แม่ "น้องมิ้นท์" นศ.ปี 1ราชภัฏภูเก็ต วิ่งก่อนช็อกดับ ยังทำใจไม่ได้ ร้องไห้ เพ้อเรียกชื่อลูกตลอด ขณะที่ ตร. เรียกผู้เกี่ยวข้องสอบ ทั้งลงพื้นที่เก็บหลักฐานแล้ว รอผลชันสูตร ก่อนสรุปสำนวน

จากกรณีการเสียชีวิตของ น.ส.พรพิพัฒน์ เอียดคำ นักศึกษาชั้นปีที่ 1 สาขาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต หลังเกิดอาการช็อกหมดสติ และเข้ารับการรักษาตัวที่ห้องไอซียู โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต ก่อนจะเสียชีวิตเมื่อเวลา 18.20 น. วันที่ 20 ส.ค. ซึ่งต่อมาทางมหาวิทยาลัยฯ ยืนยันว่า ไม่ใช่กิจกรรมรับน้อง แต่เป็นหนึ่งในกิจกรรมการกีฬา โดย น.ส.พรพิพัฒน์ ได้ทำการฝึกซ้อมเชียร์ลีดเดอร์ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

เมื่อวันที่ 22 ส.ค.63 นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ได้เดินทางไปพบครอบครัวของ น.ส.พรพิพัฒน์ เพื่อพูดคุยและให้กำลังใจ ซึ่งในส่วนของแม่นั้นยังทำใจไม่ได้ และยังเพ้อเรียกชื่อลูกสาวตลอดเวลา ขณะที่พ่อและน้องสาว ตลอดจนญาติต่างยังอยู่ในอาการเศร้าโศกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ด้าน ผศ.ดร.หิรัญ ประสานการ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต พร้อมด้วย ผศ.ดร.นพดล จันระวัง รองอธิการบดี ฝ่ายกิจกรรม และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้มาพบกับพ่อแม่ของน้องมิ้นท์ด้วย เพื่อจะมอบเงินเยียวยาเบื้องต้น 100,000 บาท แต่ทางครอบครัวได้ปฏิเสธ และยังไม่ขอรับเงินดังกล่าว โดยขอให้ทราบผลการชันสูตรสาเหตุการเสียชีวิตที่ชัดเจนของน้องก่อนว่าเป็นอย่างไร

นายณรงค์ เปิดเผยว่า จากการพูดคุย พบว่าพ่อกับแม่ ยังอยู่ในอาการช็อก และโศกเศร้าเสียใจอย่างมาก ซึ่งทางคุณพ่อมีโรคประจำตัว เป็นความดัน แม่อยู่ในอาการเศร้าโศกมาก และยังมีลูกคนเล็กที่ต้องดูแลอีก 1 คน ซึ่งทางเราจะเข้ามาช่วยดูแลตรงนี้เป็นอันดับแรก ส่วนในเรื่องของคดีได้มีการแจ้งความไว้แล้ว ก็ต้องรอพิสูจน์กันในข้อเท็จจริง ขณะเดียวกันทางญาติจะรอผลชันสูตรจากแพทย์

...

"ทางจังหวัดก็พูดคุยกับทางอธิการบดี ซึ่งเป็นผู้บริหารของมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ซึ่งก็รู้สึกเศร้าใจ เพราะเป็นเรื่องที่ทุกคนไม่อยากให้เกิดขึ้น ทางเราก็อยากจะให้กรณีนี้เป็นกรณีสุดท้าย เพราะการสูญเสียถ้าไม่เกิดขึ้นกับใครก็ไม่มีทางรู้ ในวันนี้จึงมาแสดงความเสียใจ และได้กำชับไปทางมหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษาต่างๆ ว่าการทำกิจกรรมต่างๆ ต้องอยู่ในกรอบที่เหมาะที่ควร เพราะผลที่เกิดขึ้นมานั้น อาจจะเกิดขึ้นจากการรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือประมาทพลาดพลั้งไป แต่เมื่อเกิดขึ้นมาแล้วความเสียหายมันเยอะ โดยเฉพาะความเสียหายทางด้านจิตใจ สำหรับครอบครัวหรือญาติผู้สูญเสีย จึงคิดว่าต้องช่วยกันดูแล" นายณรงค์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้ว พร้อมลงพื้นที่เก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุ ยังเหลือผลการชันสูตรยืนยันจากแพทย์ ซึ่งยังไม่แล้วเสร็จ จึงยังไม่มีการสรุปสำนวนการสอบสวน หรือแจ้งข้อกล่าวหาใดๆ ได้

ขณะที่ ครอบครัวของน้องมิ้นท์ เปิดเผยว่า จะยังไม่นำร่างของน้องออกมาตั้งบำเพ็ญกุศล จนกว่าจะทราบผลการชันสูตร และทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสาเหตุการเสียชีวิต.