3 หนูน้อย คู่แฝดชายกับน้องสาว อาศัยบ้านเพิงหมาแหงนผุพังที่ชุมพร ไม่มีห้องน้ำ ไม่มีไฟฟ้า ใช้เตาฟืน ซักผ้าอาบน้ำในลำห้วย ซ้ำแม่ป่วยหนักเข้าโรงพยาบาล ทิ้งเด็กๆ ให้อยู่กันตามลำพัง ยังดีมีเพื่อนบ้าน ครู คอยช่วยเหลือ แต่ก็อยู่กันอย่างอัตคัดขัดสน

ที่ จ.ชุมพร มีบ้านหลังหนึ่งลักษณะเป็นเพิง อยู่ในซอยหินเลื่อน หมู่ 6 ตำบลวังใหม่ อ.เมือง จ.ชุมพร ชาวบ้านบอกว่าที่นี่มี 3 พี่น้อง เป็นเด็กผู้ชายฝาแฝด 2 คน อายุ 12 ปี กับน้องสาว 1 คน อายุ 8 ปี ทั้ง 3 กำพร้าพ่อตั้งแต่เกิด ครอบครัวมีฐานะยากจน แต่เด็กทั้ง 3 คนมีความขยันอดทน ทำงานบ้าน ช่วยแม่ปลูกผักขายหาเงินเลี้ยงครอบครัว อีกทั้งขยัน ตั้งใจเรียน และเรียนเก่ง

แต่ที่น่าสงสารคือ ตอนนี้แม่ป่วยหนัก เข้าออกรักษาตัวที่โรงพยาบาลเป็นประจำ ทิ้งลูกน้อยทั้ง 3 คนให้อยู่สู้ชีวิตกันตามลำพังในบ้านเพิงหมาแหงนหลังเล็กๆ ที่ญาติให้สร้างอยู่บนที่ดินท้ายสวน เพื่อใช้เป็นที่อาศัยซุกหัวนอน อยู่ห่างจากวัดน้ำผุดประมาณ 1 กิโลเมตร

จากการลงพื้นที่พบว่า บ้านหลังดังกล่าวมีสภาพเป็นเพิงหมาแหงน กว้างประมาณ 3 เมตร ยาว 6 เมตร หลังคามุงสังกะสี เตียงนอนทำด้วยแผ่นไม้ระแนงยกพื้นสูงประมาณครึ่งเมตร ใช้เสื่อและผ้าปูรองทับพื้นเป็นที่หลับนอนรวมกันทั้งแม่และลูกๆ 4 คน

...

ส่วนเพิงพักด้านหลัง ทางทิศใต้ และด้านข้างทางทิศตะวันตก ใช้เศษไม้กั้นปิดกั้น ขณะที่ทิศตะวันออกและด้านหน้าทิศเหนือปล่อยโล่ง ใช้เพียงเสื่อและผ้าทำเป็นราวปิดกันแสงแดดไว้ ส่วนข้างฝาใช้เชือกขึงทำเป็นราวแขวนเสื้อผ้าและชุดนักเรียนที่มีสภาพเก่า

ภายในบ้านเพิงหมาแหงนที่ใช้อยู่อาศัยไม่มีไฟฟ้า จึงไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวก และเครื่องใช้ไฟฟ้าใดๆ ทั้งสิ้น ต้องหุงข้าวและทำกับข้าวด้วยเตาไม้ฟืนที่มีควันไฟเกาะจับดำ ไม่มีห้องน้ำ ต้องใช้ป่าละเมาะเป็นที่ถ่ายอุจจาระ ปัสสาวะ ไม่มีน้ำประปา ต้องใช้น้ำในลำห้วยท้ายสวนหลังบ้านเพิงหมาแหงนสำหรับอาบทำความสะอาดร่างกาย ซักเสื้อผ้า และนำขึ้นไปใช้ล้างถ้วยล้างจานในครัวเรือน ส่วนน้ำดื่มซื้อจากร้านค้าในหมู่บ้าน ขนาดบรรจุถังละ 20 ลิตร

ผู้สื่อข่าวได้พบกับครอบครัวดังกล่าว โดยหนูน้อยทั้ง 3 คน เป็นชายคู่แฝด 2 คนชื่อ เด็กชายธนาพร ฤทธิอินทร์ “น้องกาน” อายุ 12 ปี เด็กชายธนากร ฤทธิอินทร์ “น้องกร” อายุ 12 ปี และเด็กหญิงปรารถนา พลช่วย “น้องชิตา” อายุ 8 ปี ส่วนผู้เป็นแม่ชื่อ นางสาวปริชาติ พลช่วย อายุ 43 ปี ป่วยเป็นโรคฉี่หนูและติดเชื้อในกระแสเลือด ซึ่งอาการดีขึ้นแล้ว แพทย์เพิ่งให้ออกจากโรงพยาบาลกลับมานอนพักฟื้นอยู่ในบ้านเพิงหมาแหงน โดยมีลูกๆ ทั้ง 3 คนค่อยช่วยดูแล

นางสาวปริชาติ ผู้เป็นแม่หนูน้อยทั้ง 3 คน กล่าวว่า ตนไม่มีที่ดินเป็นของตัวเอง ที่อยู่ปัจจุบันนี้มีญาติให้อาศัยปลูกกระต๊อบหลังเล็กๆ อยู่ท้ายสวน เพื่อปลูกผักสวนครัวไปขายตามตลาดนัดในหมู่บ้าน โดยมีลูกๆ ทั้ง 3 คนคอยช่วยเหลือทั้งทำงานบ้าน และช่วยปลูกผักขาย ลูกที่เป็นชายคู่แฝดคือ เด็กชายธนาพร “น้องกาน” อายุ 12 ปี เด็กชายธนากร “น้องกร” อายุ 12 ปี เรียนอยู่ชั้น ป.6 โรงเรียนวัดน้อมถวาย คนน้องเรียนเก่งสอบได้ที่ 5 ส่วนคนพี่ได้ที่ 9 ส่วนน้องสาวคนสุดท้องคือ เด็กหญิงปรารถนา “น้องชิตา” อายุ 8 ปี เรียนชั้น ป.2 โรงเรียนเดียวกันก็เรียนอยู่ในเกณฑ์ที่ดีเช่นกัน

นางสาวปริชาติกล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาตนป่วยไม่สบายเป็นโรคฉี่หนู ติดเชื้อในกระแสเลือด เบาหวาน และความดัน ต้องนอนรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์นานหลายวัน ตอนนี้อาการดีขึ้น หมอให้ออกมานอนพักฟื้นที่บ้าน และนัดให้ไปตรวจอาการอีกในวันที่ 2 และ 9 ธ.ค.นี้ ช่วงที่ตนอยู่โรงพยาบาลต้องปล่อยให้ลูกๆ ทั้ง 3 คนอยู่บ้านตามลำพัง แต่โชคดียังมีคุณครูและเพื่อนบ้านคอยดูแลรับเลี้ยงพาไปส่งโรงเรียน ตอนนี้ตนยังทำงานปลูกผัก ไม่ได้และเป็นช่วงที่โรงเรียนปิดเทอมมีลูกๆ ทั้ง 3 คนคอยช่วยเหลือดูแล ตนสงสารลูกมากที่ต้องมาลำบากอย่างนี้ แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร

...

ด้าน เด็กชายธนาพร ฤทธิ์อินทร์ “น้องกาน” อายุ 12 ปี ผู้เป็นพี่ชายของน้องๆ ทั้ง 2 คน กล่าวว่า ช่วงนี้โรงเรียนปิดเทอมได้อยู่บ้านดูแลแม่ และทำงานบ้าน แต่ก็ไม่มีรายได้อะไรเลย โชคดีที่ยังมีเพื่อนบ้านและคุณครูคอยช่วยเหลือครอบครัว ซึ่งตนสงสารแม่ แต่ก็ช่วยอะไรได้ไม่มากไปกว่านี้ เพียงตั้งใจไว้ว่าจะต้องเรียนหนังสือจบสูงๆ โตขึ้นจะได้มีอาชีพมีงานทำ เลี้ยงดูแม่และน้องๆ ส่วนอาชีพที่ใฝ่ฝันอยากเป็นทหารมากที่สุด

สำหรับผู้ใจบุญต้องการช่วยเหลือครอบครัวและทุนการศึกษาของเด็กๆ ทั้ง 3 คน สามารถร่วมบริจาคได้ที่ชื่อบัญชี นางสาวปริชาติ พลช่วย บัญชีเลขที่ 020173929532 ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สาขาปฐมพร จ.ชุมพร.