ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์รอด-ไทยก็รอด

ข่าว

ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์รอด-ไทยก็รอด

ลมกรด

    6 ส.ค. 2564 05:04 น.

    กองเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและกีฬาสรุปข้อมูล 1 เดือนแรกของโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ (วันที่ 1–31 ก.ค.) สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ 1,925 ล้านบาท โดยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาเที่ยว 14,055 คน ใช้จ่ายเฉลี่ย 58,982 บาทต่อคนต่อทริป รวมมูลค่า 829 ล้านบาท (โรงแรมที่พักสินค้าและบริการ อาหารและเครื่องดื่ม บริการการแพทย์และสุขภาพ) ก่อให้เกิดผลกระทบด้านเศรษฐกิจโดยรวม 816 ล้านบาท (เงินหมุนเวียนจากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวก่อให้เกิดมูลค่าของการผลิตสินค้าและบริการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมอื่นๆต่อเนื่องในห่วงโซ่อุปทาน) เกิดผลตอบแทนการจ้างงาน 210 ล้านบาทภายใต้การจ้างงาน 2,719 คน ทำให้ภาครัฐมีรายได้ภาษี 87 ล้านบาท

    ในสภาวการณ์เช่นนี้ต้องถือว่าตัวเลขที่ออกมาน่าพอใจในระดับหนึ่ง

    ด้วยยอดผู้ติดเชื้อโควิดรายวันทะลุ 2 หมื่นไปแล้ว คนที่เบื่อรัฐบาล ก็เหน็บแนมภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์จะไปไม่รอด ต่างชาติไม่กล้ามาเที่ยวแล้ว แต่สำหรับ คนในภาคธุรกิจท่องเที่ยว ต่างเอาใจช่วยให้ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์เดินหน้านำร่องไปได้อย่างราบรื่น จะได้ทยอยเปิดแหล่งท่องเที่ยวจุดอื่นตามมา เพราะประเทศต้องเดินคู่กันทั้งสาธารณสุขและเศรษฐกิจ

    วันนี้ผมอยากให้ลองฟังเสียงสะท้อนอีกมุมหนึ่งจาก คุณสิงห์ชัย ทุ่งทอง อดีต ส.ว.อุทัยธานี ที่ผันตัวไปเป็นผู้ดำเนินรายการ “วัฒนธรรมสร้างชาติ” รายการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ซึ่งไปปักหลักอยู่ภูเก็ตกว่า 2 เดือน เพื่อเผยแพร่ความงดงามและประชาสัมพันธ์ภูเก็ตให้กลับมาเป็นดินแดนแห่งการท่องเที่ยวอันดับ 1

    คุณสิงห์ชัยโพสต์เฟซบุ๊กว่า ในวันที่ประเทศไทยไม่ได้มีรายได้จากการท่องเที่ยวเหมือนก่อนวิกฤติโควิด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภูเก็ตและอันดามัน ที่เคยสร้างรายได้ให้กับประเทศเป็นอันดับหนึ่ง โครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ จึงมีความ จำเป็น และ สำคัญ ต่อประเทศ ถือเป็นการตัดสินใจที่กล้าหาญของภาครัฐ เพราะถ้าภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์รอด ประเทศไทยก็รอดเช่นกัน

    ภูเก็ตมีศักยภาพและความพร้อมในทุกมิติ ลักษณะทางกายภาพเป็นเกาะ มีพื้นที่ไม่มาก คุมง่าย ขณะที่สังคมภูเก็ตยังไม่ซับซ้อนมากนัก นักธุรกิจและผู้ประกอบการเกาะกลุ่มกันเหนียวแน่น มีความเข้าใจและปรับตัวตามสถานการณ์ได้อย่างดี เอื้อต่อการบริหารจัดการ แต่จุดแข็งเหล่านี้อาจเปลี่ยนเป็นความเปราะบางได้ หากขาดการบริหารจัดการที่ถูกต้องเหมาะสม

    ประเด็นสำคัญคือรัฐต้องมีนโยบายชัดเจน และขับเคลื่อนอย่างเป็นเอกภาพ จำเป็นต้องมีการบริหารจัดการพิเศษ ไม่ควรใช้ระบบปกติ งานนี้ต้องมี “เจ้าภาพ” ยังไม่สายเกินไปหากจะตั้งทีมบริหารเฉพาะกิจ มอบหมายเป็นวาระแห่งชาติ มีรองนายกฯหรือรัฐมนตรีมารับผิดชอบโดยตรง สร้างจิตวิทยา มายด์เซต และพลังในการขับเคลื่อน บริหารจัดการ 3-6 เดือนผลักดันนโยบายนี้ไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้

    นอกจากนี้ มีข้อที่พึงใช้ความระมัดระวัง เท่าที่เห็นหลากหลายมุมมองการนำเสนอบนโลกโซเชียล ทั้งที่มีสำนักยืนยันตัวตนชัดเจน และเป็นเพียงบอกกล่าวเล่าแชร์ พบว่า ภาษาข่าวที่สื่อสารออกไปยังคลุมเครือ อาจนำมาซึ่งความสับสนต่อนักท่องเที่ยวและชาวภูเก็ตได้ (เช่นคำว่าล็อกดาวน์ภูเก็ต ห้ามคนนอกเข้า ซึ่งไม่ตรงข้อเท็จจริง ภูเก็ตยังไม่ได้ล็อกดาวน์ เพียงแต่สกรีนการเข้าออกเข้มงวดมากขึ้น)

    คุณสิงห์ชัยย้ำว่า นโยบายภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์มาถูกทางแล้ว จะสร้างรายได้มากน้อยแค่ไหนไม่ใช่ใจความสำคัญ ขอแค่ให้ได้เปิด ขอให้ได้เข้า ได้เริ่มก็พอ 1 เดือนหลังจากเปิดแซนด์บ็อกซ์ยังไม่มีอะไรน่ากังวลมากนัก การก้าวเดินไปข้างหน้าภายใต้สถานการณ์โควิดคือเรื่องสำคัญ และพลาดไม่ได้เด็ดขาด

    ผมก็ขอส่งใจช่วยให้ก้าวแรกก้าวสำคัญนี้ไม่สะดุดลงกลางคันครับ.

    ลมกรด

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์เปิดประเทศข่าว ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์Phuket Sandboxภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ล่าสุดภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ เงื่อนไขโควิดภูเก็ตลมกรดหมายเหตุประเทศไทย

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพฤหัสที่ 16 กันยายน 2564 เวลา 09:34 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์