รองอธิการ ม.กีฬาแห่งชาติชุมพร เป็นงง มีคนแต่งชุดราชการ มามอบตัวเกือบ 20 ราย อ้างได้รับบรรจุเป็นอาจารย์กรณีพิเศษ สอบถามความจริง ถูกหลอกเสียเงินนับแสน แฉยังมีคนถูกหลอกต่อเนื่อง

วันที่ 25 มิถุนายน 64 นายณฐพล อบรม อายุ 38 ปี ชาว อ.เมือง จ.ชุมพร ได้ร้องเรียนกับผู้สื่อข่าวว่า เมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ตนรู้จักกับผู้ชายคนหนึ่งทางแอปพลิเคชันหนึ่ง โดยผู้ชายคนดังกล่าว อ้างว่าชื่อ นายเบญจา ทินกร พักอาศัยอยู่ในเมืองชุมพร และอ้างว่าเป็นอาจารย์อยู่ที่มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตชุมพร ระบุว่า ที่มหาวิทยาลัยฯ มีการรับเจ้าหน้าที่กรณีพิเศษในตำแหน่งฝ่ายจัดกิจกรรม ซึ่งตนเองได้พยายามสอบถามถึงรายละเอียดต่างๆ เนื่องจากตนอายุเกิน 30 แล้ว แต่นายเบญจาบอกว่า ไม่มีปัญหา เพราะที่ผ่านมาพาคนเข้าทำงานมาแล้วเกือบ 20 คน โดยทุกคนไม่ต้องสอบ สามารถบรรจุเข้าทำงานได้ในกรณีพิเศษ

นายณชพล กล่าวว่า แต่ นายเบญจา อ้างว่า ทุกคนที่ได้รับเข้าทำงาน จะต้องเสียค่าใช้จ่ายในบางส่วนเพื่อดำเนินการ ของตนอยู่ที่ 31,900 บาท รวมถึงการให้คุยกับบุคคลอื่นอีก 2-3 คน ที่อ้างว่าทำงานในองค์กร ซึ่งทั้งหมดรับปากว่าจะพาตนเข้าทำงานได้ ตนจึงขอเวลาไปรวบรวมเงิน กระทั่งวันที่ 21 มิ.ย.64 ได้มีหนังสือ ที่ทำให้ตนเชื่อว่า ส่งมาจากมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตชุมพร แจ้งตอบรับเข้าเป็นบุคลากร พร้อมให้กรอกแบบฟอร์ม แนบเอกสารส่วนตัว ส่งผ่านมา นายเบญจา  ภายในวันที่ 22 มิ.ย. และดำเนินการชำระเงินตามวันเวลาที่แจ้งในใบแจ้งค่าใช้จ่าย โดยลงชื่อ นายสุวิชาญ (สงวนนามสกุล) ตำแหน่งหัวหน้างานบุคคล รักษาราชการแทน รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตชุมพร

นายณชพล เผยต่อว่า ตนรู้สึกแปลกๆ หลังได้รับหนังสือ จึงได้เดินทางมาสอบถามยังมหาวิทยาลัยฯ ทำให้ทราบว่าไม่มีการรับสมัครใดๆทั้งสิ้น และบุคคลทั้งหมด ไม่ว่านายเบญจา, น.ส.ศรัณฉัตร ที่อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ดำเนินการ ก็ไม่มีอยู่ในสารบบของอาจารย์และเจ้าหน้าที่ในมหาวิทยาลัยฯ แต่อย่างใด นอกจากนี้ ยังพบว่า มีผู้เสียหาย ที่เจอเหตุการณ์คล้ายกับตน อีกเกือบ 20 คน เสียหายรวมกันเกือบ 2 ล้านบาท มารู้ความจริง เมื่อตั้งใจเดินทางมารายงานตัวที่มหาวิทยาลัยฯ แห่งนี้ แต่ได้รับการปฏิเสธว่าไม่มีการรับสมัครแต่อย่างใด และทุกคนได้ไปแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ สภ.เมืองชุมพร ส่วนตน ไปลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานเช่นกัน

...

ด้าน นายณัฐกล หงส์เจริญกุล รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตชุมพร เปิดเผยว่า สำหรับนายณชพล อบรม ซึ่งถือว่าเป็นรายล่าสุดที่ถูกหลอกว่า ได้รับเข้าทำงาน เพราะก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 64 ได้มีบุคคลทั้งชายและหญิงจำนวนมาก กว่า 15 ราย เดินทางมาพร้อมเอกสารหลักฐานต่างๆ ยื่นต่อฝ่ายบุคคล เพื่อรายงานตัว ทำให้ฝ่ายบุคคลของมหาวิทยาลัยฯ ถึงกับมึนงง เนื่องจากมหาวิทยาลัยฯ ยังไม่มีการเปิดรับสมัครในตำแหน่งใดๆ ทั้งสิ้น

รองอธิการบดี กล่าวว่า หลังจากทราบ ก็ได้เชิญทั้งหมดขึ้นมาในห้องประชุมเพื่อสอบถาม จนทราบว่าทุกคนถูกแก๊งต้มตุ๋นดังกล่าวซึ่งมี นายเบญจา ทินกร ที่อ้างตนเองเป็นอาจารย์ คอยทำหน้าที่ติดต่อหว่านล้อมเหยื่อ และมีตัวประกอบอีก 3 คน ประกอบด้วย น.ส.ศรัณฉัตร (สงวนนามสกุล) หรือหน่อย อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ธุรการ จัดการเรื่องเอกสารสำคัญ นายสุวิชาญ (สงวนนามสกุล) อ้างตัวเป็นรักษาราชการแทน รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตชุมพร ส่วนอีกคนไม่ทราบชื่ออ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ส่วนกลางจาก ม.การกีฬาแห่งชาติ จ.ชลบุรี จะคอยโทรศัพท์มาพูดคุยกับคนในแก๊งต่อหน้าเหยื่อเพื่อให้หลงเชื่อ ว่า ได้มีการติดต่อจากส่วนกลาง ซึ่งถือว่าเป็นมืออาชีพมาก แม้แต่เอกสารต่างๆที่ทำออกไป เป็นระบบ เป็นขั้นตอน และแจกแจงได้ละเอียด

รองอธิการบดี กล่าวต่อว่า ผู้เสียหายหลายคน ต้องเสียเงินให้กับแก๊งนี้ไปตั้งแต่รายละ 5 หมื่นบาท จนถึง 3 แสนบาท ซ้ำร้ายบางคนทำงานราชการเป็นครูระดับชั้นประถมศึกษา เป็นพยาบาล และทำงานในบริษัท ได้ลาออกจากงาน เนื่องจากอยากเข้ารับราชการ โดยแต่งชุดข้าราชการสีขาวมารายงานตัว แต่ต้องกลายเป็นคนตกงานไป เพราะหลงเชื่อมิจฉาชีพแก๊งนี้

นายณัฐกล กล่าวต่ออีกว่า หลังจากที่ได้สอบถามพูดคุยและบันทึกปากคำไว้เป็นหลักฐานเพื่อรายงานต่อผู้บังคับบัญชาเบื้องบนแล้ว ตนพร้อมผู้เสียหายทุกคนได้เดินทางแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ กับนายเบญจา พร้อมพวก ในส่วนตนนั้นได้แจ้งฐานปลอมแปลงเอกสารทางราชการ และเป็นการกระทำที่สร้างความเสื่อมเสียให้กับมหาวิทยาลัยฯ ส่วนผู้เสียหายทั้งหมด ได้แจ้งฐานฉ้อโกงต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองชุมพร เพื่อติดตามมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งจนถึงขณะนี้ ก็ยังมีคนตกเป็นเหยื่ออยู่ จึงขอให้เจ้าหน้าที่รีบดำเนินการจับกุมโดยเร็วด้วย.