UNDP จับมือ Thailand Policy Lab นำนวัตกรรมเชิงนโยบายพัฒนาการผลิตอาหารและสินค้าเกษตรในจังหวัดชายแดนใต้หวังเอาชนะความยากจน เพิ่มรายได้อย่างยั่งยืน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) และ Thailand Policy Lab ได้นำนวัตกรรมเชิงนโยบายพัฒนาการผลิตอาหารและสินค้าเกษตรในจังหวัดชายแดนใต้ เพื่อเอาชนะความยากจนและเพิ่มรายได้อย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ โครงการฯ พบว่า จังหวัดชายแดนใต้มีสัดส่วนความยากจนสูงสุดในประเทศเมื่อปี 2559 มีคน จนสูงสุดถึงร้อยละ 32.8 รายได้เฉลี่ยของประชากรในจังหวัดชายแดนใต้อยู่ในระดับต่ำสุดที่ 5,725 บาทต่อเดือน ขณะที่รายได้เฉลี่ยของประเทศอยู่ที่ 9,409 บาทต่อเดือน การแพร่ระบาดของโควิด-19 ยิ่งซ้ำเติมครอบครัวส่วนใหญ่ในจังหวัดชายแดนใต้มีอาหารบริโภคลดลง ทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ
เด็กบางส่วนมีอาหารรับประทานไม่ครบทุกมื้อและประสบปัญหาขาดสารอาหาร ภาวะทุพโภชนาการยังส่งผลกระทบต่อการพัฒนาสมองของเด็กด้วย ผลสำรวจระดับสติปัญญากลุ่มเด็กชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ใน จ.ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ของกรมสุขภาพจิตในปี 2559 พบว่า เด็กในพื้นที่ดังกล่าวมีค่าเฉลี่ยไอคิวต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน
อย่างไรก็ตาม จากกรณีดังกล่าว UNDP และ Thailand Policy Lab ห้องปฏิบัติการนโยบายที่ก่อตั้งโดย UNDP และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติจึงจัดกิจกรรมเสวนาและฝึกอบรมด้านนวัตกรรมเชิงสังคมและนโยบายผ่านกิจกรรม Policy Innovation Journey: เส้นทางสานฝันสร้างนโยบายครั้งที่ 2 ในประเด็นระบบการผลิตอาหารให้กับนักวางแผนนโยบาย นักปฏิบัติ ข้าราชการและนักวิชาการระดับชุมชนและท้องถิ่นกลุ่มจังหวัดชายแดนใต้ขึ้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
นายเรอโน เมแยร์ ผู้แทนโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติประจำประเทศไทย (UNDP Thailand กล่าวว่า กิจกรรมนี้ มีเป้าหมายในการค้นหาปัญหาและทางแก้จากท้องถิ่น โดย 90% พบว่า การแก้ปัญหาที่ประสบความสำเร็จต้องแก้จากท้องถิ่นไม่ใช่จากส่วนกลาง เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทพื้นที่
...
ดังนั้น เพื่อให้แก้ปัญหาตรงจุด UNDP และสภาพัฒน์ฯ จึงเปิดพื้นที่สนทนาเพื่อการเปลี่ยนแปลง การปรับปรุงการบริการสาธารณะ โดยให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงท้องถิ่นเข้ากับระดับชาติและระดับโลก
ด้าน นายสุริยนต์ ธัญกิจจานุกิจ ที่ปรึกษาด้านนโยบายและแผนงานสภาพัฒน์ฯ กล่าวว่า Thailand Policy Lab ได้ใช้กระบวนการนี้ ทดลองเครื่องมือเชิงนโยบายต่างๆ เพื่อค้นหานวัตกรรมการสร้างการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการกำหนดนโยบายระดับต่างๆ โดยจะมีการทดลองไปในหลายพื้นที่และหลายโจทย์ เพื่อเรียนรู้กระบวนการในการสร้างการมีส่วนร่วม และถอดบทเรียนเพื่อนำมาออกแบบกระบวนการกำหนดนโยบายสาธารณะในระดับต่างๆ ของประเทศให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด ส่วนผู้เข้าร่วมกิจกรรมเพื่อร่วมคิดหาแนวทางสร้างความมั่นคงทางอาหารจาก จ.สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ต่างมองว่า ในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้มีทรัพยากรอาหารอุดมสมบูรณ์ แต่ขาดการบริหารการจัดการ โครงการนี้ จึงจะช่วยให้กลุ่มเกษตรกรและคนเปราะบางในพื้นที่มีช่องทางการมีส่วนร่วมในการร่วมคิดร่วมสร้างระบบบริหารจัดการอาหาร และสินค้าเกษตรในท้องถิ่น เพื่อเพิ่มการเข้าถึงอาหารและสร้างรายได้ให้ดียิ่งขึ้น.