่ วช. ได้ให้การสนับสนุน ซึ่งจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นพื้นประวัติศาสตร์ที่สำคัญหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการแสดงดนตรีจากการถ่ายทอดผ่านบทเพลงจะก่อให้เกิดความรื่นรมย์แก่คนในพื้นที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศเกิดความสุขใจรื่นรมย์ใจจากการฟังดนตรีได้เป็นอย่างยิ่ง
ด้าน รศ. ดร.สุกรี เจริญสุข กล่าวว่า นครศรีธรรมราช เป็นพื้นที่สำคัญในประวัติศาสตร์สยาม เมืองหนึ่งในยุคของศรีวิชัย การนำวงไทยซิมโฟนีออร์เคสตร้ามาแสดงที่นครศรีธรรมราชในครั้งนี้ เพื่อคารวะครูดนตรีรุ่นเก่าๆ ที่ได้สั่งสอนลูกศิษย์ทั้งทางตรงและทางอ้อม ครูแพ แสงพลสิทธิ์ (โรงเรียนเบญจมราชูทิศ) ครูสุมล ดุริยประพันธ์ (โรงเรียนศรีธรรมราช) อาจารย์นิกร แสงจันทร์ (โรงเรียนเบญจมราชูทิศ) และอาจารย์ยี่สุ่น คงนคร (วิทยาลัยครูนครศรีธรรมราช) ครูดนตรีเหล่านี้ได้สร้างคุณูปการและวางรากฐานทางดนตรี ให้แก่ผู้วิจัยตั้งแต่อายุยังน้อย การได้มาแสดงที่นครศรีธรรมราช จึงได้พยายามศึกษาเรื่องราวของดนตรีที่เป็นรากฐานของวิถีชีวิตในสังคมและวัฒนธรรมของท้องถิ่นใต้ โดยเฉพาะเพลงดนตรี เครื่องดนตรี และเสียงดนตรี อันเป็นหลักฐานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ เครื่องดนตรีหลักโนรา เพลงของโนรา เครื่องชาตรีหรือเครื่องห้า (โหม่ง ฉิ่ง ปี่ ทับ กรับพวง/แตระ) เพลงปี่โนรา ท่ารำ เครื่องแต่งกายของโนรา หนังตะลุง ในการสืบสานศิลปวัฒนธรรม มโนราห์ ซึ่งเป็นศิลปะการแสดงพื้นเมืองอย่างหนึ่งของภาคใต้ ผสมผสานกับวงไทยซิมโฟนีออร์เคสตร้าได้อย่างลงตัว และจัดการแสดงที่วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช จึงเป็นโอกาสที่ได้ตอบแทนบุญคุณของบ้านเกิดในการเรียนรู้บริบทของสังคมในวัยเยาว์ คือรากฐานของวิถีชีวิต ในการนำเสนอต่อสังคมใหม่ เป็นการเสนอรูปแบบในการนำเพลงจากเพลงพื้นบ้าน เพลงไทยเดิม เพลงสมัยนิยม เพลงประวัติศาสตร์ และเพลงโบราณ มาต่อยอดและสืบทอดอายุเพลงให้มีชีวิตใหม่ เพื่อให้เป็นที่รู้จักในสังคมไทยและเป็นที่รู้จักของประชาคมนานาชาติ
...