หญิงชาวเจาะไอร้อง วิ่งออกมาจากป่าข้างทางให้ ขบวนรถไฟที่ 448 ที่จะไปสุราษฎร์ธานีทับ โดนลากไปตามรางล้อทับขาขาด 2 ข้างบาดเจ็บสาหัส เร่งนำส่ง รพ.ช่วยชีวิต ตร.คาดมีอาการป่วยทางจิต พยายามฆ่าตัวตาย

เมื่อวันที่ 19 ต.ค. 63 พ.ต.อ.อโณทัย จินดามณี ผกก.สภ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุขบวนรถไฟขบวนที่ 448 วิ่งต้นทางจากสถานีรถไฟสุไหงโก-ลก จรดปลายทางสถานีรถไฟสุราษฎร์ธานี ชนคนได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดห่างจากสถานีรถไฟเจาะไอร้อง ประมาณ 100 เมตร จึงพร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหาร รวมทั้งเจ้าหน้าที่ชุดอุบัติเหตุฉุกเฉินโรงพยาบาลเจาะไอร้องจำนวนหนึ่ง รุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

ตรงจุดเกิดเหตุพบร่างผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นเพศหญิง ถูกขบวนรถไฟลากไปตามราง ห่างจากจุดเกิดเหตุ ประมาณ 10 เมตร ซึ่งอยู่ในสภาพหมดสติ ขาด้านซ้ายขาด ทราบชื่อต่อมา คือ น.ส.การีหม๊ะ มะสาแม อายุ 30 ปี ชาวบ้าน ม.1 ต.จวบ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ซึ่งพกบัตรผู้พิการประเภท 4 คือ พิการด้านจิตใจ เจ้าหน้าที่จึงได้ให้ นายชัยพร เนินทอง พขร.ทำการถอยขบวนรถไฟ เพื่อช่วยชีวิต น.ส.การีหม๊ะ ออกจากใต้ขบวนรถไฟ พร้อมทั้งได้เก็บชิ้นส่วนของขาด้านซ้าย นำขึ้นรถอุบัติเหตุฉุกเฉินของโรงพยาบาลเจาะไอร้อง เพื่อส่งโรงพยาบาลเจาะไอร้อง ช่วยเหลือชีวิต น.ส.การีหม๊ะ อย่างเร่งด่วน

...

จากการสอบสวน นายชัยพร เนินทอง พขร.ขบวนรถไฟที่ 448 ทราบว่า หลังจากนำขบวนรถไฟจอดรับส่งผู้โดยสารที่สถานีรถไฟเจาะไอร้องเป็นที่เรียบร้อย ตนได้นำขบวนรถไฟออกจากสถานีรถไฟเจาะไอร้องไปอย่างช้าๆ ประมาณ 100 เมตร จู่ๆ มีผู้หญิงคนหนึ่งได้วิ่งออกจากป่าริมทางรถไฟ แล้วกระโดดมายืนขวางที่รางให้ขบวนรถไฟชน ตนตกใจจึงได้รีบทำการห้ามล้อขบวนรถไฟอย่างกะทันหัน เกรงผู้หญิงรายดังกล่าวจะเสียชีวิต เมื่อขบวนรถไฟหยุดตนจึงได้วิ่งลงจากหัวรถจักร พบร่างหญิงคนดังกล่าวอยู่ใต้หัวรถจักร จึงได้แจ้งให้นายสถานีรถไฟเจาะไอร้องทราบ เพื่อประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาทำการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

จากเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลทำให้ขบวนรถไฟที่ 448 วิ่งต้นทางจากสถานีรถไฟสุไหงโก-ลก จรด ปลายทางสถานีรถไฟสุราษฎร์ธานี ต้องล่าช้าไปเวลาประมาณ 49 นาที เพื่อให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือหญิงคนดังกล่าว ส่วนสาเหตุตำรวจเชื่อว่า น่าจะเป็นลักษณะการพยามฆ่าตัวตายของหญิงรายดังกล่าว ที่เป็นผู้พิการด้านจิตใจ แต่ถึงอย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะสอบสวนญาติ และหญิงรายดังกล่าวอีกครั้ง ถึงสาเหตุที่แท้จริง.