ศอ.บต. สนับสนุนปลูกไผ่พืชพลังงาน สู่ความต้องการตลาดโรงไฟฟ้าในพื้นที่ หวังให้มีการใช้พื้นที่ว่างเปล่าสร้างรายได้ นำร่องโครงการ Yala Bamboo เป้าหมายพื้นที่ปลูกไม่น้อยกว่า 300,000 ไร่ ในปี 2565

วันที่ 28 ส.ค.2563 พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เปิดเผยว่า ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ด้วยแนวทางการส่งเสริมเกษตรผสมผสานผ่านการปลูกไผ่เศรษฐกิจ พืชแห่งอนาคตจังหวัดชายแดนใต้ ที่ห้องประชุมชั้น 2 ศอ.บต. เมื่อวันที่ 22 ส.ค.2563 โดยมีหลายภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ภาคเอกชน และภาคีภาคเอกชนจากประเทศเกาหลีใต้ร่วมลงนามตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 2 ม.ค. 2563 เห็นชอบในหลักการตามกรอบแนวทางการดำเนินโครงการบริหารจัดการพลังงานไฟฟ้าแบบครบวงจรในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน

ขณะที่ จ.ยะลา นำร่องไปแล้วกว่า 5,000 ไร่ รวมทั้งวางแผนที่จะจัดตั้งโรงไฟฟ้าชุมชนโดยสนับสนุนให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมโดยระยะแรกทางภาครัฐจะเป็นผู้สนับสนุนเงินทุน ภายใต้ชื่อ “Yala Bamboo” เป้าหมายพื้นที่ปลูกไม่น้อยกว่า 300,000 ไร่ ในปี 2565 กรอบเวลาดำเนินการ 21 ปี เพื่อการสร้างงาน สร้างรายได้ให้แก่ประชาชน และผลักดันให้เป็นพืชพลังงานส่งออกโดยการพัฒนาแปรรูปเป็น เชื้อเพลิงพลังงานชีวมวลอัดเม็ด

พลเรือตรี สมเกียรติ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาเกษตรกรในพื้นที่ทำการเกษตรแบบเชิงเดี่ยว จึงมีรายได้ในครัวเรือนไม่เพียงพอต่อความต้องการของสมาชิก การส่งเสริมให้ประชาชนปลูกพืชพลังงานมีเป้าหมายให้ประชาชนมีรายได้ทุกวัน เพื่อแก้ปัญหาความยากจนในพื้นที่ ซึ่งที่ผ่านมา ศอ.บต. ได้ส่งเสริมให้ประชาชนปลูกกาแฟ และเลี้ยงปูทะเล แต่ก็ยังไม่เพียงพอ จึงคิดมองหาพืชเศรษฐกิจเพื่อนำมาปลูกในพื้นที่ว่างของสวนยาง ซึ่ง “ไผ่” เป็นพืชที่ตอบโจทย์พื้นที่และความเป็นอยู่ของชาวบ้าน ศอ.บต. จึงได้เสนอคณะรัฐมนตรีให้พิจารณาการส่งเสริมการปลูกไผ่ ซึ่งจะเป็นพืชพลังงานเพื่อจำหน่ายแก่โรงไฟฟ้าที่ต้องการการใช้พลังงาน และพร้อมรับซื้อพืชพลังงานจากประชาชน

นอกจากตัดลำไผ่ส่งโรงไฟฟ้าแล้ว ชาวบ้านยังสามารถนำต้นไผ่มาแปรรูปเป็นสินค้าต่างๆ ตามความต้องการของตลาด เพื่อสร้างรายได้รายวัน ก่อนได้รับโบนัสรายปีในช่วงที่ตัดลำไผ่ส่งจำหน่ายแก่โรงไฟฟ้า ซึ่งรับซื้อประมาณตันละ 800 บาท อย่างไรก็ดี วันนี้เราจะเดินหน้าขับเคลื่อนการเพาะปลูกพืชพลังงานเต็มสูบ และหวังว่าภายภาคหน้า ภาคใต้ตอนล่างจะเป็นศูนย์ของฐานพลังงานชีวภาพ เอสเคิร์ฟ (S-Curve) ของประเทศไทย

อย่างไรก็ตาม ภายหลังสำรวจ พบว่ามีโรงไฟฟ้าชีวมวลอยู่แล้วในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน 16 โรง กำลังผลิตรวม 210 MW โรงไฟฟ้าเครื่องจักรใหม่จะใช้เชื้อเพลิงทั้งสิ้นประมาณกว่า 2 ล้าน ตัน/ปี โรงไฟฟ้าราคาถูกจะใช้เชื้อเพลิงทั้งสิ้นประมาณกว่า 3 ล้าน ตัน/ปี ถ้าปลูกไผ่แบบผสมผสานในพื้นที่ 1 ไร่ ในระยะเวลา 1 ปี จะได้ผลผลิตจากไผ่ 15,000 กิโลกรัม หรือเฉลี่ย 15 ตัน/ไร่/ปี ซึ่งปริมาณการใช้เชื้อเพลิงสำหรับโรงไฟฟ้าขนาด 10 MW โรงไฟฟ้าเครื่องจักรใหม่ ใช้เชื้อเพลิงไม่เกินวันละ 300 ตัน/วัน เท่ากับ 109,500 ตัน/ปี และโรงไฟฟ้าราคาถูกใช้เชื้อเพลิงไม่เกินวันละ 400-500 ตัน/วัน เท่ากับ 146,000-182,500 ตัน/ปี จะเห็นว่าความต้องการไม้ชีวมวลของภาคเอกชนเพื่อใช้ในการผลิตพลังงานไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเพื่อรองรับการขยายตัวของโรงงานไฟฟ้าในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ 256.7 MW.