สสจ.ตรัง เผยพบนักธุรกิจชายไทยวัย 53 ติดโควิด-19 สายพันธุ์ BA.2.75 รายแรก หลังกลับจากประชุม จ.ภูเก็ต แต่อาการไม่รุนแรง ให้กลับรักษาที่บ้านแล้ว ขณะที่ ผู้สัมผัสเสี่ยง 4 ราย ยังตรวจไม่พบเชื้อ

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 20 ก.ค. 65 ผู้สื่อข่าวประจำ จ.ตรัง ได้รับแจ้งจาก นายแพทย์ชัยรัตน์ ลำโป นายแพทย์สาธารณสุข จังหวัดตรัง ถึงกรณีที่ ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ รพ.รามาธิบดี โพสต์เพจ-เฟซบุ๊ก "Center for Medical Genomics" เรื่อง พบโอไมครอน สายพันธุ์ย่อย BA.2.75 แล้วในไทยที่ จ.ตรัง โดยศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 12/1 ตรัง ได้ทำการเก็บตัวอย่าง เมื่อวันที่ 28 มิ.ย. 2565 กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนม และ upload ขึ้นบนฐานข้อมูลโควิดโลก GISAID เมื่อวันที่ 18 ก.ค. 2565 พบมีการกลายพันธุ์ต่างไปจากไวรัสดั้งเดิมอู่ฮั่น ประมาณ 90 ตำแหน่ง

นายแพทย์ชัยรัตน์ เปิดเผยว่า สสจ.ตรัง ได้รับแจ้งจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ว่า พบผู้ป่วยของ จ.ตรัง 1 ราย ที่เป็นสายพันธ์ุ BA.2.75 เพียงรายเดียว เป็นชาว จ.ตรัง อายุ 53 ปี อาชีพนักธุรกิจ เท่าที่ดูจากรายงานการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่าไปรับเชื้อมาจาก จ.ภูเก็ต ในงานประชุมกิจกรรมของโรตารี่ ซึ่งมีชาวต่างชาติหลากหลายเชื้อชาติเข้ามาประชุมร่วมด้วย เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. 65 ก่อนที่จะพบว่าติดเชื้อโควิด-19 วันที่ 27 มิ.ย. 65 ช่วงเวลาประมาณ 04.00 น. โดยรู้สึกว่ามีอาการเจ็บคอ และมีอาการไอนิดหน่อย ก็เลยสงสัยว่าติดเชื้อโควิด-19 ก็เลยตรวจเอทีเค (ATK) ผลเป็นบวก และเข้าทำการรักษาตัวที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งใน จ.ตรัง ทางโรงพยาบาลเอกชนก็เลยได้ตรวจ RT-PCR เพื่อเป็นการยืนยันก็พบว่ามีการติดเชื้อจริง

นายแพทย์ สสจ.ตรัง กล่าวต่อว่า เท่าที่สอบสวนมีผู้สัมผัสใกล้ชิดเพียงแค่ 4 ราย เป็นลักษณะการนั่งดื่มด้วยกันเมื่อวันที่ 27 มิ.ย. 65 ช่วงกลางคืนก็ได้เฝ้าระวังติดตามอาการของผู้สัมผัสทั้ง 4 คนอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งให้คำแนะนำให้แยกตัวออกจากคนอื่น จนถึงขณะนี้ทั้ง 4 ราย ผลตรวจก็ยังคงเป็นลบ ส่วนอาการผู้ป่วยตั้งแต่ต้นก็ไม่ได้มีอะไรมาก ไม่มีไข้ มีเพียงอาการเจ็บคอ และไอเล็กน้อย นอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลประมาณ 2-3 วัน อาการก็ดีขึ้น ทางโรงพยาบาลก็ได้ให้กลับมารักษาตัวที่บ้าน โดยให้ยาหรือรักษาตามปกติของผู้ป่วยโควิด-19 ในส่วนของผู้ป่วยรายนี้ไม่มีอะไรที่ต้องน่ากังวล เพราะว่าสายพันธุ์ย่อย BA.2.75 เป็นแค่สายพันธุ์ย่อยของโอไมครอน ซึ่งไม่มีอะไรที่รุนแรง ถ้าหากมีวัคซีนเข็มกระตุ้น ภูมิต้านทานแข็งแรงก็สามารถลดอาการรุนแรงของโรคได้

นายแพทย์ชัยรัตน์ เปิดอีกว่า ในส่วนของ จ.ตรัง ซึ่งเป็นพื้นที่สีเขียว จะเน้นการเฝ้าระวัง อย่างน้อย 3 กรณี เช่น 1. กรณีที่ระบาดเป็นกลุ่มก้อน 2. คนไข้นอนโรงพยาบาลแล้วอาการรุนแรง 3. เดินทางจากต่างประเทศ ซึ่งเคสนี้ก็พบจากการเฝ้าระวังเช่นเดียวกัน เนื่องจากนอนโรงพยาบาลก็เลยสุ่มตรวจหาสายพันธุ์ก่อนที่ผลจะทราบเมื่อวานนี้ว่าเป็น สายพันธุ์ย่อย BA.2.75 ที่เป็นการไปสุ่มตรวจพบเอาพอดี

“ดีที่สุดเลยตอนนี้จากข้อมูลทางวิชาการ หากไม่อยากให้อาการของโควิด-19 หรือโอไมครอน มีความรุนแรง เวลาติดเชื้อต้องฉีดวัคซีนป้องกันไว้ โดยเฉพาะวัคซีนเข็มกระตุ้น เพราะว่าตัววัคซีนที่มีอยู่ในระบบตอนนี้ที่ฉีดให้กับประชาชนส่วนใหญ่ภูมิต้านทานจะอยู่ได้ไม่นาน จึงจำเป็นอย่างมากที่จะต้องฉีดเข็มกระตุ้น เพื่อสร้างภูมิต้านทาน เพราะโควิด-19 กลายพันธุ์ง่ายดายมาก แต่สายพันธุ์หลักในตอนนี้ก็ยังคงมี 5 สายพันธุ์ ซึ่งจะต้องติดตามข้อมูลอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง จ.ตรัง ขณะนี้มีความพร้อมในระบบของการแพทย์ที่จะดูแลทุกอย่าง” นายแพทย์ สสจ.กล่าว.