สสจ.สุราษฎร์ธานี แจงตรวจโควิด นักท่องเที่ยวอิสราเอล 2 ครั้งเป็นลบ พบอยู่ในช่วงเพิ่มสารพันธุกรรมไวรัสโควิดรอบที่ 30 ซึ่งมีเชื้อน้อยมาก

กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัว Mr.OHAD BARUCH นักท่องเที่ยวชาวอิสราเอล ที่หนีจากการกักตัวภายหลังจากที่ไม่รอผลการตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 จากโรงแรมที่กรุงเทพฯ มาที่กาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี แต่ผลการตรวจจากโรงพยาบาลเกาะสมุย แจ้งการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ของ Mr.OHAD BARUCH ผลเป็นลบ ไม่พบเชื้อจากการตรวจ ซึ่งแปลว่าไม่ได้อยู่ในระยะการที่แพร่เชื้อ จึงไม่น่าจะมีการระบาดในพื้นที่อำเภอเกาะสมุย แต่ทางโรงพยาบาลต้องทำการกักตัวไว้จนครบ 10 วัน จากนั้นจะส่งตัวให้ สน.ทองหล่อ ดำเนินคดี

ล่าสุด วันที่ 23 ธ.ค. นพ.จิรชาติ เรืองวัชรินทร์ สาธารณสุขจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า จากการตรวจสอบผลการตรวจหาเชื้อ covid-19 ของนักท่องเที่ยวอิสราเอลที่เดินทางจากกรุงเทพฯ มาที่เกาะสมุย พบว่าในการตรวจครั้งแรก มีค่าการเพิ่มของสารพันธุกรรมไวรัสโควิด (Cycle threshold) เท่ากับ 30 รอบ เมื่อเดินทางมาถึง อ.เกาะสมุยและเข้ารับการตรวจค้นหาในระบบ Test and Go ครั้งแรกที่โรงพยาบาลกรุงเทพสมุย ด้วยวิธี RT-PCR ผลปรากฏว่าไม่พบเชื้อ และเมื่อส่งตรวจซ้ำที่โรงพยาบาลเกาะสมุยด้วยวิธีเดียวกัน ก็ยังมีค่าเป็นลบ จึงอาจจะเป็นไปได้ว่าในขณะการตรวจหาเชื้อที่กรุงเทพฯ มีค่าการเพิ่มของสารพันธุกรรมไวรัสโควิด รอบที่ 30 ซึ่งถือว่าเป็นการพบเชื้อในปริมาณน้อยมาก เมื่อนักท่องเที่ยวคนดังกล่าวเดินทางมาถึงเกาะสมุย ผลการตรวจจึงไม่พบเชื้อ

นพ.จิรชาติ กล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ตามขณะนี้เราได้นำนักท่องเที่ยวคนดังกล่าว เข้ากักตัวตามมาตรการ พ.ร.บ.ควบคุมโรค เป็นเวลา 10 วัน โดยมีการตรวจหาเชื้อตามขั้นตอน และเมื่อครบ 10 วันแล้ว จึงจะอนุญาตให้มีการนำตัวกลับไปดำเนินคดีที่ สน.ทองหล่อ