กลุ่มชาติพันธุ์ “มานิ” หรือ “ออรัง อัสลี” ถือเป็นกลุ่มชาติพันธุ์สุดท้ายที่ยังคงดำรงชีวิตอยู่ในป่าบนเทือกเขาบรรทัดในพื้นที่ชายแดนจังหวัดภาคใต้

ในอดีตชนกลุ่มนี้ถูกเรียกว่า “ซาไก” แปลว่า “คนป่า” ดูความหมายตรงๆแล้วทำให้รู้สึกไม่ค่อยดี เหมือนถูกแบ่งชนชั้น กระทั่งเกิดกระแสเรียกร้องให้เปลี่ยนชื่อใหม่ว่า “ออรัง อัสลี” หมายถึง “คนดั้งเดิม”

เมื่อต้นปี 2560 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรในพื้นที่ชายแดนใต้ ทรงพบกับกลุ่มชาติพันธุ์มานิ (โอรัง อัสลี ) จากเทือกเขาบรรทัดในพื้นที่ อ.บันนังสตา จ.ยะลา

พระองค์ทรงเป็นห่วงในวิถีชีวิตของชนเผ่าที่อาจตกเป็นเครื่องมือของผู้ไม่หวังดีที่มาแสวงหาผลประโยชน์ มีพระราชดำรัสให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเข้าไปช่วยเหลือในทุกๆด้าน

พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต.จ.ยะลา ได้เข้าไปดูแลกลุ่มชาติพันธุ์มานิ จากการสำรวจข้อมูลต่างๆพบว่าโอรัง อัสลี ไม่มี สวัสดิการขั้นพื้นฐานของรัฐและยังไม่ได้รับสถานะบุคคลตามสัญชาติไทย

โดยเฉพาะชาวมานิในพื้นที่ ต.อัยเยอร์เวง อ.เบตง จ.ยะลา ที่มีการ เปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมมากที่สุด เนื่องจากเป็นพื้นที่ท่องเที่ยว และอยู่ในช่วงการพัฒนาเศรษฐกิจ

แม้ว่าหน่วยงานท้องถิ่นได้ให้ความสำคัญกับกลุ่มโอรัง อัสลี แต่ยังขาดการสนับสนุนเชิงวิชาการ และกลไกการขับเคลื่อนการช่วยเหลือและพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างเป็นรูปธรรม ศอ.บต. จึงยื่นมือเข้าไปช่วยอีกแรง

...

ศอ.บต. ร่วมกับ พ.จ.ท.อนันต์ บุญสำราญ นายอำเภอเบตง นำคณะเข้าไปเยี่ยมเยียนชาวมานิ รวมถึงมอบ เอกสารรับรองบุคคล ผู้เข้าร่วมโครงการการพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์มานิ (โอรัง อัสลี) ที่อาศัยอยู่ในป่าท้ายหมู่บ้านนากอ ต.อัยเยอร์เวง รวม 26 คน

รวมถึงจัดทำบัตรรับรองสถานะชั่วคราวจำนวน 48 คน พร้อมกับสร้างกลไกการทำงานในรูปแบบคณะทำงานโดยมีหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องร่วมกันคนละไม้ละมือ

เพื่อพัฒนายกระดับคุณภาพชีวิต “ออรัง อัสลี” ให้ดีขึ้น.

ธวัช สุวพิชญ์ภูมิ / รายงาน