'พ่อ' ฟิวส์ขาดลูก ป.4 ถูกเพื่อนนักเรียนรุมทำร้ายขาหักสองท่อน แต่ครูกลับปกปิดความจริง บอกเพียงเกิดอุบัติเหตุหยอกล้อกับเพื่อนแล้วหกล้มเอง พร้อมเรียกผู้ปกครองเด็กที่ทำร้ายออกมารับผิดชอบด้วย


เมื่อวันที่ 26 มี.ค.64 ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก นายศิริรัตน์ คงนุ้ย อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 88/1 หมู่ที่ 8 ตำบลปังหวาน อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร ว่า เมื่อวาน (25 มี.ค.) ขณะที่ตนเองกำลังทำงานรับจ้างอยู่ในสวนยางพารา ได้มีเพื่อนบ้านมาแจ้งว่าลูกชายตนชื่อ ด.ช.ปรเมศ คงนุ้ย อายุ 11 ปี ที่กำลังเรียนอยู่ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ของโรงเรียนแห่งหนึ่ง (ปังหวาน) ได้เกิดอุบัติเหตุและถูกส่งไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลหลังสวนแล้ว ด้วยความตกใจและเป็นห่วง ตนจึงได้เดินทางไปที่โรงพยาบาล แต่เมื่อมาถึงก็ได้พบกับคุณครูและคุณครูได้บอกว่าลูกชายตนได้หยอกล้อกับเพื่อน และเสียหลักหกล้มบาดเจ็บฟกช้ำคาดว่าไม่กี่วันก็จะหาย

นายศิริรัตน์ กล่าวว่า ตนเองก็แปลกใจว่าแผลฟกช้ำแล้วทำไมจึงต้องใช้ผ้าพันขาลูกในลักษณะเหมือนการเข้าเผือก ที่ได้รับบาดเจ็บรุนแรงซึ่งผิดปกติมาก เมื่อได้สอบถามที่แพทย์ก็ทราบว่ากระดูกบริเวณโคนขาข้างซ้าย ของลูกชายหักสองท่อนต้องผ่าตัดเร่งด่วนเพื่อดามเหล็ก ทำให้ตนเองรู้สึกไม่สบายใจและไม่พอใจครูและผู้เกี่ยวข้องในโรงเรียนจะต้องปกปิด ซึ่งควรจะบอกเรื่องจริงให้ผู้ปกครองได้ทราบ ตนเองจึงได้สอบถามลูกชายจนทราบว่า เมื่อวานที่ผ่านมาได้มีเพื่อนในห้องได้เอาเสื้อกันหนาวของพ่อใส่ไปโรงเรียน และถูกเพื่อนในห้องที่เป็นคู่อริกันเคยมีทะเลาะวิวาทกันเป็นประจำได้ลักเอาไปแอบซ่อน ซึ่งลูกชายตนก็ได้สอบถามจนเกิดเรื่องขึ้นมา และลูกชายตนได้เดินหนีออกมายังนอกห้องเรียนจนไปถึงหน้าห้อง ป.5 ทางอีกฝ่ายก็ไม่ลดละยังตามมารุมทำร้ายลูกชายทั้งเตะต่อย จนลูกชายล้ม แล้วยังไม่หนำใจยังใช้เท้ากระทืบ และกระโดดทับจนลูกชายร้องด้วยความเจ็บปวด คุณครูซึ่งอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุได้ยินจึงวิ่งกันมาดู ก่อนจะเรียกรถพยาบาลมารับตัวมารักษาที่โรงพยาบาล

...

นายศิริรัตน์ กล่าวต่อว่า ตอนนี้ตนเองต้องหยุดงานเพื่อมาดูแลลูกที่โรงพยาบาล โดยไม่รู้ว่าจะหายเป็นปกติเมื่อไร จะใช้เวลารักษาตัวอีกนานเพียงไหน และที่สำคัญตนต้องเลี้ยงลูกคนเดียว ต้องหาเงินเพื่อเลี้ยงครอบครัว แต่เมื่อต้องหยุดงานไม่มีรายรับแต่ยังต้องมีค่าใช้จ่ายทุกวัน เงินที่โรงเรียนช่วยเหลือก็บรรเทาได้เพียงเบื้องต้นไม่กี่วันก็หมด ซึ่งไม่อยากจะฟ้องร้องอะไร เพียงแต่ให้ผู้ปกครองของเด็กที่รุมทำร้ายลูกชาย ได้ออกมารับผิดชอบกับเหตุการณ์ในครั้งนี้ และตนยังคาใจทำไมคุณครูจึงปล่อยให้เด็กอยู่กันตามลำพัง ทั้งๆ ที่ยังอยู่ในเวลาคาบเรียนที่คุณครูจะต้องทำการสอน เพราะอีกไม่กี่วันก็จะสอบปิดภาคเรียนแล้ว

ต่อมา ทางผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังโรงเรียนดังกล่าว ซึ่งก็ได้พบว่า โรงเรียนกำลังจัดกิจกรรมเข้าค่ายลูกเสืออยู่ และได้รับการเปิดเผยจาก นางสาวทิพวัลย์ ปลักปลา คุณครูภาษาไทย ว่า เมื่อวานช่วงคาบแรกตนเองต้องเข้าสอนวิชาภาษาไทย ในชั้น ป.4 ซึ่งเป็นห้องที่เกิดเหตุ แต่นายสราวุฒิ รินทรสกุล ซึ่งรักษาการราชการแทนผู้อำนวยการโรงเรียน บอกให้ตนไม่ต้องไปคุมเด็ก ป.4 และให้มาทำจัดซื้อหนังสือเรียนเข้าระบบเพื่อเตรียมความพร้อมจัดซื้อหนังสือให้ทันเปิดเทอม และก็มารู้อีกที่ว่า ด.ช.ปรเมศ คงนุ้ย ได้เกิดอุบัติเหตุเพื่อนในห้องล้มทับจนขาหักดังกล่าว

ด้านนางสาวสุภิญญา วงษ์นาม รองผู้อำนวยการเขตพื้นที่การประถมศึกษา เขต 2 ชุมพร ซึ่งรักษาราชการแทน ผอ.เขต ซึ่งติดภารกิจที่ต่างจังหวัด เปิดเผยว่าตนก็เพิ่งจะทราบเรื่องดังกล่าว จึงได้สั่งการเร่งด่วนให้ทางโรงเรียนรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมายังเขตให้ได้ทราบเป็นการเบื้องต้น และออกคำสั่งให้ฝ่ายเกี่ยวข้องลงไปสืบสวนหาข้อเท็จจริงรอบด้านอย่างละเอียด ทั้งพฤติกรรมนักเรียนทั้งสองฝ่าย ว่าทะเลาะวิวาทกันบ่อยหรือไม่ และเหตุการณ์ในครั้งนี้เป็นการหยอกล้อหรือเป็นการทำร้ายกัน ส่วนคุณครูผู้สอนปล่อยปละละเลยหรือไม่ อย่างไร พร้อมทั้งได้ตนเองก็จะไปที่โรงพยาบาลหลังสวน เพื่อเยี่ยมนักเรียนและผู้ปกครอง โดยจะมอบเงินช่วยเหลือ 2,000 บาท เป็นการบรรเทาความเดือดร้อนไปก่อน ส่วนในเรื่องการเยียวยา นั้น จะให้ทางโรงเรียนเชิญผู้ปกครองทั้งสองฝ่ายมาเจรจากันเพื่อตกลงว่าจะชดเชยให้กับผู้เสียหายเท่าไรอย่างไรต่อไป.