ลูกชายหมอสุนิลเปิดใจ หลังปะทะคนขับรถรับจ้าง อ่านคอมเมนต์แล้วเข้าใจพี่แท็กซี่มีต้นทุน แต่อยากสะท้อนปัญหาให้ได้แก้ไข ย้ำ จริงๆ รักภูเก็ตมาก แต่ตอนนี้กลัวและรู้สึกไม่ปลอดภัย จะออกจากเกาะทันที

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊ก ชื่อ Kevin Phol โพสต์คลิปเหตุการณ์ในระหว่างการโต้เถียงและกระทบกระทั่งกันกับคนขับรถโดยสารรับจ้างหน้าร้านอาหารชื่อดังย่านหาดกมลา ต.กมลา อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต โดยผู้โพสต์คือ นายเฆวินทร์ พล บุตรชายของหมอสุนิล ทันตแพทย์ชื่อดัง ซึ่งได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.กมลา ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญตัวนายเจษฎา คหาปนะ อายุ 48 ปี คนขับรถรับจ้างคู่กรณีมารับทราบข้อกล่าวหากระทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัวโดยการขู่เข็ญ ตาม ป. อาญา ม.392 เบื้องต้นได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อหา และได้เปิดเผยถึงสาเหตุที่อาจจะมีการแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมดังกล่าว เนื่องจากไม่พอใจที่ถูกกล่าวว่า โกง ทั้งที่ยังไม่ได้ต่อรองราคาและยังไม่ได้ใช้บริการ รวมทั้งไม่ได้เป็นเป็นฝ่ายเริ่มก่อน

ต่อมาเมื่อช่วงค่ำวันที่ 30 ม.ค. 65 ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับนายเฆวินทร์ บุตรชายทันตแพทย์ชื่อดังที่โรงแรมย่านหาดป่าตอง ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต ซึ่งเจ้าตัวยังคงยืนยันว่า ทุกอย่างเป็นไปตามคลิปที่เปิดเผยผ่านโซเชียล และยืนยันว่าจากพฤติกรรมของคู่กรณี โดยเฉพาะกรณีการคิดค่าบริการจากหาดกมลามายังหาดป่าตอง ระยะทาง 8-10 กิโลเมตร ราคา 600 บาท และเมื่อเปรียบเทียบราคาค่าบริการจากแอปพลิเคชัน Bolt กับ Grab ซึ่งมีราคาอยู่ที่ 168 บาท ถึง 300 บาท ซึ่งถือว่าค่อนข้างสูงมาก จึงมองว่า เป็นการโกง นอกจากนี้ที่น่าแปลกใจ ทำไมรถที่เรียกจากแอปพลิเคชัน จึงไม่สามารถมารับผู้โดยสารที่หน้าร้านอาหารดังกล่าวได้ จะต้องเดินห่างไปจากหน้าร้านประมาณ 500 เมตร ซึ่งตนมองว่าเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง

...

นายเฆวินทร์ กล่าวต่อว่า ส่วนเหตุผลที่พูดคำว่า โกง จนทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจ เพราะด้วยการเสนอราคาดังกล่าวถือว่า โกง และจะให้พูดอีกครั้งก็ยังยืนยันคำเดิม และราคาในแอปพลิเคชันก็ถูกกว่ามาก จากการตรวจสอบข้อมูลของขนส่งจังหวัดพบว่า ราคาที่กำหนดอยู่ที่ 400 บาท ครั้งแรกเรียก 800 บาท ก่อนจะลดลงมาเหลือ 600 บาท แล้วอย่างนี้เรียกว่า โกงหรือไม่ หน้าที่ของตนไม่ใช่มาต่อรอง ราคามาตรฐานก็คือมาตรฐาน ไม่เช่นนั้นก็ให้ติดตั้งมิเตอร์ ส่วนที่มีการโต้เถียงกันนั้น ตนก็บอกไม่ได้ว่า ทำไมจึงมีอาการเช่นนั้น ซึ่งตนก็พูดไปตามเนื้อผ้า และการที่รถจากแอปพลิเคชันไม่สามารถเข้ามาได้ และยังเรียกราคาสูงอีก จึงอยากสะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้นให้ได้รับการแก้ไข

"จริงๆ ตนเองรักภูเก็ตมาก แต่เมื่ออ่านในคอมเมนต์ต่างๆ ที่มาหลากหลายรูปแบบ โดยเฉพาะการขู่จะทำร้าย ทำให้ตอนนี้รู้สึกกลัวและหวาดระแวงมาก ส่วนตัวไม่รู้ว่าสิ่งที่เรียกร้องถูกต้องหรือ พูดไปตามความคิดของตัวเอง ซึ่งขณะนี้รู้สึกไม่ปลอดภัยที่จะอยู่ภูเก็ต และจะบินออกจากภูเก็ตในทันที แต่ก็ขอบคุณทุกคนที่ให้กำลังใจ อย่างไรก็ดี จากที่อ่านคอมเมนต์จากฝั่งพี่แท็กซี่ก็เข้าใจเขาว่า เขาต้องมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง และอยากให้มีการนำมิเตอร์มาใช้ รวมทั้งอยากให้แท็กซี่หันมาคุยกับทางแอปพลิเคชันที่ให้บริการแก่นักท่องเที่ยว" นักท่องเที่ยว ลูกชายหมอฟันชื่อดัง กล่าว.