“ดีเอสไอ” บุกเกาะรังนกเมืองลุง ดูสภาพพื้นที่และเส้นทางการขโมยรังนกนางแอ่นครั้งมโหฬาร ก่อนพิจารณารับไว้เป็นคดีพิเศษหรือไม่ บริษัทผู้รับสัมปทานแฉปีนี้เก็บขยะได้มากกว่ารังนก ยืนยันอำนาจและความรับผิดชอบในการแจ้งความดำเนินคดีเป็นหน้าที่ของจังหวัดพัทลุงที่เป็นผู้เสียหายตัวจริง ด้านอดีต ส.จ.พัทลุง ซัดกรรมการรังนกทำงานไร้ประสิทธิภาพ เสียดายเบี้ยเลี้ยงการประชุม

กรณีบริษัทสยามเนสท์ ผู้ชนะการประมูลสัมปทานรังนกนางแอ่นครั้งที่ 9 ของ จ.พัทลุง ในราคา 400 ล้านบาท ออกมาแฉถึงความไม่ชอบมาพากล หลังลงเก็บรังนกตามถ้ำต่างๆ ช่วงระหว่างวันที่ 9-16 ก.ย.64 พบมีคนร้ายบุกปล้นรังนกไปจนเกลี้ยงและยังก่อไฟไล่นก ส่งผลเสียหายต่อระบบนิเวศ แฉผู้อยู่เบื้องหลังเป็นอดีตนักการเมืองท้องถิ่นในพื้นที่ ต่อมาสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่งทีมสืบสวนสอบสวน
ลงหาเบาะแสล่าตัวคนร้ายมาดำเนินคดีอย่างเฉียบขาด

ความคืบหน้าช่วงบ่ายวันที่ 18 ก.ย. พ.ต.ต.ภิภพ มะโรหบุตร ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 9 (ศปพ.9) นำเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กระทรวงยุติธรรม ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงการขโมยรังนก หลังได้รับการร้องเรียนจากนายกรีณรงค์ ชาตรี อดีตรองนายก อบต.เกาะหมาก อ.ปากพะยูน จ.พัทลุง เจ้าหน้าที่ดีเอสไอได้ลงพื้นที่เกาะรังนก และเข้าตรวจที่ตั้งสำนักงานของบริษัทสยามเนสท์ จากนั้นเดินเท้าไปยังถ้ำเนียงเคย บนเกาะเทวดา เนื่องจากการเก็บรังนกในถ้ำดังกล่าวจะต้องผ่านสำนักงานฯเพียงเส้นทางเดียวเท่านั้น พ.ต.ต.ภิภพกล่าวว่า การเดินทางมายังเกาะรังนกในครั้งนี้ เพื่อต้องการมาดูสภาพความเป็นจริง อาทิ การจัดเก็บรังนก จำนวนของกลาง และรายละเอียดอื่นๆจากทางบริษัท หลังจากนี้จะนำเรื่องเข้าสู่คณะกรรมการพิจารณาว่าจะรับไว้เป็นคดีพิเศษหรือไม่ และวางแผนเตรียมงานว่าจะดำเนินการสืบสวนสอบสวนกันอย่างไร

ด้านพนักงานบริษัทสยามเนสท์ ผู้รับผิดชอบการจัดเก็บรังนกภายในถ้ำต่างๆกล่าวว่า การจัดเก็บรังนกทั้ง 7 เกาะ รวม 107 ถ้ำ ได้เสร็จสิ้นลงเมื่อเย็นวันที่ 17 ก.ย. ถ้ำสุดท้ายเป็นการเก็บรังนกในถ้ำดำ พบว่าภายในถ้ำมีซากลูกนกนอนตายเกลื่อนบนพื้นถ้ำ และเก็บรังนกได้แค่ 0.06 กก.เท่านั้น ขณะที่หน้าปากถ้ำพบการก่อกองไฟของคนร้าย มีขยะจำพวกขวดน้ำ ขวดเครื่องดื่มชูกำลัง และรองเท้าสีขาวทิ้งเกลื่อน การเก็บรังนกในครั้งที่ 3 ปี 2564 บริษัทเก็บรังนกขาวได้เพียง 34.79 กก. รังนกดำ 197.76 กก. แต่เก็บขยะได้มากถึง 883.5 กก. ขณะที่ช่วงเดียวกันในปี 2563 บริษัทเก็บรังนกขาวได้ 812.39 กก. รังนกดำ 1,263.50 กก.

พนักงานคนเดิมกล่าวอีกว่า ต้นเดือน ต.ค.นี้ จะต้องเสียภาษีอากรรังนกอีก 21 ล้านบาท ส่วนเงินล่วงหน้าที่จ่ายไปก่อนหน้านี้เป็นเงินค่าประกันซอง 64 ล้านบาท จ่ายงวดแรก 80 ล้านบาท เมื่อเป็นเช่นนี้บริษัทเดือดร้อนแน่นอน ยืนยันมีขบวนการเข้าปล้นรังนกก่อนที่บริษัทเข้าไปจัดเก็บจริง เนื่องจากการเก็บรังนกในแต่ละครั้งบริษัทต้องแจ้งให้จังหวัดทราบล่วงหน้า 15 วัน หลังจากนั้นภายใน 30 วัน จะแจ้งยอดจำนวนรังนกให้ทราบอีกครั้ง ดังนั้น ความเสียหายที่เกิดขึ้นบนเกาะรังนกครั้งนี้ยังอยู่ภายใต้การดูแลของจังหวัด บริษัทไม่มีอำนาจหน้าที่จะไปแจ้งความดำเนินคดีได้ด้วยตัวเอง ต้องให้จังหวัดพัทลุงที่เป็นผู้เสียหายตัวจริง เป็นผู้แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษกับพนักงานสอบสวนเท่านั้น

นายกรีณรงค์ ชาตรี อดีตรองนายก อบต.เกาะหมาก กล่าวว่า สาเหตุที่ตนร้องเรียนดีเอสไอ ผู้ตรวจราชการแผ่นดิน และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้เข้ามาตรวจสอบการปล้นรังนกในครั้งนี้ เพราะเห็นว่าทรัพยากรธรรมชาติของแผ่นดินถูกทำลายอย่างย่อยยับ นกวัยอ่อนถูกทำลายไม่น้อยกว่า 1.5 ล้านตัว มูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 5,000 ล้านบาท ขบวนการขโมยรังนกในครั้งนี้ไม่ใช่โจร ธรรมดาๆกระจอกทั่วไป แต่เป็นผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ เจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องจะต้องดำเนินการตามกฎหมายกับคนร้ายกลุ่มดังกล่าวอย่างจริงจัง ในเรื่องการทำลายทรัพยากรนี้ ตนได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เกาะนางคำ อ.ปากพะยูน จ.พัทลุง ไว้อีกคดีด้วย

นายบุญพา เกื้อทอง อดีต ส.จ.พัทลุง และอดีตผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการรังนกฯในสมัยที่ผ่านมา เผยว่า คณะกรรมการรังนกชุดปัจจุบันถือว่าขาดประสิทธิภาพ ไม่สามารถรวมพลังปกป้องรังนกได้ กรรมการรังนกฯ 12 คน เป็นท้องถิ่น 7 คน อีก 5 คนเป็นเจ้าหน้าที่รัฐโดยตำแหน่ง ได้รับเบี้ยเลี้ยงการประชุมครั้งละ 3,000 บาทต่อคน แต่กลับปฏิบัติหน้าที่ไม่เด็ดขาด ทำไมไม่คิดจัดประมูลกันล่วงหน้า ประมูลกันหลายครั้งไม่สำเร็จ ทำไมไม่จัดการประมูลโดยกรณีพิเศษ สมัยตนดำรงตำแหน่งได้ร่วมกับนายวิสุทธิ์ ธรรมเพชร นายก อบจ.พัทลุง และนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต ส.ส.พัทลุง จัดประมูลรังนกครั้งที่แล้วได้สูงถึง 450 ล้านบาท น่าเสียดายค่าเบี้ยเลี้ยงการประชุมที่ต้องจ่ายให้คนพวกนี้

...