สลด แม่วัยรุ่นคลอดลูกนำทิ้งป่าละเมาะภายในโรงงานปาล์มน้ำมัน โชคดี รปภ.ไปพบก่อนนำเรื่องแจ้งตำรวจ พบเด็กยังมีสายรกทำให้เกิดติดเชื้อในกระแสเลือดทั่วร่าง แพทย์ชี้อาจจะไม่รอดล่าสุดได้ตามแม่ใจร้ายรายนี้ได้แล้ว อ้างว่ามีลูกแล้ว 1 คนกลัวเลี้ยงไม่ไหว

เมื่อวันที่ 9 มี.ค. 65 นายอนันต์ เฝ้าทอง อายุ 52 ปี รปภ.ประจำ บริษัทกระบี่วิเศษน้ำมันปาล์ม จก. ตั้งอยู่หมู่ 5 ต.คลองท่อมเหนือ อ.คลองท่อม นำคลิปจากกล้องวงจรปิดภายในโรงงานมาให้ผู้สื่อข่าวดู เป็นเหตุการณ์หญิงสาวรายหนึ่ง เดินกำลังอุ้มห่อผ้าสีชมพูเดินออกจากห้องน้ำภายในบริเวณโรงงาน หายไปยังป่าละเมาะก่อนจะกลับออกมาโดยไม่มีห่อผ้าแล้ว หลังจากนั้นไม่นาน นายอนันต์ รับแจ้งจากคนขับรถบรรทุก ว่าได้ยินเสียงร้องคล้ายเด็กบริเวณจุดดังกล่าว จึงเข้าไปตรวจสอบดู ปรากฏว่าพบเป็นห่อผ้าภายในมีทารกเพศชาย สภาพยังมีรกและสายสะดือติดอยู่ คาดเป็นลูกของหญิงสาวในกล้องวงจรปิดดังกล่าว จึงแจ้งให้ตำรวจ สภ.คลองท่อม รับทราบเพื่อเร่งติดตามตัวแม่เด็กคนดังกล่าว และนำตัวเด็กส่ง รพ.คลองท่อม

นายอนันต์ เล่าว่า หลังเกิดเหตุได้มีการตรวจสอบกล้องวงจรปิด จนพบว่าน่าจะเป็นหญิงสาวรายดังกล่าวที่เป็นแม่เด็ก จึงสอบถามจนทราบว่า หญิงสาวรายนี้เป็นภรรยาของคนขับรถบรรทุกพ่วงที่ขับเข้ามายังบริษัทเพื่อรับซื้อกะลาปาล์มไปส่งยัง จ.ชุมพร จึงมอบหลักฐานกล้องวงจรปิดให้ทางตำรวจช่วยติดตามหาตัว ทั้งนี้หลังเกิดเหตุทางพนักงานของบริษัทรวมทั้งฝ่ายบริหาร มีความเอ็นดูเด็กอย่างมาก จึงคอยติดต่อสอบถามอาการ และต้องการอุปการะเด็กคนนี้ โดยเบื้องต้นได้มีการตั้งชื่อเล่นว่า "น้องต้นสน" ชื่อจริงคือ "น้องวิเศษ"

ขณะที่ พ.ต.ท.สมพร สงแสง สว.สอบสวน สภ.คลองท่อม เจ้าของคดีเผยว่า เหตุดังกล่าวหลังรับแจ้งก็ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ และตรวจสอบกับทาง รพ.คลองท่อม พบว่าเด็กเมื่อคลอดแล้ว แม่ได้นำไปทิ้งทันทีโดยมีรกติดไปด้วย ทำให้มีอาการติดเชื้อในกระแสเลือด จึงส่งต่อ รพ.กระบี่ ซึ่งล่าสุดทราบว่า อาการของเด็กยังน่าห่วง แพทย์ระบุว่าติดเชื้อในกระแสเลือดทั่วร่างกายอาการอาจไม่รอด ในส่วนการติดตามตัวแม่ของเด็กนั้น ล่าสุดสามารถติดต่อได้แล้ว เป็นหญิงสาวชาว จ.สุราษฎร์ธานี อายุ 23 ปี สอบถามไปครั้งแรกยังไม่ยอมรับ กระทั่งพาไปตรวจร่างกายจึงพบว่าเพิ่งคลอดบุตรมา ประกอบกับภาพกล้องวงจรปิดในโรงงาน เจ้าตัวจึงยอมรับว่าคลอดลูกแล้วนำไปทิ้งไว้จริง เพราะมีลูกอยู่แล้ว 1 คน เกรงว่าจะเลี้ยงไม่ไหว

ทางตำรวจจึงให้โอกาสหากแม่ยอมรับเลี้ยงดูก็จะไม่ดำเนินคดี แต่หากเด็กเสียชีวิตในภายหลัง ก็จะแจ้งข้อหามีโทษทางอาญา ตอนนี้จึงต้องรอผลการรักษาจากทาง รพ.กระบี่ ก่อน.