เกิดอุบัติเหตุรถเก๋ง 2 คันชนกันบนถนนใน จ.สตูล ทำให้เกิดไฟลุกไหม้รถทั้ง 2 คัน ผู้โดยสาร 4 คนได้รับความช่วยเหลือออกมาได้ทัน แต่บาดเจ็บสาหัส ขณะที่ 2 พี่น้องวัยรุ่นหนีไม่ทัน ถูกไฟคลอกเสียชีวิต

เมื่อวันที่ 19 มี.ค. 2565 เวลา 19.30 น. ร.ต.อ.วิสุทธิ์ ประสมศรี พนักงานสอบสวน สภ.ควนกาหลง จ.สตูล รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถยนต์เก๋งชนกันไฟลุกไหม้ทั้ง 2 คัน มีคนติดในรถ เหตุเกิดบริเวณถนนบ้านซอย 4 ต.ควนกาหลง เส้นทางควนกาหลง-ละงู ซึ่งเป็นถนนกำลังก่อสร้าง เป็นเนินและไม่มีไฟฟ้า หลังรับแจ้งได้ประสานรถดับเพลิง มูลนิธิกู้ภัยร่มไทร และเจ้าหน้าที่รุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุ พบรถยนต์เก๋ง 2 คันอยู่ในลักษณะจอดเทียบสลับหัวท้าย มีไฟลุกไหม้ทั้ง 2 คันจนระบุสภาพไม่ได้ ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 50 เมตร มีรถกระบะสีบรอนซ์เงินทะเบียน บจ 3162 สงขลา ตกอยู่ในคูข้างทาง เจ้าหน้าที่ใช้เวลาดับเพลิงที่ลุกไหม้รถทั้ง 2 คัน ประมาณ 30 นาที เพลิงจึงสงบ พบว่ารถเก๋งคันที่ท้ายยุบและด้านขวารถยุบ มีคนถูกไฟคลอกเสียชีวิตอยู่บริเวณที่นั่งคนขับ 1 คน และหลังรถ 1 คน

เจ้าหน้าที่ตรวจสอบในที่เกิดเหตุ ทราบว่าไฟลุกไหม้จากรถคันที่มีวัยรุ่นชายวัย 17 ปี เป็นคนขับ โดยมี นางพนินทรา มารดานั่งคู่มากับคนขับและมีน้องสาวนั่งเบาะหลัง โดยชายวัยรุ่นและน้องสาวถูกไฟคลอกเสียชีวิต ส่วนรถอีกคันมีผู้โดยสาร 3 คนเช่นกัน มีนางสุภารัตน์ ประจงใส อายุ 48 ปี เป็นคนขับ และมี น.ส.นิตยา บาวทอง อายุ 35 ปี และลูกชายวัย 3 ขวบนั่งมาด้วย สำหรับสาเหตุและการเกิดอุบัติเหตุนั้นไม่มีคนอื่นเห็นเหตุการณ์ ส่วนคนเจ็บทั้ง 4 คนยังให้การไม่ได้ เนื่องจากถูกนำส่ง รพ.ควนกาหลง ด้วยอาการสาหัส ส่วนอีก 2 คนถูกไฟคลอกเสียชีวิต

ด้าน นายวีรพันธุ์ หลังเศษ ญาติผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ตนเป็นลูกพี่ลูกน้องกับนางพนินทรา ซึ่งเดินทางไปเยี่ยมย่า พร้อมกับลูกชายและลูกสาวที่ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา และกำลังเดินทางกลับบ้านที่ อ.ละงู จ.สตูล โดยใช้เส้นทางดังกล่าว โดยวัยรุ่นผู้เสียชีวิตนั้นเป็นนักเรียน ร.ร.จุฬาภรณ์ราชวิทยาลัย ที่เรียนเก่งมาก ได้ทุนเอเอฟเอสนักเรียนแลกเปลี่ยน กำลังจะเดินทางไปเรียนที่ออสเตรเลียในไม่กี่วันข้างหน้า รู้สึกเสียใจมากที่ต้องมาสูญเสียหลานทั้ง 2 คนพร้อมกัน ส่วนเหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างไรนั้นตอนนี้ผู้บาดเจ็บยังไม่สามารถให้การใดๆ ได้ ตนทราบแต่เพียงว่านางพนินทรานั้นถูกช่วยเหลือได้ทัน ส่วนลูกของนางทั้ง 2 ไฟลุกเร็วมากจนท่วมรถ ไม่สามารถช่วยได้ ส่วนรถอีกคันนั้นช่วยได้ทั้งหมด ซึ่งเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบและสอบสวนพยานหลักฐานอีกครั้งหนึ่งเพื่อหาข้อเท็จจริง