ไฟใต้ระอุ ทหารพรานนาวิกโยธินสนธิกำลังปิดล้อมยิงปะทะเด็ดหัวโจรใต้ 1 ศพ เผ่นหนีไปได้ 1 คน ฝ่ายเจ้าหน้าที่บาดเจ็บ1นาย หลังมีพลเมืองดีโทร.สายตรงแจ้งเบาะแสแม่ทัพภาคที่ 4 สั่งเปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมาย 7จุดป้องกันการก่อเหตุร้ายช่วง 10 วันสุดท้ายเดือน รอมฎอน ฝ่ายคนร้ายเปิดฉากยิงใส่ก่อนจนเกิดการยิงปะทะเดือด สุดท้ายถูกจับตายคาบ้านพร้อมปืนอาก้า ในมือและปืน 11 มม.ตกอยู่หลังบ้าน เช็กประวัติผู้ตาย มีหมาย ป.วิอาญา 2 หมายคดีฆ่าสองแม่ลูกเมื่อปี 61 ตรวจสอบปืนอาก้าใช้ก่อเหตุยิงถล่มจุดตรวจ 2 ครั้ง ส่วนปืน 11 มม.ชิงมาจาก อส.ที่ถูกยิงตายเมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา

ปฏิบัติการปิดล้อมยิงปะทะจับตายโจรใต้เปิดเผยเมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 11 พ.ค. น.อ.ธงฉาน บุญระเทพ ผบ.ฉก.ทพ.นย.ทร. พ.ต.อ.ดุลมาน แยนา ผกก.สภ.บาเจาะ จ.นราธิวาส สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษร่วม จ.นราธิวาส เจ้าหน้าที่ศูนย์ซักถามและรวบรวมข่าวสาร ฉก.นย.ภต. จำนวน 4 ชุดปฏิบัติการ บังคับใช้กฎหมายบุกจู่โจมตรวจค้นเป้าหมาย 7 จุด ในพื้นที่ อ.บาเจาะ เพื่อกดดันสมาชิกกองกำลังติดอาวุธในช่วง 10 วันสุดท้ายของเดือนรอมฎอนหรือถือศีลอด ในการป้องกันเหตุร้ายที่อาจจะเกิดขึ้น โดย 1 ใน 7 เป้าหมายเป็นบ้านปูน 2 ชั้น เลขที่ 3 หมู่ 9 ต.บาเจาะ เจ้าหน้าที่กระจายกำลังโอบล้อมก่อนแสดงตัวขอตรวจค้น แต่คนร้ายที่หลบซ่อนตัวอยู่ในบ้านใช้ปืนสงครามและปืนพกกระหน่ำยิงใส่กลุ่มเจ้าหน้าที่ จนทั้ง 2 ฝ่ายเปิดฉากยิงปะทะกันอย่างดุเดือดเป็นระลอกๆนานกว่า 15 นาที

หลังเสียงปืนสงบลงเจ้าหน้าที่เข้าเคลียร์พื้นที่พบศพนายซูไรดิน กะแต หรือมะดง อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 34/2 หมู่ 5 ต.บาเจาะ ถูกยิงศีรษะจนกะโหลกเปิดนอนจมกองเลือดอยู่ที่ประตูหลังบ้าน ในมือยังถือปืนอาก้า 1 กระบอก ห่างไปราว 5 เมตร พบปืน 11 มม. ตกอยู่หลังบ้าน มีปลอกกระสุนปืนของคนร้ายตกกระจายเกลื่อนกว่า 100 ปลอก เก็บรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุพร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ ขณะที่ฝ่ายเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 1 นายคือ อส.ทพ.กำพล แก้วจำรัส อายุ 27 ปี สังกัดร้อย สน.ฉก.ทพ.นย.ทร. ถูกยิงถากมือขวา นำส่ง รพ.บาเจาะ นอกจากนี้ ยังมีคนร้ายหลบหนีไปได้ 1 คนคือนายซูเฟียน ยูโซ๊ะ เจ้าหน้าที่จัดกำลังติดตามไล่ล่าพร้อมตั้งจุดตรวจจุดสกัด คาดว่าจะหลบหนีไปอาศัยบ้านพักของสมาชิกแนวร่วมในพื้นที่รอยต่อจุดเกิดเหตุ แต่ยังไม่พบตัว

...

ต่อมาเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวนายกูอัฟนัน และนายกูอัมรัน กุพะมา สองพี่น้องเจ้าของบ้านไปสอบสวนเบื้องต้นพบว่าทั้งคู่ไม่มีประวัติอาชญากรรมและคดีความมั่นคง จึงนำตัวไปสอบสวนขยายผลที่ศูนย์ซักถาม ฉก.ทพ.นย.ทร. จากการตรวจสอบประวัตินายซูไรดิน ผู้ตายเป็นสมาชิกกลุ่มก่อความไม่สงบระดับปฏิบัติการ มีหมายจับ ป.วิอาญา 2 หมายหนึ่ง ในนั้นก่อเหตุยิงนางนิตยา และ น.ส.อัจฉริยา แก่นเรือง สองแม่ลูกเสียชีวิตเมื่อวันที่ 11 ส.ค.61 ส่วนปืนอาก้าของคนร้ายเคยใช้ก่อเหตุดักซุ่มยิงตำรวจที่ป้อมจุดตรวจหลัง สภ.บาเจาะ เมื่อวันที่ 15 ก.พ.64 และซุ่มยิงจุดตรวจบาตู ต.ต้นไทร อ.บาเจาะ เมื่อวันที่ 8 เม.ย.61 ส่วนปืน 11 มม. ที่ตกอยู่หลังบ้านเป็นปืนที่ชิงมาจากนายมูฮำหมัดซับรี สาและ อส.อ.บาเจาะ ที่ถูกคนร้ายยิงเสียชีวิตเมื่อวันที่ 10 มี.ค.64

ด้าน พ.อ.เกียรติศักดิ์ ณีวงษ์ โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า เป็นการขยายผลจากการที่พลเมืองดีโทรศัพท์สายตรงถึง พล.ท.เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ผอ.รมน. ภาค 4 ที่หมายเลข 06-1713-2999 ได้สั่งการให้หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน กองทัพเรือ สนธิกำลังเข้าตรวจสอบในพื้นที่ กลับถูกคนร้ายยิงใส่ก่อนเพื่อเปิดทางหลบหนี จนเกิดการยิงต่อสู้กันขึ้นทำให้คนร้ายเสียชีวิต 1 ศพ พร้อมปืนอาก้าอยู่ในมือ และปืน 11 มม. ตกอยู่หลังบ้าน ฝ่ายเจ้าหน้าที่บาดเจ็บเล็กน้อย 1 นาย เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวเจ้าของบ้าน 2 คนไปดำเนินการซักถาม พร้อมนำปืนของคนร้ายทั้ง 2 กระบอกไปตรวจสอบหาความเชื่อมโยงและประวัติการก่อเหตุ ส่วนคนร้ายอีกคนที่ยังหลบหนีอยู่ระหว่างเร่งติดตามล่าตัว ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนอย่าให้การสนับสนุนหรือช่วยเหลือผู้กระทำผิด ไม่เช่นนั้นจะถูกดำเนินคดีไปด้วย

หลังเกิดเหตุ แม่ทัพภาคที่ 4 สั่งการให้หน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่เข้าคลี่คลายสถานการณ์ ตรวจสอบที่เกิดเหตุ รวบรวมวัตถุพยานเพื่อตรวจหาความเชื่อมโยงของอาวุธที่กลุ่มคนร้ายใช้ รวมทั้งเร่งเข้าทำความเข้าใจกับประชาชน รวมทั้งญาติผู้เสียชีวิตเพื่อหาทางช่วยเหลือตามหลักมนุษยธรรม ขอให้ประชาชนมั่นใจในมาตรการควบคุมพื้นที่และบังคับใช้กฎหมายของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ที่ดำเนินการติดตามทุกคดีด้วยความระมัดระวัง แม้จะใช้มาตรการจากเบาไปหาหนักแล้วก็ตามแต่กลุ่มคนร้ายเปิดฉากยิงใส่ก่อนจึงจำเป็นต้องตอบโต้จนนำไปสู่ความสูญเสียขึ้น