ภูเก็ตผวา สั่งปิดทุกช่องทางเข้า-ออก สกัดนักท่องเที่ยวชายชาวไนจีเรีย ป่วย "ฝีดาษลิง" ออกนอกพื้นที่ หลังเลี่ยงเข้ารับการรักษาตัวจากโรงพยาบาล ขณะที่ผู้การภูเก็ต ฝากถึงแท็กซี่ หรือรถคันที่รับผู้ป่วยรายนี้ที่คอนโดฯ อำเภอกะทู้ และโรงแรมย่านป่าตอง ขอให้มาพบหรือรายงานตัวกับทางสาธารณสุขจังหวัด
เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2565 ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดภูเก็ต นายพิเชษฐ ปาณะพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วย นพ.กู้ศักดิ์ กู้เกียรติกูล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต พล.ต.ต.เสริมพันธุ์ ศิริคง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงข่าวกรณีพบผู้ป่วยโรคฝีดาษลิง รายแรกของไทย เป็นนักท่องเที่ยวสัญชาติไนจีเรีย ซึ่งหลบเลี่ยงเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล ขณะนี้ เจ้าหน้าที่กำลังติดตามตัวเพื่อเข้ารับการรักษา โดยปิดทุกช่องทางเข้าออกของจังหวัดภูเก็ต.
นพ.กู้ศักดิ์ กู้เกียรติกูล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยว่า ไทม์ไลน์ของผู้ป่วยรายนี้ เริ่มเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยทาง สสจ.ได้รับแจ้งจากโรงพยาบาลเอกชนว่า มีเคสสงสัย ให้ข้อมูลการว่ามีไข้ ไอ เจ็บคอ น้ำมูก มีผื่นแดง ตุ่มนูนแดง ตุ่มหนอง เริ่มจากอวัยวะเพศลามไปใบหน้า ลำตัว แขน เก็บตัวอย่างส่งตรวจหาเชื้อก่อโรค มีประวัติสัมผัสนักท่องเที่ยวในสถานบันเทิงที่ป่าตองใน 2-3 สัปดาห์ก่อนป่วย พร้อมทั้งให้ประวัติมีเพศสัมพันธ์แบบไม่ปลอดภัย (กับเพศหญิง ไม่สามารถระบุสัญชาติได้)
โดยในวันที่ 18 กรกฎาคม ทราบผล Lab ตรวจ PCR พบเชื้อ Monkeypox virus โดยห้องปฏิบัติการที่คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
และต่อมาวันที่ 19 กรกฎาคม ทราบผล Lab ยืนยันโดยห้องปฏิบัติการกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยรายนี้ปฏิเสธการให้ข้อมูลส่วนบุคลล ทั้งอาชีพและข้อมูลการเดินทาง รวมถึงปฏิเสธการเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล ขณะที่ การสอบสวนโรคมีผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 17 คน เบื้องต้นกลุ่มแรก 7 คน ไม่พบเชื้อ ขณะที่อีก 10 คน อยู่ระหว่างรอผลและกักตัวเพื่อเฝ้าดูอาการ
โดยทางผู้ป่วยทำการตรวจเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม มีการนัดหมายเพื่อเข้ารับการรักษา แต่ปรากฏว่าไม่มาตามนัด ทางสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต จึงได้มีการประสานทางเจ้าที่ตำรวจเพื่อติดตามตัวเข้าสู่กระบวนการรักษา จากที่ทีมของทางโรงพยาบาลได้โทรศัพท์ไปติดต่อกับทางผู้ป่วยเพื่อนำตัวมารับการรักษา ซึ่งผู้ป่วยปฏิเสธและปิดโทรศัพท์ ทำให้ทีมสอบสวนสาธารณสุขจังหวัดและสาธารณสุขอำเภอกระทู้ พร้อมทั้งประสานผู้บังคับการตำรวจภูธรภูเก็ต และตำรวจตรวจคนเข้าเมืองภูเก็ต
ทางด้าน พล.ต.ต.เสริมพันธุ์ ศิริคง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ผู้ป่วยรายนี้ได้หลีกเลี่ยงการเปิดประวัติส่วนบุคคล ทั้งการเดินทาง และอาชีพ และหลบหายไปจากที่พัก เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม ช่วงเวลา 21.00 น. เบื้องต้นทราบว่าผู้ป่วยรายนี้เป็นนักท่องเที่ยวที่ ไม่ได้อายุ VISA จึงกลายเป็นนักท่องเที่ยวกลุ่ม overstay ขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตามตัว โดยปิดทุกช่องทางเข้าออกของจังหวัดภูเก็ต
ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยอีกว่า จากการตรวจสอบชาวไนจีเรียนั้น เราพบว่าได้มีการทำสัญญาเช่าที่พักในเดือนมกราคม คาดว่าการเดินทางเข้ามาของเขา น่าจะอยู่ในช่วงระหว่างเดือนธันวาคม หรือเดือนมกราคม ส่วนกรณีที่เขาไม่เข้ามารายงานตัวเพื่อรับการรักษา อาจจะเป็นที่เขารู้ตัวว่าทำผิดกฎหมายตรวจคนเข้าเมืองในเรื่องของโอเวอร์สเตย์
ซึ่งข้อมูลรายงานอีกว่า ทางนิติบุคคลของคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต ได้เปิดเผยว่าทางชาวไนจีเรียรายนี้ ได้บอกกับทางนิติบุคคลว่าเขาหายแล้ว อย่างไรก็ตาม อยากจะประชาสัมพันธ์ถึงแท็กซี่ หรือรถคันที่รับผู้ป่วยรายนี้ รวมถึงในวันที่ 18 ก.ค. และวันที่ 19 ที่รับชาวไนจีเรียคนนี้จากโรงแรมแห่งหนึ่งย่านป่าตอง ขอให้มาพบหรือรายงานตัวกับทางสาธารณสุขจังหวัด หรือสามารถเข้าไปพบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ที่สถานีตำรวจทุกสถานี เพื่อที่ทางเจ้าที่จะสามารถติดตามชาวไนจีเรียรายนี้ได้เร็วขึ้น
ทั้งนี้ เมื่อติดตามตัวได้แล้วจะเฝ้าระวังอาการตามขั้นตอนทางการแพทย์และดำเนินการตามกฎหมายจากการพำนักแบบ overstay
ขณะที่ นายแพทย์วีระศักดิ์ หล่อทองคำ ผู้อำนวยการ รพ.วชิระภูเก็ต กล่าวว่า จากข้อมูลทางการแพทย์ โรคฝีดาษลิง จะมี 2 สายพันธุ์ คือ สายพันธุ์ West African เป็นสายพันธุ์ที่ไม่รุนแรง อีกสายพันธุ์คือ Central African เป็นสายพันธุ์ที่มีความรุนแรงกว่า อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยรายนี้ พบเชื้อยืนยันเป็นสายพันธุ์ West African และไม่ได้แพร่เชื้อได้ง่ายเหมือนโรคโควิด-19 ทั้งนี้ ให้เฝ้าสังเกตอาการ หากมีไข้ ต่อมน้ำเหลืองโต และเป็นผื่น ตุ่มใสหรือตุ่มหนอง และฝากถึงนักท่องเที่ยวและประชาชนว่า ยังคงสามารถเดินทางท่องเที่ยวเข้ามาในจังหวัดภูเก็ตได้ตามปกติ


