แม่ทัพภาค 4 บินด่วนร่วมถกปัญหาการแพร่ระบาด โควิด-19 ที่ยังระบาดหนักในมาเลย์ รัฐใกล้ชายแดนไทย พร้อมสั่งเข้มงวดจับกุมนายหน้าค้าแรงงาน และแรงงานลักลอบข้ามแดน
เมื่อวันที่ 11 ส.ค.63 ที่ด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ จ.สงขลา พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 พร้อมด้วย พล.ต.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองแม่ทัพภาคที่ 4 พล.ต.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 พ.อ.อายุพันธ์ กรรณสูต ผบ.ฉก.ร.5 และคณะ เดินทางมาประชุมร่วมกับ นายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา และหัวหน้าส่วนราชการ จังหวัดสงขลา เพื่อติดตามความคืบหน้าการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ระบาดหนักในฝั่งประเทศมาเลเซีย ใกล้ชายแดนไทย-มาเลเซีย โดยมีโฆษกกรมควบคุมโรคติดต่อสงขลา ได้บรรยายสรุปเรื่องการติดเชื้อในประเทศมาเลเซีย ซึ่งมาจากชาวมาเลเซียเชื้อสายอินเดียที่กลับมาจากประเทศอินเดีย แล้วมาแพร่ในกลุ่มร้านอาหาร รวมทั้งประชาชนทั่วไป ในรัฐเคดาด์ รัฐเปอร์ลิส และรัฐปีนัง จนมีการประกาศภาวะฉุกเฉินล็อกดาวน์ในพื้นที่ ซึ่งตัวเลขล่าสุดมีคนติดเชื้อเหลือประมาณ 45 ราย
...
ทั้งนี้ การระบาดของโควิด-19 รอบใหม่ ส่งผลให้ด่านสะเดาและจังหวัดสงขลาต้องกำหนดมาตรการคัดกรองคนขับรถบรรทุกทั้ง 2 ประเทศ อย่างเข้มข้น คนขับรถแต่ละประเทศจะอยู่ในประเทศไทยและมาเลเซียได้ไม่เกิน 7 ชั่วโมง โดยกำหนดจุดขนถ่ายสินค้าที่ด่านพืชห่างจากด่านพรมแดน 2 กม. และกักตัวคนขับรถสัญชาติมาเลเซียในพื้นที่เตรียมไว้
โดยได้หามาตรการช่วยเหลือรถยนต์ส่วนบุคคลของคนไทยที่ติดค้างอยู่ในประเทศมาเลเซียเป็นจำนวนมาก ที่ด่านสะเดา ด่านปาดังเบซาร์ และด่านวังประจันทร์ จะพิจารณาหาทางช่วยเหลือร่วมกับมาเลเซีย หลังจากวันที่ 31 สิงหาคมนี้ รวมทั้งการอนุญาตให้คนต่างด้าวที่ติดอยู่ในเมืองไทยที่มีเวิร์กเพอร์มิตสามารถอยู่อาศัยต่อ และทำงานต่อได้โดยไม่ผิดกฎหมาย และการเข้มงวดจับกุมนายหน้าค้าแรงงานเถื่อน ที่นำแรงงานชาวเมียนมาลักลอบข้ามแดนในช่องทางธรรมชาติเข้ามาในประเทศไทย ให้ดำเนินคดีให้ถึงที่สุด และทำการกักตัวแรงงาน ผลักดันออกนอกประเทศผ่านตรวจคนเข้าเมืองโดยเร็ว.