หน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารราบที่ 25 กองกำลังเทพสตรี ซุ่มจับหนุ่มใหญ่วัย 53 ชาวระนอง ใช้รถตราโล่ที่ประมูลมา ขนยางพาราหนีภาษีกว่า 5 ตัน ที่นำขึ้นเรือหางยาวลักลอบข้ามฝั่งมาจากประเทศเพื่อนบ้าน จับชาวเมียนมาได้อีก 5 คน
วันที่ 2 มิถุนายน เวลา 12.00 น. พันเอก ภูมิพัฒน์ บุญเรืองขาว ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารราบที่ 25 กองกำลังเทพสตรี ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวในพื้นที่ว่า จะมีการลักลอบนำยางพาราหนีภาษี จากประเทศเมียนมา ข้ามแม่น้ำกระบุรี เข้าไทย ทางฝั่งพื้นที่ อ.กระบุรี จ.ระนอง จึงสั่งการให้ กองร้อย ร.2521 หน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารราบที่ 25 กองกำลังเทพสตรี แบ่งกำลังเข้าทำการซุ่มเฝ้าตรวจตามแนวชายแดนพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อสกัดกั้นการลักลอบขนสินค้าการเกษตรไม่ผ่านพิธีการศุลกากร
จนกระทั่งเมื่อช่วงเที่ยง ได้พบรถยนต์กระบะต้องสงสัย สี่ประตูสีขาว-แดงเลือดหมู ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน เข้ามาบริเวณที่เจ้าหน้าที่เฝ้าดักซุ่ม ริมตลิ่งลำน้ำกระบุรี แนวชายแดนไทย บ้านนาล่าง ม.4 ต.มะมุ อ.กระบุรี พร้อมได้ยินเสียงเรือหางยาว เข้าเทียบท่าเรือธรรมชาติ โดยมีกลุ่มคนทั้งหมดประมาณ 6 คน ได้ช่วยกันขนถ่ายยางพาราแผ่นจากเรือมาขึ้นรถยนต์กระบะคันดังกล่าว จึงเข้าแสดงตัวทำการตรวจยึดรถยนต์ และเรือหางยาวขนาดใหญ่ ที่ใช้ขนยางพาราแผ่นจากหมู่บ้านพอทรุด อ.เขม่าจี จ.เกาะสอง ประเทศเมียนมา เข้ามาสู่ฝั่งประเทศไทย โดยขณะเข้าทำการจับกุม เจ้าหน้าที่ทหารใช้ความละมุนละม่อม พร้อมเรียกให้ผู้กระทำความผิดบางส่วนที่กระโดดน้ำหนีให้ว่ายน้ำกลับเข้ามา เดี๋ยวจะจมน้ำตายโดยใช่เหตุ
จากการสอบสวนเบื้องต้น นายขวัญชัย หรือ หวือ โมฬี อายุ 53 ปี ชาวไทย ให้การยอมรับเป็นคนขับรถยนต์กระบะสี่ประตู ที่ประมูลจากกรมตำรวจ ในราคา 40,000 บาท ใช้งานมาเป็นระยะเวลา 5 ปี โดยไม่ได้ทำสีใหม่ ส่วนเรือหางยาว ตนเพิ่งซื้อมาจากเพื่อนบ้านในราคา 30,000 บาท พร้อมเครื่องยนต์ รับซื้อยางพาราหนีภาษีจากผู้เฒ่าดำ หมู่บ้านพอทรุด ประเทศเพื่อนบ้าน ในราคา กก.ละ 56 บาท เมื่อนำมาขายฝั่งไทยจะได้ราคา กก.ละ 58 บาท ทำมาเป็นระยะเวลา 1 เดือนครึ่ง ส่วนชาวเมียนมาทั้ง 5 คน มาจากหมู่บ้านพอทรุด ได้รับค่าจ้างเหมาในการช่วยขนยางพารา ในราคา กก.ละ 50 สตางค์ จากนั้นนำผู้กระทำคผิดทั้งหมด 6 ราย พร้อมของกลาง รถยนต์พาหนะ 1 คัน เรือหางยาว 1 ลำ และแผ่นยางพาราดิบ น้ำหนักประมาณ 5,500 กิโลกรัม ส่งมอบให้กับด่านศุลกากร จ.ระนอง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป