กยท. นำร่องใช้โดรนติดกล้องมัลติสเปคตรัม สำรวจพื้นที่เสี่ยง หวังสกัดการระบาดโรคใบร่วงยางพารา พร้อมเร่งวิจัย ศึกษา หาสาเหตุ เพื่อแก้ปัญหาระยะยาว

เมื่อวันที่ 9 เม.ย.64 นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย กล่าวถึงแผนป้องกันโรคใบร่วงยางพารา ว่า ปีที่ผ่านมาเกิดการระบาดของโรคใบร่วงยางพารา และต่อเนื่องจนกระทั่งถึงเดือนมกราคม ในจังหวัดภาคใต้ ซึ่งสร้างความเสียหายเป็นจำนวน 9 แสนกว่าไร่ ที่ผ่านมา ได้วางมาตรการ 3 แนวทาง คือ 1. แผนป้องกัน 2. แผนรักษา และ 3. ฟื้นฟู โดยในเดือน พ.ค.นี้ เราจะนำร่องใช้ UAV(อากาศยานไร้คนขับหรือโดรน) ติดตั้งกล้อง มัลติสเปคตรัม Multispectrum ถ่ายภาพความละเอียดสูง บินสำรวจ 3 รอบ รอบแรก พ.ค.-มิ.ย. รอบสอง ส.ค.-ก.ย.  และรอบ พ.ย.-ธ.ค. ซึ่งช่วงนี้จะหนักสุด มีการระบาดสูงสุดในปีที่ผ่านมา โดยจะเลือกพื้นที่นำร่อง คาดว่าจะเป็นจังหวัดนราธิวาส ประมาณแสนไร่ หากพบมีการระบาดก็จะดำเนินการกำจัดโรคทันทีเพื่อไม่ระบาดไปพื้นที่อื่น

แนวทางที่สองคือการรักษาการกำจัดใบเป็นโรคที่ร่วงหล่นต้องเก็บใบ นำไปเผาทิ้ง เพราะเมื่อใบร่วงเชื้อรามันอยู่ที่ดิน การปล่อยใบทิ้งไว้ก็จะทำให้เกิดเชื้อรา สำหรับการจัดการโรคใบร่วงตอนนี้ใช้ทั้งเคมีและสารชีวพันธ์ ในการทำลาย และการบริหารจัดการโรค ก็ขึ้นอยู่กับพื้นที่ ที่ผ่านมามีการทดลองใช้เคมีในการกำจัดซึ่งได้ผลดี การติดโรคลดลงกว่าครึ่ง ส่วนแนวทางที่สามคือการฟื้นฟู ในบางพื้นที่เสียหายมาก เราก็จะมีการแนะนำให้เกษตรกรเปลี่ยนอาชีพ หรือทำอาชีพเสริม เช่น เลี้ยงแพะ หรือปลูกพืชอย่างอื่นทดแทน

...

"ผมต้องคุมเรื่องนี้ให้ได้ เนื่องจากว่าถ้าปล่อยให้ระบาดไปที่ไปที่ภาคอื่นจะคุมลำบาก อีกทั้งยังสร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง" นายณกรณ์ กล่าว

ทั้งนี้โรคใบร่วงยางพารา เกิดจากเชื้อรา Pestalotiopsis sp. พบการระบาดครั้งแรกที่ประเทศอินโดนีเชีย เมื่อปี 2559 และเริ่มระบาดในมาเลเชีย อินเดีย ศรีลังกาและไทยในปี 2562 ซึ่งโรคระบาดดังกล่าวแพร่ได้ด้วยลมและฝน สร้างความเสียให้กับเกษตรกรชาวสวนยางพาราไปเป็นจำนวนมาก ทำให้ผลผลิตลดลง 30-50% และสร้างความเสียหายต่อมูลค่าทางเศรษฐกิจ ยกตัวอย่าง หากสวนยางพาราเกิดความเสียหายจากโรคใบร่วง 1 ล้านไร่ น้ำยางจะหายไปครึ่งหนึ่งจากที่เคยได้ และหากการขายน้ำยางที่ราคาเฉลี่ย 45 บาทต่อ กก. จะเป็นเงินที่หายไปประมาณ 900 ล้านบาท/เดือน

นายณกรณ์ กล่าวต่อว่า เนื่องจากเป็นโรคระบาดชนิดใหม่ กยท.ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ดำเนินการวิจัยแบ่งเป็น 2 ระยะ คือ การวิจัยเร่งด่วน ได้แก่ การศึกษาหาเชื้อสาเหตุของโรค สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเกิดโรค การสำรวจพื้นที่เกิดโรคและผลกระทบต่อผลผลิต การวิจัยระยะกลาง ได้แก่ การพัฒนาโครงการคัดเลือกพันธุ์ยางต้านทานโรคใบร่วงชนิดใหม่ ให้ได้พันธุ์ยางทนโรคซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาระยะยาว

"มันจะกลายเป็นโรคประจำของยางพาราเหมือนโรคอื่นๆ ซึ่งเราต้องหาทางป้องกันเพื่อลดความสูญเสียให้มากที่สุด โดยทางทางระยะยาวคือ การพัฒนาพันธุ์ให้แข็งแรงเพื่อสู้กับโรค" นายณกรณ์ กล่าว