ผอ.รพ.สุราษฎร์ฯ ยืนยันติดต่อ ช่วยเหลือ พูดคุยกับญาติหญิงชาวนครศรีธรรมราชที่ถูกรถพยาบาลถอยทับตายหลังมาบริจาคโลหิต ตั้งแต่วันแรก ส่วน ผช.ผอ.ชี้วันเกิดเหตุรถฉุกเฉินถอยหลังยาวรีบออกไปรับผู้ป่วยโควิด คนขับสวมชุดป้องกันเชื้อโรค และผู้ตายอยู่ในมุมอับยากต่อการมองเห็น ส่วนการเยียวยา ผู้ตายขอมา 3 ล้าน ตกลงช่วยเหลือที่ 1.5 ล้าน ได้จากประกันฯ และเงินของ รพ.สมทบ

จากกรณีหญิงชาวนครศรีธรรมราช อายุ 36 ปี เสียชีวิตจากการถูกรถของโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานีถอยทับ ภายหลังมาบริจาคโลหิตและเดินออกจากตึก เหตุเกิดเมื่อวันที่ 13 ก.ย. ที่ผ่านมา ก่อนที่ญาติจะรับศพกลับไปบำเพ็ญกุศลที่บ้านในอำเภอฉวาง จังหวัดนครศรีธรรมราช

(อ่านข่าว เศร้า สาวทอมไปบริจาคเลือด ถูกรถตู้ รพ.ถอยทับตาย ไร้คนรับผิดชอบ)

พร้อมระบุว่า ตั้งแต่วันแรก ไม่มีเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลไปร่วมงานศพ หรือกล่าวแสดงความเสียใจ กลับโยนกันไปมา โดยบอกว่าอาสามูลนิธิแห่งหนึ่งเป็นคนขับรถ ส่วน ผอ.โรงพยาบาลก็ให้รอบริษัทประกันภัย เนื่องจากทางโรงพยาบาลไม่มีเงินจำนวน 2 ล้านบาทตามที่ญาติเรียกร้อง

ครอบครัวผู้เสียชีวิต
ครอบครัวผู้เสียชีวิต

...

ในเรื่องนี้ เบื้องต้น นายแพทย์สมศักดิ์ นิลพงศ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสมอง ตัวแทน รพ.สุราษฎร์ธานี ได้ชี้แจงว่า ในวันจันทร์(13 ก.ย.) วันเกิดเหตุที่เกิดเหตุ เวลาประมาณ 10.30 น. รถตู้ฉุกเฉินรับ-ส่งผู้ป่วย โควิด-19 ได้เข้ามาส่งผู้ป่วยเสร็จและกำลังออกไปรับผู้ป่วยรายใหม่ ขณะที่กำลังถอยรถออกจากจุดรับส่ง ซึ่งมีรถจอดอยู่หลายคันทำให้ถอยยาวด้วยข้อจำกัดของสถานที่ ขณะนั้นผู้เสียชีวิตได้เดินลงมาจากตึก และเดินหันหลังให้รถคันที่ชน ตรงจุดอับที่คนขับไม่สามารถมองเห็นได้ ประกอบกับการใส่ชุดป้องกันโควิดเต็มรูปแบบ ยิ่งทำให้เป็นอุปสรรคส่วนหนึ่งในการขับขี่ แต่ก็จำเป็นในสถานการณ์เช่นนี้

อีกทั้งบริเวณดังกล่าว มีเครื่องจักรทำงานเสียงดัง อาจทำให้คนที่เดินไม่ได้ยินเสียงรถ ที่ถอยมาอย่างช้าๆ จนทับร่างเข้าไปอยู่ใต้ท้อง จากนั้นจึงใช้ความพยายามช่วยผู้บาดเจ็บที่ขาหักและบาดเจ็บที่สมองมาดำเนินการช่วยทำ cpr นานร่วม 30 นาที แต่ไม่ตอบสนอง จึงแจ้งญาติให้รับทราบและพูดคุยเรื่องการเยียวยา โดยใช้เงินประกันที่ทางโรงพยาบาลจ่ายเพิ่มเติมเพื่อให้ได้ความคุ้มครองที่สูง แต่เงินจำนวนเท่าไรก็ไม่คุ้มค่ากับหนึ่งชีวิตที่เสียไป ซึ่งญาติขอที่ 3 ล้านบาท แต่ทาง รพ.แจ้งให้ทราบถึงความจำเป็นว่า รพ.ไม่ได้มีงบเยียวยามากขนาดนั้น ก่อนจะตกลงทำสัญญารับเงินเยียวยา ที่ 1.5 ล้านบาท ซึ่งได้จากเงินประกันและจากรพ.อีกหนึ่งส่วน พร้อมดำเนินการอำนวยความสะดวกส่งร่างผู้เสียชีวิตไปบำเพ็ญกุศลศพที่บ้านให้เร็วที่สุด

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นอุบัติเหตุที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่ขับรถผู้ก่อเหตุ ก็อยู่ในอาการที่ตกใจและขวัญเสีย ยังไม่สามารถทำงานได้ อีกทั้งยังต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอาญาอีกด้วย ส่วนญาติผู้เสียชีวิตก็สูญเสียเสาหลัก ซึ่งหลังจากนี้ทาง รพ.จะดำเนินการไปเคารพศพ และติดตามเงินประกันให้กับญาติให้เร็วที่สุด รวมถึงอำนวยความสะดวกดูแล พ่อและแม่ของผู้เสียชีวิต ที่อายุมากและป่วยต้องมาหาหมอให้ดีที่สุดต่อไป

นายแพทย์ศักดิ์ชัย ตั้งจิตวิทยา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสุราษฎร์ฯ และนายแพทย์สมศักดิ์ นิลพงศ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฯ
นายแพทย์ศักดิ์ชัย ตั้งจิตวิทยา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสุราษฎร์ฯ และนายแพทย์สมศักดิ์ นิลพงศ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฯ

ล่าสุด นายแพทย์ศักดิ์ชัย ตั้งจิตวิทยา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสุราษฎร์ฯ พร้อมด้วย นายแพทย์สมศักดิ์ นิลพงศ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการได้ออกมาให้ข้อเท็จจริงในอุบัติเหตุที่เกิดอีกครั้ง โดยนายแพทย์ศักดิ์ชัย เปิดเผยว่า ในกรณีที่เกิดขึ้น ที่ไม่ได้มีการแถลงข่าวนั้น เนื่องจากเป็นความสูญเสีย ที่ส่งผลกระทบถึงจิตใจของญาติผู้สูญเสีย และพนักงานขับรถที่ไม่ได้ต้องการให้เกิดเหตุร้ายจนทำให้เกิดการเสียชีวิตเช่นนี้ แต่หลังจากมีการให้ข้อมูลในสื่อสังคมโซเชียลไปต่างๆ นานา จนสร้างภาพลักษณ์ที่ไม่ดีและเกิดการเข้าใจผิดในสังคม ทางโรงพยาบาลต้องขอยืนยันว่าติดต่อรับผิดชอบต่ออุบัติเหตุที่เกิดขึ้น ตั้งแต่วันแรกไม่ได้นิ่งนอนใจ และประสานทางประกันภัยให้เร่งดำเนินการจ่ายเงินเยียวยาให้กับญาติโดยเร็ว เพราะจริงๆ แล้วรถยนต์ของราชการส่วนใหญ่จะไม่มีระบบประกันภัย แต่ทาง รพ.ก็ต้องหาเงินมาทำ เพื่อให้ได้สิทธิ์การคุ้มครองในกรณีเกิดอุบัติเหตุเช่นนี้

...

ส่วนของอนาคตได้หารือกับแผนกดูแลความปลอดภัยภายในสถานที่ จัดระบบการรับ-ส่งผู้ป่วย รวมถึงขั้นตอนอื่นๆ ภายใน รพ. เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุให้มากที่สุด