เอกชนควัก 100 ล้าน สร้างจุดเช็กอินใหม่ บริเวณชายแดนไทย-มาเลย์ เปิดให้คนเซลฟี่ หวังเปลี่ยนภาพลักษณ์เป็นเมืองสีสัน รองรับนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติ

ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ หลายคนคนมองหาสถานที่ที่จะไปเที่ยวพักผ่อน หรือจุดเช็กอินใหม่ๆ ซึ่งวันนี้เรามีอีกหนึ่งสถานที่มาแนะนำ นั่นคือ จุดเช็กอินบริเวณถนนเลียบชายแดนไทย-มาเลเซีย จากด่านสะเดา-ด่านปาดังเบซาร์ ระยะทางกว่า 30 กม. ที่ จ.สงขลา ซึ่งขณะนี้มีการปรับพื้นที่ไปได้ราว 5 กม. แล้ว



โดย นายเท็ดดี้ เตียว กรรมการผู้จัดการบริษัท เจแอลที แอคทริคัลเจอร์ ดำเนินธุรกิจการเกษตร และโรงแรมขนาดใหญ่ในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ บ้านด่านนอก อ.สะเดา จ.สงขลา เปิดเผยว่า การจัดสร้างสวนหย่อมและจุดเช็กอินในเส้นทางเลียบชายแดน เพื่อให้เป็นจุดพักผ่อนแห่งใหม่ของคนในจังหวัดสงขลาและจังหวัดใกล้เคียง ที่ได้มาเที่ยวเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษบ้านด่านนอก นอกจะได้ชมสตรีทอาร์ตแนวศิลปะจีนที่มีอยู่มากมายแล้ว ยังได้กราบไหว้พระพิฆเนศองค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และยังได้สักการะพระพรหม องค์สวยที่สุด ซึ่งประดับด้วยอัญมณี ประดิษฐานใกล้กับองค์พระพิฆเนศ ภายในอาณาจักรเมืองสีรุ้ง แห่งแรกในภูมิภาคเอเชีย

นอกจากนี้ยังมีไฮไลต์ คือ สวนหย่อม ที่จะมีมุมให้ถ่ายเซลฟี่กับหุ่นต่างๆ ทั้ง สัตว์ประหลาด พรีเดเตอร์ ทหารรบหุ่นยนต์ ยอดมนุษย์ผู้พิทักษ์โลก มินเนี่ยนหุ่นกระป๋องยักษ์ ฯลฯ ทั้งหมดนี้บริษัทได้จัดสร้างให้เป็นสวนสาธารณะแบบให้เปล่า โดยใช้งบประมาณในการจัดสร้างกว่า 100 ล้านบาทรวมทั้งค่าดูแล ภายใต้แนวคิดการเปลี่ยนภาพลักษณ์เมืองบันเทิงเต็มรูปแบบ หลังจากเกิดสถานการณ์โควิดระบาด ทำให้การตลาดท่องเที่ยวเปลี่ยนไป

บริษัทจึงหันทำการเกษตรด้านการปลูกทุเรียนมูซังคิงในพื้นที่ อ.สะเดา ในเนื้อที่หลายร้อยไร่ และต้องการให้เมืองท่องเที่ยวชายแดนเป็นเมืองสีสันแห่งดอกไม้และศิลปะ เพื่อให้คนไทยในจังหวัดต่างๆ มาเที่ยวได้ ไม่ใช่เฉพาะชาวมาเลเซียอย่างเดียว.