"บิ๊กโจ๊ก" ส่ง "ผู้การรังนก" เข้าร่วมคลี่คลายคดีการทุจริตในสหกรณ์ตำรวจพัทลุง ด้านสหกรณ์จังหวัดฯ ยันการทุจริตในครั้งนี้น่าจะเป็นความผิดของทุกฝ่าย

จากกรณีที่มีการทุจริตในสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจพัทลุง จำกัด ไม่น้อยกว่า 1,450 ล้านบาท โดยพบการทุจริตในสหกรณ์ฯ ในการตกแต่งบัญชีผี 387 ราย ความเสียหายมากกว่า 432 ล้านบาท กระทั่ง พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผช.ผบ.ตร. ได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.ไพโรจน์ กุจิระพันธ์ ผบก.อธ. ซึ่งเป็นหัวหน้างานการสอบสวนในคดีรังนกของ สตช. พร้อม ตร.ชุดคลี่คลายคดีดังกล่าวรวม 8 นาย เข้ามาร่วมการคลี่คลายคดีการทุจริตของสหกรณ์ตำรวจฯ ตั้งแต่วันที่ 12 มี.ค. 65

พล.ต.ต.ไพโรจน์ จึงได้มีหนังสือและประสานขอความร่วมมือไปยังอธิบดีกรมตรวจสอบบัญชีสหกรณ์ เพื่อขอความอนุเคราะห์ในการจัดส่งเจ้าหน้าที่ของกรมตรวจสอบบัญชีสหกรณ์ ได้เข้ามาตรวจสอบการเงินและการบัญชี การรายงานกิจการประจำปีของสหกรณ์ตำรวจฯ ในปีที่มีการทุจริต

เมือวันที่ 14 มี.ค. 65 ที่ห้องประชุมตำรวจภูธรจังหวัดพัทลุง ศูนย์ปฏิบัติการสืบสวนสอบสวนคดีการทุจริตสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจพัทลุง จำกัด พล.ต.ต.ไพโรจน์ กุจิระพันธ์ ผบก.อธ. ได้เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการสอบสวนของตำรวจพัทลุง และชุดสอบสวนของ ภาค 9 โดยมี พ.ต.อ.ประสิทธิ์ ปานดำ ผกก.กลุ่มงานสอบสวน ภ.9 เข้าร่วมในการประชุมด้วย และหลังเสร็จการประชุม พล.ต.ต.ไพโรจน์ และทีมงานสอบสวนของ สตช.ได้เดินทางไปยังสำนักงานสหกรณ์จังหวัดพัทลุง เพื่อร่วมปรึกษาหารือ ขอทราบข้อมูลสำคัญ ในการคลี่คลายคดีดังกล่าวจากนายสวัสดิ์ อ่อนประชู สหกรณ์จังหวัดพัทลุง

ด้านนายสวัสดิ์ อ่อนประชู สหกรณ์จังหวัดพัทลุง กล่าวในที่ประชุมสามัญประจำปี 2564 ของสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจฯ โดยมีใจความสรุปได้ว่า ตนเป็นชาว อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง ทำงานในกรมส่งเสริมสหกรณ์มาแล้ว 41 ปี การตรวจสอบสหกรณ์นั้นดูได้ไม่ยาก ในเบื้องต้นต้องดูว่ามีเงินในสหกรณ์เท่าไร มีลูกหนี้กี่ราย และสหกรณ์ฯ เป็นหนี้คนอื่นเท่าไร ซึ่งเราจะทราบในเบื้องต้นโดยทันทีว่าเงินที่ถูกโกงไปเป็นจำนวนเท่าไร การที่ผู้บังคับบัญชาได้มอบหมายให้ตนมาปฏิบัติหน้าที่ใน จ.พัทลุงนั้นก็เพื่อการสนับสนุนส่งเสริมกิจการสหกรณ์ใน จ.พัทลุง และการแก้ปัญหาการทุจริตในสหกรณ์ฯ บางแห่ง โดยเฉพาะสหกรณ์ตำรวจฯ

...

สำหรับตนนั้นจะยืนเคียงข้างกับทุกฝ่าย เพื่อทำความจริงมาบอกกล่าวกับสมาชิกสหกรณ์ฯ ทุกๆ คนและตนก็มั่นใจว่าสามารถฟื้นฟูสหกรณ์ตำรวจฯ ได้ แต่ก็ต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูสักระยะหนึ่ง ในส่วนของการทุจริตเงินสหกรณ์ในครั้งนี้น่าจะมีความผิดด้วยกันทุกฝ่ายตั้งแต่สมาชิกสหกรณ์ฯ กรรมการสหกรณ์ฯ ฝ่ายจัดการ ผู้ตรวจสอบกิจการสหกรณ์ฯ ผู้ตรวจสอบภายใน รวมทั้ง จนท.ส่งเสริมสหกรณ์ของสำนักงานสหกรณ์จังหวัดที่ทำหน้าที่เป็นผู้ตรวจสอบบัญชี ข่าวคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป