นอภ.สมุย พร้อมตำรวจ ทหาร บุกทลายปาร์ตี้ห้องใต้ดินวิลล่าหรูไม่สนโควิด พบหนุ่มสาวกำลังมั่วสุมกินดื่มเต้นกันอย่างเมามัน 24 คน เป็นต่างชาติ 11 ชาวไทย 13 คน แถมเจอยาเสพติด โคเคน จึงแจ้งหลายข้อหาหนัก
เมื่อเวลา 23.00 น. กลางดึกวันที่ 20 ส.ค.64 นายธีระพงศ์ ช่วยชู นายอำเภอเกาะสมุย นายจิรภัทร ชูจันทร์ ปลัดอำเภอเกาะสมุย พ.ต.อ.ยุทธนา ศิริสมบัติ ผกก.สภ.บ่อผุด พ.ต.ต.วรรณชัย สุขแจ่ม สวป.สภ.บ่อผุด ร.ต.อ.อรุณ มูสิกิ้ม รอง สว.ตม.จว.สุราษฎร์ธานี (เกาะสมุย) บูรณาการร่วมกับ กอ.รมน.ภาค 4 พื้นที่เกาะสมุย ฝ่ายปกครอง อส.อำเภอเกาะสมุย ตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจท่องเที่ยว ได้ร่วมกันเปิดปฏิบัติการ นำกำลังบุกทลายแก๊งปาร์ตี้ แอบจัดปาร์ตี้ มั่วสุม ภายในห้องใต้ดินของแลมโบกีนี วิลล่า หมู่ 5 ต.บ่อผุด อ.เกาะสมุย
เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงได้ยิงเสียงเพลงเปิดดังเล็ดลอดออกมา ภายในห้องใต้ดินที่เปิดเป็นที่จัดงานปาร์ตี้ ที่ถูกตกแต่งด้วยแสงสีเสียง และมีเครื่องดื่มไว้บริการ พบนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาวต่างชาติจำนวนมาก ที่นั่งรวมกลุ่มกัน พบว่าไม่มีการสวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันโรคระบาดแต่อย่างใด และยังมีการมั่วสุมอยู่ในสถานที่แออัด ซึ่งเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคระบาด เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวเข้าจับกุมนักปาร์ตี้ได้ทั้งหมด 24 คน แยกเป็นชาวต่างชาติจำนวน 11 คน และชาวไทยจำนวน 13 คน จากการตรวจค้นอย่างละเอียดพบมีชาวต่างชาติสัญชาติฝรั่งเศส และหญิงสาวชาวฟิลิปปินส์ มียาเสพติดประเภทโคเคน ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าสตางค์และกระเป๋าถือ
ทางเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม จึงได้ทำการตรวจยึดของกลางทั้งหมดพร้อมอุปกรณ์ เครื่องเสียง และของกลางทั้งหมด ใบเสร็จ จำนวน 1 เล่ม เมนู ราคาขายเครื่องดื่ม จำนวน 2 แผ่น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (เบียร์, สุรา, ไวน์) จำนวน 89 ขวด ไว้เป็นหลักฐาน พร้อมควบคุมผู้ต้องหาทั้งหมดไปทำการแยกสอบปากคำที่ สภ.บ่อผุด พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา ร่วมกันฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน (เกี่ยวกับโรคระบาด) ในลักษณะมั่วสุมก่อให้เกิดโรคระบาด, ร่วมกันฝ่าฝืน พ.ร.บ.ควบคุมโรคฯ ตามคำสั่งของ ผวจ.สุราษฎร์ธานี ที่ 5229/2564 ฉบับที่ 59”
...
ขณะเดียวกัน ได้แยกการแจ้งข้อกล่าวหา กับ Mr.Righini Jean-Chales สัญชาติฝรั่งเศส และ Ms.Vanessa De Vera สัญชาติฟิลิปปินส์ ในข้อกล่าวหา มียาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคน) ส่วนนายชายเดียว ฐิติชญานุวัฒน์ อายุ 30 ปี ตรวจสอบประวัติกระทำผิด พบว่ามีเป็นบุคคลตามหมายจับศาลอาญาตลิ่งชัน ที่129/2564 ลง 8 เม.ย.2564 กระทำผิดฐาน ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.