ชื่นชม! สามหนุ่มจิตอาสาเมืองตรัง ช่วยหมาสาวเต้านมเกี่ยวกับลวดหนามออกไม่ได้ ร้องระงมอยู่ 2 วัน 2 คืน ก่อนจะช่วยปลดลวดหนามออกรอดตาย แต่พบบาดเจ็บ แผลเน่าอักเสบ ก่อนจะวิ่งหนีโซซัดโซเซกลับบ้าน
เมื่อเช้าวันที่ 22 ส.ค.64 ที่ผ่านมา บริเวณถนนเลียบคลองชลประทานสายบ้านหินขวาง หมู่ที่ 1 ต.ท่าพญา อ.ปะเหลียน จ.ตรัง ได้มีสุนัขร้องขอความช่วยเหลืออยู่บริเวณรอยต่อสวนยางพารากับป่าละเมาะห่างจากถนนประมาณ 50 เมตร สามหนุ่มขี่รถจักรยานยนต์จะมาตกปลาริมคลองชลประทานได้ยินเสียงสุนัขร้องแผ่วๆ จึงได้จอดรถจักรยานยนต์แล้วปีนเนินดินสูง 2 เมตร เพื่อไปดูต้นเสียงของสุนัข และก็พบสุนัขตัวสีขาว เพศเมีย อายุปีเศษ ที่ร่างเกี่ยวติดอยู่กับลวดหนาม และมีเถาวัลย์มัดจนแน่น และมีแมลงวันมาตอมบริเวณขาและหน้าท้องของสุนัขตัวดังกล่าว
...
ต่อมาสามหนุ่มผู้ใจบุญทราบชื่อภายหลังคือ นายนพรัตน์ โชติเกษมกุล หรือครูนพ กศน. อายุ 41 ปี (สวมหมวกยืนตรงกลาง), นายสุรเชษฐ์ ลีสุรวณิช หรือน้องอ้น อายุ 17 ปี และนายธนรัตน์ ภิญโญธรรมโนทัย หรือน้องหมีพู อายุ 18 ปี ทั้งสองคนเป็นนักเรียนโรงเรียนตรังรังสฤษฎ์ อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง ได้หาวัสดุที่ใกล้ตัวมาช่วยด้วยการตัดไม้สามง่ามเพื่อมายันคอ เอาเชือกบ่วงมาคล้องขา เพื่อที่จะช่วยสุนัขตัวดังกล่าว แต่ด้วยความเจ็บและความกลัวทำให้สุนัขตัวดังกล่าวแสดงอาการดุร้าย เห่าแยกเขี้ยวขู่เพื่อป้องกันตัวเอง ทำเอาสามหนุ่มที่มาช่วยเกือบถูกกัด
หลังจากต้องใช้ความพยายามอยู่นานพอสมควรกว่าจะช่วยสุนัขตัวดังกล่าวได้ ด้วยการนำเชือกบ่วงคล้องขาแล้วดึงให้สุนัขล้ม จากนั้นใช้ไม้ง่าม (ไม้ง่ามลูกเสือ) ค้ำยันไปที่คอสุนัขเพื่อล็อกไม่ให้สุนัขกัด ก่อนที่จะใช้มีดตัดเถาวัลย์ที่พันมัดขาออก และที่น่าสลดใจคือราวนมของสุนัขไปเกี่ยวติดอยู่กับลวดหนามเป็นแผลช้ำแดงอักเสบ ส่งกลิ่นเหม็นล่อแมลงวันมาตอม จากนั้นก็ได้จับสุนัขออกมาจากบริเวณดังกล่าวออกมาได้อย่างปลอดภัย ก่อนที่สุนัขตัวดังกล่าวเดินโซซัดโซเซหาทางกลับบ้าน
ด้าน นายนพรัตน์ หรือ ครูนพ หนึ่งในสามคนที่ช่วยชีวิตสุนัขตัวดังกล่าว กล่าวว่า ตนเองและน้องๆ ขี่รถจักรยานยนต์เลียบถนนคลองชลประทาน เพื่อจะมาตกปลาในวันหยุด ก็ได้ยินเสียงสุนัขร้องดังและแผ่วลง จึงจอดรถจักรยานยนต์แล้วปีนเนินดินขึ้นไปดู ก็พบสุนัขถูกเถาวัลย์พันเกี่ยวติดอยู่กับลวดหนาม จึงได้ชวนน้องอีกสองคนช่วยกันคิดหาวิธีการช่วยเหลือสุนัขตัวดังกล่าว เพื่อให้พ้นจากความเจ็บปวดทุกข์ทรมาน เพราะหากตน หรือไม่มีใครมาเห็นสุนัขตัวดังกล่าวต้องตายแน่นอน.