สถานการณ์ 3 จังหวัดชายแดนภายใต้ กลับมาระอุอีกครั้งในรอบหลายเดือน โดยห้วงเวลาเกือบ 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา เกิดเหตุกลุ่มคนร้ายลอบวางระเบิด "สังหาร" ใน 2 จังหวัด คือ "ปัตตานี" และ "นราธิวาส" ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน จนเจ้าหน้าที่สืบทราบแหล่งกบดาน ก่อนทำการปิดล้อมไล่ล่า กว่า 80 ชั่วโมง โดยเริ่มตั้งแต่หลังเหตุวางระเบิด 13 ส.ค.ลากยาวจนถึงช่วงสายวันที่ 16 ส.ค.ที่ผ่านมา วันนี้ "ไทยรัฐออนไลน์" จะพาย้อนสรุปเหตุการณ์สำคัญทั้ง 4 วัน ว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง ???

ก่อเหตุบึมสังหาร ใน 2 จังหวัด ทหารพลีชีพ 2 นาย

13 ส.ค.63 เวลา 08.10 น. ที่ จ.ปัตตานี กำลังพลชุด ร้อย ทพ.4305 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43 จำนวน 6 นาย ปฏิบัติภารกิจประจำวันตามปกติ เดินลาดตระเวนเส้นทางดูแลความปลอดภัยให้ครูโรงเรียนบ้านปะกาลือสง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เมื่อเดินทางมาถึงจุดเกิดเหตุหน้าโรงเรียนดังกล่าว ปรากฏว่ามีคนร้ายไม่ทราบจำนวนดักซุ่มในป่าข้างทาง ก่อนจะกดชนวนระเบิดแสวงเครื่องที่วางไว้ริมถนนเสียงดังสนั่นหวั่นไหว หลังสิ้นเสียงระเบิด ทหารพราน พลีชีพ 1 นาย

...

13 ส.ค.63 เวลา 08.45 น. ที่ จ.นราธิวาส เกิดเหตุลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ทหารพรานชุดลาดตระเวนดูแลรักษาความปลอดภัยครูโรงเรียนบ้านกาลิซา สังกัดกองร้อยทหารพรานที่ 4508 กรมทหารพรานที่ 45 ที่บริเวณคอสะพานบ้านกาลิซา พื้นที่ ม.2 ต.กาลิซา อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ส่งผลทำให้ทหารพรานพลีชีพอีก 1 และบาดเจ็บ 3 นาย

ปิดล้อมพื้นที่ล่า คนร้ายไหวตัวปะทะเดือด เจ้าหน้าที่เจ็บ 3

14 ส.ค.63 เวลา 10.00 น. พ.อ.คมกฤช รัตนฉายา ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกองกำลังทหารพรานจังหวัดชายแดนภาคใต้ และ พ.อ.หาญพล เพชรม่วง พล.ฉก.ทพ.43 พร้อมด้วยกำลังร่วม 3 ฝ่ายกว่า 50 นาย เข้าปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่ทุ่งนาและป่าละเมาะหมู่บ้านบือแนจือแล ในพื้นที่ ม.2 ต.กอลำ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ห่างจากหมู่บ้านประมาณ 400 เมตร หลังได้รับรายงานจากหน่วยข่าวความมั่นคงว่า พบความเคลื่อนไหวของกลุ่มก่อความไม่สงบเข้ามากบดาน และใช้พื้นที่ดังกล่าวเป็นแหล่งประชุมวางแผน เพื่อเตรียมการก่อเหตุในพื้นที่ โดยเชื่อว่าเป็นกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุลอบวางระเบิดในพื้นที่ จ.ปัตตานี และ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 13 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยเชื่อว่าเป็นกลุ่มของ “นายมาหามะ สะอิ” เจ้าหน้าที่จึงทำการปิดล้อมและเข้าประชิดพื้นที่ แต่กลุ่มคนร้ายไหวตัวก่อน จึงเปิดฉากยิงใส่เจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่จึงยิงตอบโต้กลับ จนคนร้ายล่าถอยและหลบซ่อนตัว จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบและยึดพื้นที่ไว้ได้

14 ส.ค.63 เวลา 11.00 น. เจ้าหน้าที่ได้ระดมกำลังเข้าไล่ล่ากลุ่มคนร้ายตามเส้นทางการหลบหนีอีกครั้ง ก่อนทำการปิดล้อมในรัศมี 200 เมตร พร้อมขอกำลังเสริมเข้าพื้นที่ทำการปิดล้อม โดยเจ้าหน้าที่ได้ตะโกนเรียกให้คนร้ายยอมมอบตัว แต่ไม่มีเสียงตอบรับ ก่อนประสานไปยังผู้นำท้องถิ่นในพื้นที่เข้าเจรจาให้วางอาวุธและยอมมอบตัว โดยใช้เวลาเกือบ 1 ชั่วโมง แต่ไร้เสียงตอบรับ เจ้าหน้าที่จึงเข้าประชิดพื้นที่อีกครั้ง ก่อนคนร้ายจะเปิดฉากสาดกระสุนใส่เจ้าหน้าที่อีกครั้ง จนทำให้เกิดการปะทะเดือดระลอก 2 อย่างหนัก ร่วม 15 นาที ปรากฏฝ่ายเจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บ 3 นาย ก่อนถูกลำเลียงออกจากพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที

ปะทะเดือดรอบ 2 เด็ดหัว 2 โจรใต้ กดดันล่าที่เหลือ

14 ส.ค.63 เวลา 17.00 น. เจ้าหน้าที่ยังคงปิดล้อมต่อเนื่อง ภายหลังเหตุยิงปะทะหนักรอบที่ 2 เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถเข้าไปเคลียร์พื้นที่ได้ เพราะไม่แน่ใจว่ากลุ่มคนร้ายซ่อนตัวจุดใดบ้าง ประกอบกับบริเวณโดยรอบเป็นทุ่งนา มีป่าละเมาะสูง คนร้ายอาจจะฉวยโอกาสยิงใส่เจ้าหน้าที่ จากนั้นชุดปฏิบัติการจู่โจมได้เข้าเคลียร์พื้นที่จุดปะทะ พบคนร้ายถูกวิสามัญเสียชีวิต 2 ศพ หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ปิดล้อมพื้นที่อย่างหนัก เชื่อว่าคนร้ายที่เหลือยังอยู่ในพื้นที่ โดยมีการยิงปะทะกันเป็นระยะๆ ตลอดทั้งคืน

...

จับตายอีก 2 ยอดรวม 4 ศพ หลังปะทะเดือด 2 วัน

15 ส.ค.63 เวลา 13.00 น. สถานการณ์ในพื้นที่ยังคงมีเสียงปืนปะทะต่อเนื่อง เป็นรอบที่ 4 โดยเจ้าหน้าที่พบเห็น 2 คนร้ายหลบซ่อนตัว บริเวณคันนาป่าละเมาะ ยังคงมีความพยายามใช้อาวุธปืนยิงตอบโต้ใส่เจ้าหน้าที่ เพื่อหวังตีฝ่าวงล้อมหลบหนีแต่ไม่เป็นผล การปะทะเริ่มดุเดือดอีกครั้ง เจ้าหน้าที่ต้องใช้ระเบิดยิงใส่ เพื่อกดดันให้คนร้ายยอมมอบตัว เมื่อสิ้นเสียงปืน เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการได้นำเครื่องร่อนตรวจทางอากาศ เข้าไปตรวจสอบจุดปะทะ พบร่างคนร้าย 2 คน นอนแน่นิ่งในสภาพกอดอาวุธปืนสงคราม คาดว่าน่าจะเสียชีวิตแล้ว สรุปเหตุปะทะ 2 วัน จับตายคนร้ายรวมแล้ว 4 ศพ

...

ล้อมปะทะ 3 วัน เดือดกลางทุ่ง เจรจาแล้วยังเหิมสู้ ปิดจ็อบเด็ดหัว 7 ศพ

16 ส.ค.63 เวลา 09.30 น. เจ้าหน้าที่นำกำลังเข้าจุดปะทะ หลังรับรายงานพบศพคนร้ายรายที่ 5 นอนเสียชีวิตในทุ่งหญ้า สภาพถูกยิงร่างพรุน ข้างศพมีปืนสงคราม 1 กระบอก ต่อมาช่วงสายเจ้าหน้าที่ได้เข้าเคลียร์พื้นที่ในจุดปะทะอีกครั้งอย่างละเอียด ด้วยการเดินเท้าปูพรมค้นหาอาวุธและหลักฐานอื่นๆ ของกลุ่มคนร้าย ปรากฏพบศพคนร้ายเสียชีวิตอยู่ในพงหญ้ารกทึบเพิ่มอีก 2 ศพ สรุปจากการปะทะตลอด 3 วัน มีคนร้ายเสียชีวิตรวม 7 ศพ

รายชื่อคนร้ายที่เสียชีวิต/อาวุธ/หมายจับ

1. นายมะซูกี สารูเม๊าะ อายุ 39 ปี แกนนำระดับ อาร์เคเค ยึดอาวุธปืนขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอก / มีหมายจับ 2 หมาย
2. นายอันวา กอแล อายุ 29 ปี ยึดอาวุธปืน เอ็ม 16 จำนวน 1 กระบอก / มีหมายจับ 1 หมาย (สั่งไม่ฟ้อง)
3. นายมาสุวัน กาจิ อายุ 33 ปี ยึดอาวุธปืนขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอก
4. นายอาหามะ จาจ้า อายุ 47 ปี ยึดอาวุธปืน ขนาด 11 มม. 1 กระบอก / มีหมายจับ ป.วิอาญา 12 หมาย และหมาย พ.ร.ก.2 หมาย
5. นายอามะ ดือเระ อายุ 42 ปี ยึดอาวุธปืนอาก้า 1 กระบอก และขนาด 9 มม. 1 กระบอก / มีหมายจับ ป.วิอาญา 3 หมาย
6. นายอิสมาแอ แลแร อายุ 35 ปี ยึดอาวุธปืน เอชเค 33 จำนวน 1 กระบอก / มีหมายจับ ป.วิอาญา 3 หมาย
7. นายลุคฟี บาเหะ อายุ 28 ปี ยึดอาวุธปืนอาก้า 1 กระบอก เอ็ม 16 จำนวน 1 กระบอก

...

เขียนโดย : หงเหมิน