สืบภาค 8 บุกล็อกตัว “ไอ้โอ” แฟนหนุ่มอำมหิตได้แล้ว หลังศาลสุราษฎร์อนุมัติหมายจับในคดีสังหาร “น้องเอ้” ข้าราชการสาวสวย สำนักปลัด กทม.หมกรถเก๋งยาริส ยังปากแข็งไม่ได้ตั้งใจฆ่า อ้างทำปืนลั่นใส่ก่อนให้น้องชายขับรถมารับพาหนี ลุยค้นหาปืน .38 ทูตมรณะเป็นหลักฐานมัดตัวฆาตกร พ่อแม่เหยื่อยันไม่ให้อภัยและไม่ต้องมาขอขมาศพ
กลายเป็นคดีพิศวาสฆาตกรรม กรณีพบศพ น.ส.ฐิติรัตน์ หรือเอ้ สีห์ราช อายุ 35 ปี เจ้าพนักงานธุรการชำนาญงาน กลุ่มงานประเมินผล ส่วนบรรจุและแต่งตั้ง สำนักงานการเจ้าหน้าที่ สำนักปลัดกรุงเทพมหานคร ถูกยิงที่หน้าท้องขวา 5 นัด เสียชีวิตในรถเก๋งโตโยต้า ยาริส สีขาว ทะเบียน 5 กฉ 1397 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่ใต้ต้นกระถินณรงค์ ริมถนนสายเซาท์เทิร์นซีบอร์ด (สุราษฎร์ธานี-กระบี่) ฝั่งขาเข้าเมืองสุราษฎร์ บริเวณบ้านเขาพูล หมู่ 5 ต.ท่าสะท้อน อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี พบศพเมื่อเย็นวันที่ 20 ธ.ค. จากการสืบสวนคาดว่าสาเหตุถูกฆาตกรรมด้วยน้ำมือของแฟนหนุ่มผู้ตายที่ตกเป็นผู้ต้องสงสัยและหายตัวไปหลังเกิดเหตุ ส่วนปมเหตุเชื่อว่ามาจากความหึงหวงเนื่องจากผู้ตายเป็นหญิงสาวหน้าตาดี และเตรียมขอย้ายกลับไปรับราชการที่ อบต.กวางโจน อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ พื้นที่บ้านเกิด
ความคืบหน้าของคดี เมื่อช่วงสายวันที่ 22 ธ.ค. พล.ต.ต.สาธิต พลพินิจ ผบก.ภ.จ.สุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า พ.ต.ท.วีระศักดิ์ ศิริมงคล พนักงานสอบสวน สภ.พุนพิน เจ้าของคดี ได้สอบปากคำญาติผู้เสียชีวิตทราบว่า ผู้ที่อยู่กับผู้ตายคนสุดท้ายคือแฟนหนุ่มเป็นชาว อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช ก่อนหน้านี้เมื่อช่วงต้นเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา ผู้ตายได้พาชายคนดังกล่าวไปพบกับญาติ และแจ้งว่ามีแผนจะแต่งงานกันเร็วๆนี้ ก่อนเกิดเหตุทราบว่าผู้ตายขับรถเก๋งคันดังกล่าวเดินทางลงภาคใต้ เพื่อจะไปพบปะญาติของแฟนหนุ่มในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช จากการรวบรวมพยานหลักฐานและประมวลเหตุการณ์แล้ว ตำรวจเชื่อว่าแฟนหนุ่มของผู้ตายมีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุ
...
พล.ต.ต.สาธิตกล่าวต่อไปว่า ขณะนี้ศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้อนุมัติออกหมายจับที่ จ.299/2563 ลงวันที่ 22 ธ.ค.2563 จับกุมนายโอชา สวนจันทร์ อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 17/2 หมู่ 3 ต.บ้านราม อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนฯไปในเมืองฯ โดยไม่ได้รับอนุญาต ตามคำร้องของพนักงานสอบสวน สภ.พุนพิน เนื่องจากภายหลังการสอบสวนพยาน เป็นน้องชายของผู้ก่อเหตุทราบว่า เมื่อเวลาประมาณ 13.00 น. วันที่ 19 ธ.ค.ได้รับโทรศัพท์จากนายโอชา ให้ขับรถมารับยังจุดพบศพ สอบถามนายโอชาอ้างว่าทำปืนลั่นใส่ น.ส.ฐิติรัตน์ สีห์ราช แฟนสาวจนเสียชีวิต
“หลังได้หมายจับคนร้าย ชุดสืบสวน บก.สส.ภ.8 นำโดย พ.ต.ท.ธนัญชัย นวลนิรันดร์ รอง ผกก.ปพ.บก.สส.ภ.8 นำกำลังไปควบคุมตัวนายโอชา สวนจันทร์ ได้ที่บ้านในพื้นที่ อ.หัวไทร และอยู่ระหว่างการตรวจค้นยึดปืน .38 ที่เชื่อว่านายโอชาใช้ยิง น.ส.ฐิติรัตน์ จากนั้นจะนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.พุนพิน ดำเนินคดี” พล.ต.ต.สาธิตกล่าว
วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังบ้านเลขที่ 170 หมู่ 8 ต.บ้านเพชร อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ สถานที่ตั้งสวดพระอภิธรรมศพ น.ส.ฐิติรัตน์ สีห์ราช เหยื่อความอำมหิต ภายหลังนายบุญชื่น สีห์ราช อายุ 67 ปี และนางลี สีห์ราช อายุ 64 ปี พ่อแม่เดินทางไปรับศพบุตรสาวจาก จ.สุราษฎร์ธานี กลับมาตั้งบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิด บรรยากาศเป็นไปอย่างโศกเศร้า ญาติพี่น้องส่วนใหญ่ยังทำใจไม่ได้กับการจากไปของน้องเอ้ พากันร่ำไห้คิดถึงผู้ตาย
นางลี แม่ผู้ตายเล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า น้องเอ้เป็นสาวสวยประจำหมู่บ้าน เคยประกวดและได้ตำแหน่งนางนพมาศอำเภอภูเขียว อุปนิสัยเป็นคนพูดจาไพเราะ พูดเก่ง และเป็นเสาหลักของครอบครัว ได้เงินเดือนส่งมาให้พ่อแม่ตลอดไม่เคยขาด ไม่คิดว่าคนร้ายทำไมโหดร้ายขนาดนี้ ทำร้ายน้องเอ้ได้ถึงเพียงนี้ คงไม่ใช่ใครที่ไหน เชื่อว่าเป็นแฟนหนุ่มคนใหม่ของน้องเอ้ที่คบหาดูใจกันมาได้สักระยะแล้ว และเคยพามาพบพ่อแม่ที่บ้าน แต่เห็นหน้าเพียงครั้งเดียว ก่อนจะถึงวันเลือกตั้ง แม่ยังถามน้องเอ้อยู่เลยว่าจะเดินทางไปสุราษฎร์หรือไม่ น้องเอ้บอกไม่ได้ไป ก่อนจะเดินทางกลับไปทำงานที่กรุงเทพฯ กระทั่งใกล้ถึงวันเลือกตั้ง อบจ. 3 วัน ติดต่อลูกสาวไม่ได้ ภายหลังมาทราบจากเจ้าหน้าที่ว่าลูกสาวเสียชีวิตดังกล่าว เสียใจอย่างมาก ส่วนเรื่องคดีปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุให้ถึงที่สุด ถ้าจับตัวคนร้ายได้ ไม่ต้องพามาขอขมาศพ พ่อกับแม่ยืนยันจะไม่อโหสิกรรมให้อย่างเด็ดขาด