มทภ.4 รับฟังเสียงชาวบ้าน พร้อมเร่งแก้ปัญหาสันดอนทราย ในอ่าวปัตตานี

ข่าว

    มทภ.4 รับฟังเสียงชาวบ้าน พร้อมเร่งแก้ปัญหาสันดอนทราย ในอ่าวปัตตานี

    ไทยรัฐออนไลน์

    8 ก.ย. 2564 19:26 น.

    แม่ทัพภาคที่ 4 ลงพื้นที่รับฟังเสียงสะท้อนจากชาวบ้าน ถึงปัญหาสันดอนทรายในอ่าวปัตตานี พร้อมหารือทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง สู่การขับเคลื่อนแก้ไขปัญหา ตอบโจทย์ความต้องการของพี่น้องประชาชนในพื้นที่

    เมื่อวันที่ 8 ก.ย.64 พล.ท.เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4 /ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 พร้อมด้วย พล.ต.ธิรา แดหวา รองแม่ทัพภาคที่ 4 เดินทางลงพื้นที่พบปะหารือ กับกลุ่มคณะทำงานแก้ปัญหาความขัดแย้งที่เกิดจากสันดอนทรายในอ่าวปัตตานี โดยมี ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ส่วนราชการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น ตลอดจนชาวประมง ประชาชนในพื้นที่ ร่วมพูดคุยแสดงความคิดเห็น เพื่อเป็นการตอบโจทย์ความต้องการ และรับฟังเสียงสะท้อนจากพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบ นำมาสู่กระบวนการระดมความคิดหารือแนวทางแก้ไขปัญหาต่อไป

    ซึ่งนอกจากจะร่วมประชุมหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งแล้ว แม่ทัพภาคที่ 4 และคณะได้ลงเรือตรวจสภาพพื้นที่ จากท่าเรือสะพานไม้บ้านบานา ไปยังสันดอนทรายกลางอ่าวปัตตานี ในพื้นที่ตำบลแหลมโพธิ์ อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี พบว่า มีการทับถมของสันทรายเป็นแนวยาว ปรากฏให้เห็น 2-3 สันดอนทรายกีดขวางเส้นทางเรืออย่างชัดเจน และน้ำทะเลบริเวณดังกล่าวมีความตื้นเขิน ปัญหาดังกล่าวจึงถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นประเด็น เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งหาแนวทางแก้ไขปัญหาต่อไป

    สำหรับข้อเรียกร้องจากสภาประชาชนจังหวัดปัตตานี และชมรมประมงพื้นบ้านรอบอ่าวปัตตานี ที่ต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเร่งด่วน คือ ดำเนินการแก้ไขปัญหาสันดอนทรายที่สร้างผลกระทบต่อการทำมาหากิน การเดินเรือ แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำ และระบบนิเวศทางทะเล อย่างเร่งด่วน พร้อมกับดำเนินการบังคับใช้กฎหมาย กับกลุ่มประมงที่ใช้เครื่องมือผิดกฎหมายอย่างเคร่งครัด เห็นผลอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ก่อนดำเนินการฟื้นฟูอ่าวปัตตานีให้กลับมาอุดมสมบูรณ์ ผ่านการแต่งตั้งคณะทำงานระดับจังหวัด โดยมีตัวแทนจากภาคประชาชน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากอ่าวปัตตานีโดยตรง ให้การฟื้นฟู และเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากโครงการขุดลอกอ่าวอย่างสมเหตุสมผล พร้อมขับเคลื่อนกิจกรรมฟื้นฟูอ่าวปัตตานีให้กลับมาอุดมสมบูรณ์โดยเร็ว

    ซึ่งมีตัวแทนชาวบ้าน ได้ออกมาพูดสะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้น จากสันดอนทรายในอ่าวปัตตานี ที่เกิดจากโครงการขุดลอกอ่าวปัตตานีนั้น ว่า เกิดร่องน้ำตื้นเขินไม่ตอบโจทย์ตามโครงการ  และยังเกิดพื้นที่ที่เป็นสันดอนทรายหลายแห่ง ปิดกั้นทางน้ำไหลเวียน  เปลี่ยนระบบนิเวศอ่าวตอนในได้รับความเสียหาย สัตว์ทะเลมีจำนวนลดลง การทำมาหากินก็ยากลำบากมากขึ้น และยังมีปัญหาด้านอื่นๆ ตามมาเช่น ด้านท่องเที่ยวชุมชน เรือประมงเล็กนำเที่ยว ต้องติดสันดอน ทำให้เสียหายหลายลำ ชาวบ้านต้องขับอ้อมเรือออกนอกเส้นทางไกลขึ้นกว่าเดิม สะท้อนให้เห็นถึงความยากลำบาก ขาดอาชีพ ขาดรายได้ ขาดการหมุนเวียนด้านเศรษฐกิจในชุมชน ที่เกิดจากผลพวงความเดือดร้อนของชาวบ้านในพื้นที่ ซึ่งที่ผ่านมามีการจัดเวทีความต้องการของชาวบ้าน รับฟังปัญหากรณีสันดอนทรายจากการขุดลอกอ่าวปัตตานีมาโดยตลอดเพื่อแสวงหาทางออก โดยมีนักการเมืองท้องถิ่น, สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปัตตานี, นักวิชาการ, ตัวแทนชาวบ้านชาวประมงรอบอ่าวทั้ง 8 ตำบล ซึ่งได้รับข้อมูล จากประชาชนชาวประมง นักวิชาการ และเอ็นจีโอ เรื่องปัญหาชาวบ้านรอบอ่าวที่ได้รับผลกระทบ

    แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวว่า วันนี้มาสังเกตการณ์กับคณะทำงานเพื่อแก้ปัญหาร่วมกัน จากปัญหาเรื่องสันดอนทรายอ่าวปัตตานีนั้น ส่งผลกระทบในหลายด้าน เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของคนในพื้นที่ จากข้อมูลต่างๆ ที่ได้รับมาจากคณะทำงาน จะประสานส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมเจ้าท่า ประมง ป่าไม้ ดำเนินการขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาในประเด็นต่างๆ ที่สะท้อนมานั้น ซึ่งบางส่วนดำเนินการไปแล้ว บางส่วนติดขัดปัญหาอยู่บ้าง ก็ต้องทำการศึกษาความเป็นได้ และจะดำเนินการเร่งแก้ไขกันต่อไป ผลกระทบใดก็แล้วแต่ต้องผ่านการหารือ ทุกปัญหาสามารถอ่อนตัวได้ ยืดหยุ่นได้ นำไปสู่การปฏิบัติที่ลงตัว ต้องเห็นในสิ่งที่เป็นจริง อย่าเห็นในสิ่งที่ไม่อยากจะเห็น ช่วยอะไรได้จะเร่งดำเนินการประสานให้เกิดการแก้ไขอย่างเต็มที่ สิ่งที่มุ่งหวังคือความร่วมมือ ความเข้าใจสู่ความสำเร็จ เพื่อบรรเทาทุกข์ ให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่รับผลกระทบ ขอให้พี่น้องประชาชนเกิดความเชื่อมั่นถึงการลงมือ ในความช่วยเหลือของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย" โดยแม่ทัพภาคที่ 4 ได้ยกตัวอย่าง ชุมชนวัดบางใบไม้ อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่เป็น 1 ใน 10 ชุมชนยลวิถีของประเทศไทยด้านแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ที่ประสบความสำเร็จ มาเป็นแนวปรับแก้อ่าวปัตตานี ต่อไปในอนาคต ในการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างคุ้มค่าโดยไม่ทำลายวิถีชีวิตแบบดั้งเดิม

    ด้าน นายมะรอนิง สาและ นายกสมาคมประมงพื้นบ้านจังหวัดชายแดนภาคใต้ กล่าวว่า ตนและชาวบ้านในพื้นที่ส่วนใหญ่ทำอาชีพประมงพื้นบ้านมาตั้งแต่บรรพบุรุษ ยึดอาชีพประมงเป็นหลักเพื่อหาเลี้ยงชีพ โดยยึดวิธีการแบบดั้งเดิมเพื่ออนุรักษ์สภาพแวดล้อมและระบบนิเวศทางทะเล ซึ่งภายหลังจากที่มีขุดลอกอ่าวปัตตานี และปลายแหลมที่ยื่นออกมาทำให้ปากอ่าวแคบลง น้ำไม่มีการระบายเข้า-ออกเหมือนเดิม ภาวะน้ำนิ่งเกิดตะกอนและน้ำตื้น ประกอบกับมีสันดอนทรายเกิดหลายจุดทำให้เกิดอุบัติเหตุกับชาวประมงในหลายๆ ครั้งช่วงกลางคืน ซึ่งเป็นผลกระทบโดยตรงของชาวประมงขนาดเล็ก และเป็นปัญหาที่ต้องได้รับการแก้ไข โดยขณะนี้ทางกรมเจ้าท่าฯ และเจ้าหน้าที่ส่วนที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการขุดลอกสันดอนทรายในอ่าวปัตตานี ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินการไปแล้ว 60 เปอร์เซ็นต์

    โดยจะนำดินที่ขุดไว้มาสร้างเป็นสนามฟุตบอลตามความต้องการของประชาชน หลังจากที่ได้ทำประชามติในห้วงที่ผ่านมา ทั้งนี้ต้องขอบคุณเจ้าหน้าที่รัฐที่ได้ให้ความสำคัญกับปัญหาดังกล่าว และเร่งติดตามดำเนินการแก้ไข ตนในฐานะประชาชนในพื้นที่ยังคงยืนหยัดที่จะยึดอาชีพประมงควบคู่กับการอนุรักษ์ระบบนิเวศให้คงสภาพที่อุดมสมบูรณ์ให้มากที่สุด เชื่อว่าในอนาคตหากทุกอย่างลงตัวที่นี่จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างแน่นอน

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    แม่ทัพภาคที่4สันดอนทรายอ่าวปัตตานีรับฟังปัญหาขุดลอกอ่าวปัตตานีกองทัพภาคที่4ปัตตานีข่าวทั่วไป

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันเสาร์ที่ 16 ตุลาคม 2564 เวลา 14:35 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์