กรมทางหลวงชนบท เผยเส้นทางได้รับผลกระทบน้ำท่วมภาคใต้ รวม 37 สายทาง ด้านกรมทางหลวง เร่งวางสะพานเบลีย์ เพื่อให้ประชาชนได้สัญจรชั่วคราว

นายปฐม เฉลยวาเรศ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท (ทช.) กล่าวว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักในภาคใต้ ทำให้มีถนนที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมทางหลวงชนบท เสียหายหมดกว่า 37 สายทาง ใน 6 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดนครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี สงขลา ปัตตานี ตรัง และพัทลุง โดยถนนที่เสียหาย แบ่งเป็นถนนที่ประชาชนยังสามารถสัญจรผ่านได้ 25 สายทาง และไม่สามารถสัญจรผ่านได้ 12 สายทาง

ด้าน นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผยว่า เส้นทางที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม รวมถึงสะพาน ที่ชำรุดทรุดตัวเสียหายนั้น กรมทางหลวง โดยศูนย์สร้างและบูรณะสะพานที่ 4 (นครศรีธรรมราช) ได้เร่งดำเนินการติดตั้งสะพานเบลีย์ (สะพานเหล็ก) เป็นการชั่วคราว เพื่อให้ประชาชนสามารถสัญจรไปมาได้ตามปกติ

ปัจจุบันได้ติดตั้งสะพานเบลีย์จำนวน 3 แห่ง ซึ่งอยู่ในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้แก่

  • ทางหลวงหมายเลข 4019 ตอน ทุ่งใหญ่ – ช้างกลาง ที่กม.17+100 (คันทางขาด) ขณะนี้ดำเนินการติดตั้งสะพานเบลีย์แล้วเสร็จและเปิดให้รถวิ่งสัญจรได้ พร้อมติดตั้งป้าย สัญญาณไฟเตือนบริเวณจุดคอสะพาน
  • ทางหลวงหมายเลข 4186 ตอน โรงเหล็ก – ห้วยพาน ที่ กม.5+777 (ตอม่อสะพานทรุดตัว) ขณะนี้อยู่ระหว่างติดตั้งสะพานเบลีย์ คาดแล้วเสร็จภายในวันที่ 6 ธ.ค. 63
  • ทางหลวงหมายเลข 4186 ตอน โรงเหล็ก – ห้วยพาน ที่ กม.1+128 (สะพานขาด) ขณะนี้กระแสน้ำลดระดับความรุนแรงลง อยู่ระหว่างการติดตั้งสะพานเบลี่ย์ คาดแล้วเสร็จภายในวันที่ 7 ธ.ค. 63

...

นอกจากนี้ ทางหลวงที่ถูกน้ำท่วม และยังผ่านไม่ได้มีจำนวน 3 แห่ง คือ ทล.4258 บ้านซา – ควนชัน อ.ห้วยยอด จ.กระบี่ ที่ กม.10+500 – 11+000 ระดับน้ำสูง 30 ซม., ทล.4347 ตลาดฉุ้น – บ้านซา อ.ห้วยยอด จ.ตรัง ที่ กม.1+000 – 2+000 ระดับน้ำสูง 100 – 150 ซม. และ ทล.4246 เขาวง – หน้าเขา อ.เคียนซา จ.สุราษฎร์ธานี ที่กม.29+533 – 29+773 ระดับน้ำสูง 60 ซม.

อย่างไรก็ตาม กรมทางหลวงยังจะติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างต่อเนื่องและพร้อมช่วยเหลือผู้ประสบภัยจนกว่าจะคลี่คลายกลับสู่สภาวะปกติ



ทั้งนี้ ผู้ใช้เส้นทางโปรดสังเกตป้ายแนะนำ ป้ายเตือน ตามที่ได้ติดตั้งไว้ และขับขี่อย่างระมัดระวัง ปฏิบัติตามกฎจราจรและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด หากประชาชนพบเห็นถนนหรือสะพานชำรุดเสียหายหรือต้องการความช่วยเหลือ สามารถแจ้งเหตุได้ที่สำนักงานทางหลวง แขวงทางหลวง หมวดทางหลวงในพื้นที่ทั่วประเทศ และสายด่วน กรมทางหลวง 1586 (โทรฟรีทุกเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง)