ศรชล.ภาค 3 ตรวจสอบเรือบรรทุกสินค้าลักลอบเข้าไทยกลางทะเลภูเก็ต จนท.ช่วยเหลือลูกเรือถูกบังคับใช้แรงงาน 6 คน กัปตันเรือ อ้าง นายจ้างให้ไปขนสินค้า แต่กลัวโจรสลัดโซมาเลียปล้น และขอกลับเข้าไทย
กรณีเมื่อเวลา 23.00 น.วันที่ 7 ม.ค.63 น.อ.เกรียงไกร ลายเงิน หน.ศูนย์ควบคุมความมั่นคงท่าเรือจังหวัดภูเก็ต (ศคท.จว.ภูเก็ต) ได้รับแจ้งจากสำนักสืบสวนสอบสวนและกฎหมาย ศรชล (สสก.ศรชล.) ว่า จากการสืบสวนในทางลับทราบว่า มีลูกเรือไทย 6 คนถูกบังคับให้ทำงานในเรือ M.V.Express 6 ภายหลังหมดสัญญาจ้างโดยไม่สมัครใจ กองสอบสวนกลาง สสก.ศรชล.ได้ประสานความร่วมมือกับ ศยก.ศรชล.ทำการเฝ้าติดตามเส้นทางเดินเรือ ซึ่งกำลังมุ่งหน้าเข้าในเขตทางทะเลของไทย คาดว่าจะเข้าเขตทางทะเล จว.ภูเก็ต ในเวลา 24.00 น.จากนั้น ศคท.จังหวัด ภก. ได้ประสาน ศยก.ศรชล.ภาค 3 และเจ้าท่าภูมิภาค สาขาภูเก็ต ดำเนินการติดตามตรวจสอบเรือดังกล่าวจากระบบติดตามสถานการณ์ทางทะเล
ต่อมาเมื่อเวลา 08.30 น.วันที่ 8 ม.ค.64 ศคท.จังหวัด ภก. ได้รับแจ้งจากเจ้าท่าภูมิภาค สาขาภูเก็ตว่า เรือ M.V.Express 6 เข้ามาจอดทอดสมอบริเวณอ่าวมะขาม ต.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต โดยไม่มีการแจ้งเข้าและรับอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ศคท.จังหวัด ภก. ศรชล.ภาค 3 ได้ประสาน ศยก.ศรชล.ภาค 3 มว.เรือ ศรชล.ภาค 3 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร้อม เรือ ต.996 บูรณาการการปฏิบัติเข้าตรวจเรือ M.V.Express 6 จากนั้น ศรชล.ภาค 3 โดย น.อ.เกรียงไกร ลายเงิน หน.ศคท.จังหวัด ภก. และ น.อ.ปุณณรัตน์ เลาวัณย์ศิริ รอง ผบ.มว.เรือ ศรชล.ภาค 3 บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบเรือดังกล่าว
...
ผลการตรวจเรือมีรายละเอียดดังนี้ เรือ M.V. EXPRESS 6 สัญชาติมองโกเลีย ขนาดเรือ 2,243 ตันกรอส มีบริษัท Tian Heng Import Food Company ตั้งอยู่เลขที่ Rm A16,15F,Mai Gar Industrial Building , 146 wai Yip Street, Kwun Tong , Kowloon, Hong Kong ประกอบกิจการนำเข้า และขนถ่ายสินค้า โดยมีนายสันตกาญจน์ ทองผ่องพรรณ เป็นนายเรือ เดินทางออกจากประเทศจีน มีลูกเรือทั้งหมด 18 คน ประกอบด้วย ไทย 6 คน อินโดนีเซีย 7 คน เมียนมา 1 คน จีน 4 คน
จากการสอบถาม นายสันตกาญจน์ ทองผ่องพรรณ กัปตันเรือ แจ้งว่าได้เข้าทำสัญญาจ้างและเข้าทำงานกับบริษัท CI HONG SHIPING CO.LTD ทำงานเรื่อยมา ต่อมาได้เปลี่ยนนายจ้างเป็นบริษัท Tian Heng Import Food Company เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2563 นายสันตกาญจน์ฯ ได้นำเรือออกเดินทะเลตามคำสั่งนายจ้าง โดยกำหนดจุดหมายที่ประเทศสิงคโปร์ ประเทศศรีลังกา ประเทศอินเดีย ผ่านน่านน้ำโซมาเลีย ก่อนจะกลับที่ท่าเทียบเรือกวางโจว ขณะเดินทางกลับ ได้พูดคุยกับลูกเรือ คนไทยทั้ง 5 คน ลูกเรืออินโดนีเซีย จำนวน 7 คน และลูกเรือเมียนมา 1 คน ได้ความเห็นตรงกัน นายจ้างให้ไปรับสินค้าบริเวณจุดที่มีความเสี่ยง ต่อการถูกโจรสลัดโซมาเลียปล้น เมื่อไปบริเวณจุดที่นายจ้างแจ้งให้ไปรับสินค้า กลับไม่มีสินค้ามาตามที่ได้รับแจ้ง จึงเกิดความกลัว และได้ตัดสินใจนำเรือเข้ามาในประเทศไทย บริเวณอ่าวมะขาม ท่าเทียบเรือน้ำลึก ตำบลวิชิต อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต เพื่อขอกลับขึ้นฝั่ง
เจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ต ได้แจ้งกัปตันเรือ ไม่แจ้งเรือเข้าต่อเจ้าท่าเมื่อเรือเข้ามาในน่านน้ำไทย ผิดตามมาตรา 17 พรบ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ.2456 ปรับตามมาตรา 24 พรบ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ.2456 ในอัตราโทษปรับ 5,000 บาท สำหรับการดำเนินการต่อไป ให้กัปตันเรือ ประสานบริษัทตัวแทนเรือ ในการดำเนินการแจ้งเรือเข้า กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และดำเนินการลงทะเบียนแจ้ง กต. สำหรับผู้ประสงค์เดินทางกลับเข้าประเทศไทยผ่านด่านทางน้ำ ตามแนวทางการปฏิบัติการขออนุญาตเดินทางเข้าประเทศของกลุ่มผู้ควบคุมยานพาหนะ และเจ้าหน้าที่ประจำยานพาหนะทางน้ำ ตามข้อ 3(3) ตามข้อกำหนดออกตามความในมาตร 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 1) ซึ่งต่อมาคือข้อ 1(5) ตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 12)
ศคท.จังหวัด ภก. ศรชล.ภาค 3 จะดำเนินการประสาน สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดภูเก็ต เข้ามาตรวจสอบร่วมด้วยอีกครั้ง และเน้นย้ำห้ามลูกเรือทั้งหมดลงจากเรือเด็ดขาด รวมทั้งให้เจ้าท่าตรวจสอบติดตามเรือในระบบเพื่อตรวจสอบตำบลที่ของเรือดังกล่าวตลอดเวลา และประสาน มว.เรือ ศรชล.ภาค 3 ในการจัดเรือเฝ้าระวังและควบคุมเรือ M.V. EXPRESS 6 ผลการปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย.
...