1 พ.ย.นี้ รัฐบาลจะเปิดรับบุคคลเข้าประเทศ โดยไม่ต้องกักตัว 

ส่วนที่ จ.ภูเก็ต จะครบ 120 วัน "ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์" โครงการนำร่องแห่งแรกของการเปิดรับนักท่องเที่ยว ที่ฉีดวัคซีนครบโดสฯ 

พร้อมๆ กับ มาตรฐาน SHA Plus + ตราสัญลักษณ์ของ ททท. เพื่อสร้าง “ความมั่นใจในความปลอดภัยด้านสุขอนามัย จากสินค้าและบริการ” ที่เริ่มตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2564 นำร่องที่ภูเก็ต เช่นกัน โดยมีเงื่อนไข คือ สถานประกอบการต้องได้รับเครื่องหมายมาตรฐาน SHA และบุคลากรในสถานประกอบการ อย่างน้อย 70% ต้องได้รับการฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม จึงจะได้รับ SHA Plus ในกิจการ 10 ประเภทดังนี้

1. ภัตตาคาร/ร้านอาหาร
2. โรงแรม ที่พัก และโฮมสเตย์
3. นันทนาการ และสถานที่ท่องเที่ยว
4. ยานพาหนะ
5. บริษัทนำเที่ยว
6. สุขภาพและความงาม
7. ห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้า
8. กีฬาเพื่อการท่องเที่ยว
9. การจัดกิจกรรม/จัดประชุม/โรงละคร/โรงมหรสพ
10. ร้านค้าของที่ระลึก และร้านค้าอื่นๆ

แต่มาตรการนี้เอื้อประโยชน์กับสถานบริการและโรงแรมขนาดใหญ่เท่านั้น กิจการเล็กๆ ของคนในพื้นที่กลับถูกตีตก เพราะ "มาตรฐานไม่ถึง" ทำให้เสียโอกาสในธุรกิจที่กำลังย่ำแย่ แม้จะต่อสู้เรียกร้องมาตลอด แต่คำตอบยังล่องลอยอยู่ในสายลม

ชูป้าย SHA plus คือ ฆาตกรเลือดเย็น

วันที่ 29 ต.ค. ที่บริเวณสวน 72 พรรษามหาราชินี หรือ ลานมังกร ถ.ถลาง ต.ตลาดใหญ่ อ.เมือง จ.ภูเก็ต กลุ่มผู้ได้รับกระทบจาก SHA+ ซึ่งเป็นผู้ประกอบการท่องเที่ยวขนาดย่อม โดยเฉพาะโรงแรมที่พักและรถโดยสารส่วนบุคคลราว 100 คน รวมตัวกันพร้อมป้ายข้อความต่างๆ อาทิ ปัญหา SHA+ ทำให้พวกเราเดือดร้อน SHA plus คือ ฆาตกรเลือดเย็น เป็นต้น เพื่อเรียกร้องหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยกเลิกการทำ SHA+ เนื่องจากมีความไม่เป็นธรรมกับผู้ประกอบการรายเล็ก

ผู้ประกอบการรายย่อยที่ภูเก็ต กับมาตรฐานของททท. ที่ทำได้ยากและซับซ้อนเกินไป
ผู้ประกอบการรายย่อยที่ภูเก็ต กับมาตรฐานของททท. ที่ทำได้ยากและซับซ้อนเกินไป

บุกยื่นหนังสือ ททท.ภูเก็ต

จากนั้น ได้ไปที่สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานภูเก็ตที่อยู่ใกล้เคียง เพื่อยื่นหนังสือถึง รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา และ ผวจ.โดยมีนายพิเชษฐ์ ปาณะพงศ์ รอง ผวจ.ภูเก็ต และ น.ส.นันทศิริ รณศิริ ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานภูเก็ต เป็นผู้รับหนังสือท่ามกลางการดูแลความเรียบร้อยของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ทั้งในและนอกเครื่องแบบ บรรยากาศเป็นไปด้วยเรียบร้อย แต่เนื่องจากไม่สามารถหาข้อยุติได้ จึงได้ให้ผู้เดือดร้อน ส่งตัวแทนเข้าพูดคุยร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกครั้งที่ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต

มาตรฐานสูง แต่ไม่มี "เจ้าภาพ" ที่ชัดเจน 

น.ส.ทิพสุคนธ์ ทองตัน หนึ่งในผู้ได้รับความเดือดร้อนกล่าวว่า เนื่องจากในวันที่ 1 พ.ย.นี้ รัฐบาลได้ประกาศเปิดประเทศโดยไม่ต้องกักตัว ทำให้ผู้ประกอบการในจังหวัดภูเก็ตมีความหวังในการสร้างรายได้ หลังจากที่ไม่มีรายได้มาประมาณ 2 ปี เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 แต่ในความเป็นจริงผู้ประกอบการท่องเที่ยวขนาดย่อม โดยเฉพาะ โรงแรมที่พักและรถโดยสารส่วนบุคคลไม่สามารถที่จะเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ เนื่องจากต้องมีมาตรฐาน SHA+ คือ มาตรฐาน SHA และบวกด้วยพนักงานฉีดวัคซีนเกิน 70% ถึงสามารถสมัครเข้าร่วมมาตรฐานดังกล่าวได้ แต่การเข้าถึงมาตรฐานเหล่านี้ยากมาก เนื่องจากไม่มีเจ้าภาพที่ชัดเจนในการสอบถามและติดตามผล ทำให้เกิดความล่าช้าในการขอ SHA plus ก่อให้เกิดการสูญเสียโอกาสในการทำมาหากิน หารายได้

สูญเสียโอกาสในการสร้างรายได้

"การสมัครผ่านช่องทางออนไลน์อย่างเดียว มีขั้นตอนและวิธีการซับซ้อนมาก ผู้ประกอบการที่ไม่มีความเชี่ยวชาญในการใช้ระบบ ไม่สามารถเข้าถึงการสมัครได้ และไม่มีบุคลากรให้ติดต่อเพื่อขอความช่วยเหลือในการสมัคร การอนุมัติใช้เวลานาน โดยไม่ทราบสาเหตุ ไม่มีการชี้แจงเหตุผลของความล่าช้า รวมทั้งมีการนำเงื่อนไขอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับสาธารณสุขเข้ามาผูกกับการพิจารณา SHA plus เพื่อจำกัดสิทธิและโอกาสในการให้บริการลูกค้าอย่างมีนัยแอบแฝง ซึ่งอุปสรรคดังกล่าวทำให้ผู้ประกอบการจำนวนมาก สูญเสียโอกาสในการสร้างรายได้ และทำให้เกิดผลกระทบต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจของจังหวัดภูเก็ตโดยรวม

เหลื่อมล้ำ บังคับแค่โรงแรม รถรับแขกฯ

นอกจากนี้ การบังคับนักท่องเที่ยวให้ใช้บริการ SHA plus ในบางธุรกิจ เช่น โรงแรม รถรับแขกจากสนามบิน ในขณะที่สถานที่และกิจการทั่วไปอื่นๆ ที่ลูกค้าต้องไปใช้บริการ ไม่ถูกจำกัด เช่น ห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหาร ปั๊มน้ำมันและอื่นๆ ถือเป็นการสร้างความเหลื่อมล้ำในสังคมและเศรษฐกิจ

...

"กอปรกับในสถานการณ์ปัจจุบันจังหวัดภูเก็ตมีการฉีดวัคซีน 2 เข็มเกิน 70% เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ดังนั้น กลุ่มผู้ได้รับผลกระทบจึงเห็นว่าไม่ควรมีการใช้มาตรฐาน SHA+ อีกต่อไป เพราะเป็นการกีดกันทางการค้าทำให้ผู้ประกอบการรายย่อยไม่สามารถเข้าถึงลูกค้าได้ แต่ทางกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบยังคงสนับสนุนมาตรฐาน SHA และ PHUKET SANDBOX ต่อไป"

รองผวจ.ภูเก็ต ยืนยัน วันที่ 1 พ.ย.นี้จะปลดล็อกแล้ว
รองผวจ.ภูเก็ต ยืนยัน วันที่ 1 พ.ย.นี้จะปลดล็อกแล้ว

รองผวจ.ยัน 1 พ.ย.นี้ จะปลดล็อกแล้ว 

ขณะที่ นายพิเชษฐ์ ปาณะพงศ์ รอง ผวจ.ภูเก็ตกล่าวภายหลังรับหนังสือว่า จากเกณฑ์การรับนักท่องเที่ยวในวันที่ 1 พ.ย.นี้  กลุ่มนี้ บางส่วนไม่สามารถรับนักท่องเที่ยวได้ เนื่องจากไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายโรงแรม ซึ่งเป็นหนึ่งในเงื่อนไขของ ชาร์พลัส (SHA plus) คือ จะต้องเป็นโรงแรมที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายโรงแรมและได้รับ SHA จาก ททท. มาก่อน และพนักงานต้องได้รับการฉีดวัคซีนแล้วอย่างน้อยร้อยละ 70

...

อย่างไรก็ตาม ได้ชี้แจงไปว่า ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.นี้ นักท่องเที่ยวที่เข้ามาจะต้องพักในโรงแรมที่มีชาร์พลัสเพียง 1 คืนเท่านั้น ส่วนที่เหลือ สามารถเลือกพักในที่พักอื่นๆ ได้ แต่ผู้ประกอบการต้องการให้ยกเลิกชาร์พลัสไปเลย เนื่องจากคนภูเก็ตฉีดวัคซีนแล้วกว่าร้อยละ 70 จึงต้องพูดคุยกับหน่วยเหนือที่รับผิดชอบโดยตรง เพื่อพิจารณาแก้ไขต่อไป.