สาวพิการโชคร้าย นำอาหารให้หมาพันธุ์ไทยหลังอานของพี่ชายที่เลี้ยงในบ้าน เกิดเสียหลักล้ม ทำให้หมาตกใจรุมขย้ำกัดคอโดนเส้นเลือดใหญ่ตายสยองคาบ้านพัก รองผู้ว่าฯ ภูเก็ต พร้อมตำรวจเข้าตรวจสอบ พร้อมสอบถามญาติไม่ติดใจ เพราะสุนัขมีร่องรอยเลือดที่ขนและปาก และมีหลักฐานจากกล้องวงจรปิด


เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 10 พ.ค.65 พ.ต.ต.สุชาติ ลือชา รอง สว.ป สภ.ถลาง ทำหน้าที่หัวหน้าสายตรวจต.ป่าคลอก อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ได้รับแจ้งเหตุสุนัขกัดคนเสียชีวิต ภายในบ้านเลขที่ 66 หมู่ 3 บ้านบางแป ต.ป่าคลอก อ.ถลาง จึงได้ประสาน พ.ต.ต.นิวัฒน์ ทิมเกตุ สว.(สอบสวน) สภ.ถลาง จ.ภูเก็ต พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ต สาขาเมืองใหม่ รุดไปที่เกิดเหตุ

ในที่เกิดเหตุเป็นบ้านเดี่ยวเลขที่ 208/6 ม.3 ต.ป่าคลอก อ.ถลาง จ.ภูเก็ต มีรั้วรอบขอบชิด ตรวจสอบภายในบ้าน พบ น.ส.ศรินรัตน์ ละอองพานิชกุล อายุ 38 ปี นอนเสียชีวิต บริเวณทางเข้าบ้านในสภาพนอนหงายสวมชุดนอน บริเวณคอด้านซ้ายมีรอยถูกกัด คาดว่าน่าจะเป็นสุนัขที่พี่ชายเลี้ยงไว้

จากการสอบสวนเบื้องต้น บ้านหลังดังกล่าวอยู่ด้วยกัน 4 คน เป็นครอบครัวพี่น้องกัน โดยมีผู้เสียชีวิตอยู่บ้านคนเดียว ส่วนอีก 3 คนเดินทางไปทำธุระที่กรุงเทพฯ สำหรับตัวผู้เสียชีวิตนั้นเป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง ลักษณะการเดินเหินค่อนข้างลำบาก จากสภาพศพในที่เกิดเหตุคาดว่าน่าจะถูกสุนัขซึ่งมีอยู่ 2 ตัว เป็นพันธุ์ไทยหลังอาน อายุประมาณ 1-2 ขวบ ที่พี่ชายเพิ่งซื้อมาเลี้ยงได้ประมาณ 5 เดือน จากสภาพศพคาดว่าผู้เสียชีวิตน่าจะอยู่ในช่วงให้อาหารสุนัข อาจจะเกิดเสียหลักล้มด้วยอาการของโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงไปโดนสุนัข ทำให้สุนัขตกใจกัดเข้าบริเวณคอ โดนเส้นเลือดใหญ่ ซึ่งขณะเกิดเหตุไม่มีใครอยู่บ้านที่พอจะช่วยเหลือได้

...

ขณะที่ นายพิเชษฐ์ ปานะพงศ์ รองผู้ว่าฯ ภูเก็ต ร่วมเดินทางลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบ เปิดเผยว่า ทราบว่าสุนัขที่เลี้ยงไว้กัดเสียชีวิต ประมาณ 06.00-07.00 น. บ้านตรงนี้ปกติก็มีรั้วรอบขอบชิด ปกติก็ปล่อย สงสัยว่าผู้ตายคงมาให้อาหารสุนัข เพราะพี่ชายที่เป็นเจ้าของไม่อยู่ไปกรุงเทพฯ ตอนนี้ทราบแล้วกำลังเดินทางกลับมา และญาติไม่ติดใจเพราะเห็นสภาพแล้ว สุนัขเองก็มีรอยเลือดที่ขน ที่ลำตัว ปาก และมีกล้องวงจรปิดสามารถพิสูจน์ได้ ตอนนี้รอให้ทางแพทย์ชันสูตรพลิกศพ คงโดนเส้นเลือดใหญ่

ด้าน นพ.อาทิตย์ สุรวิศาลกุล แพทย์นิติเวชโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต กล่าวว่า แผลที่โดนกัด ประมาณสัก 2-3 แผลด้านซ้าย ตรงตำแหน่งช่วงคอพอดี ถ้าจะดูละเอียดให้แน่ชัดต้องชันสูตรต่อ แต่ต้องขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของทางตำรวจและญาติ.