ขายฉกรรจ์มากัน 2 คน ใช้ปืนลูกซองยาวยิงหนุ่มใหญ่ ขณะขับเรือไปทอดแหหากุ้งก้ามกรามใกล้ซั้งดักปลา กลางทะเลสาบลำปำตกเรือจมหาย หากันหลายชั่วโมงยังไม่เจอ คาดสาเหตุจากแย่งที่ทำกิน 

เวลา 08.00 น. วันที่ 17 ก.ค. ร.ต.อ.ปกรณ์ ชัยพรม รอง สว.(สอบสวน) สภ.ลำปำ อ.เมืองพัทลุง พ.ต.ท.ชาญวิทย์ ศรีหร่าย สว.สภ.ลำปำ พร้อมกำลังตำรวจ และ จนท.หน่วยกู้ภัยมูลนิธิพัทลุงการกุศล นำเรือหางยาวลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุยิงกันในทะเลสาบลำปำ (ทะเลสาบสงขลา ตอนใน) ท้องที่หมู่ 7 ต.ลำปำ อ.เมืองพัทลุง อยู่ห่างจากชายฝั่งประมาณ 2 กิโลเมตร ภายหลังพลเมืองดีรายหนึ่งได้นำเรือหางยาวของผู้ถูกยิง มาจอดที่สถานีจอดเรือของ สภ.ลำปำ ส่วนของผู้ถูกยิงนั้น ยังไม่พบศพแต่อย่างใด

ต่อมา พล.ต.ต.กฤษฎา แก้วจันดี ผบก.ภ.จว.พัทลุง พร้อมเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานพัทลุง และชุดประดาน้ำของกองบรรเทาสาธารณภัย อบจ.พัทลุง มูลนิธิพัทลุงการกุศล ได้ลงพื้นที่ดำน้ำค้นหาศพแต่ไม่พบ ขณะที่พิสูจน์หลักฐานได้ตรวจสอบคราบเลือดบริเวณแคมเรือด้านซ้าย ใกล้ที่นั่งคนขับเรือหางยาว  ซึ่งภายในเรือพบเหยื่อสำหรับปล่อยลงในทะเลสาบเพื่อทอดแหหากุ้งก้ามกราม แห ข้าวห่อ และแกลลอนน้ำมันเบนซิน พร้อมกุ้งก้ามก้ามกรามจำนวนหนึ่ง

สำหรับเจ้าของเรือหางยาว ที่คาดว่ถูกคนร้ายยิงจนตกลงไปในทะเลสาบและยังไม่พบตัวรายนี้ ชื่อ นายศิริ หนูสุด อายุ 58 ปี อยู่บ้านเลขที่ 158 หมู่ที่ 10 ต.ควนมะพร้าว อ.เมืองพัทลุง

นางจันทร์ดับ หนูสุด อายุ 54 ปี ภรรยา เผยว่า ก่อนหน้านี้ สามีมีอาชีพขับรถบรรทุก สิบล้อ หลังจากที่ส่งเสียให้ลูกจบการศึกษาและมีงานทำ เจ้าตัวก็มายึดอาชีพทอดแขหากุ้งก้ามกรามในทะเลสาบ โดยยึดอาชีพดังกล่าวมาแล้วประมาณ 3-4 เดือน ก่อนเกิดเหตุเวลาประมาณ 02.30 น. ผู้ตายได้ขี่จยย.ออกจากบ้านพักในพื้นที่ ต.ควนมะพร้าว อ.เมืองพัทลุง ไปที่หมู่ 11 ต.ลำปำ อ.เมืองพัทลุง ซึ่งเป็นบ้านเดิม เพื่อนำเรือหางยาวออกทอดแหจับกุ้งก้ามกรามในทะเลสาบสงขลา

...

“ขณะที่กำลังทอดแหอยู่บริเวณใกล้กับซั้งปลา ที่กลุ่มชาวประมงนำไม้ไปปักพร้อมนำอวนสีเขียวไปกั้นเพื่อวางไซดักปลาและกุ้งก้ามกราม ได้เกิดมีปากเสียงกับคนร้าย 2 คน จนทำให้ 1 ในคนร้าย ใช้อาวุธปืนลูกซองยาวยิงใส่ผู้ตาย 3 นัด จากนั้นคนร้ายทั้งสองได้ใช้เรือหางยางหลบหนีออกจากจุดเกิดเหตุไป”

ขณะนั้น พลเมืองดี ที่ลงทอดแหจับกุ้งก้ามกรามอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุจึงเข้าไปช่วยเหลือ ดำน้ำหาร่าง แต่ก็ไม่พบ จึงได้ลากนำเรือหางยางของผู้ตายมายังชายฝั่งและแจ้งตำรวจ สภ.ลำปำ ดังกล่าว

อย่างไรก็ตามในเบื้องต้น ตำวจคาดว่าประเด็นสังหารน่าจะมาจากความขัดแย้งเรื่องส่วนตัว ระหว่างผู้ตายกับเจ้าของซั้งปลา จากสาเหตุที่ผู้ตายนำเรือหางยาวไปทอดหากุ้งก้ามกราม แล้วไปพบกับชาวประมงเจ้าของซั้ง นำไซไปดักปลา เมื่อผู้ตายนำแหไปทอดในบริเวณซั้งทำให้มีปากเสียงกันขึ้น จนนำไปสู่การสังหารดังกล่าว รวมทั้งทราบว่า ผู้ตายกับชาวบ้านรายหนึ่งในหมู่ 11 ต.ลำปำ มีปัญหาหนี้สินส่วนตัวกันอยู่ ซึ่งทางตำรวจก็ไม่ได้ตัดประเด็นทิ้ง เนื่องจากคูขัดแย้งทราบความเคลื่อนไหวของผู้ตายที่ลงทอดแหในทะเลสาบเช่นกัน

ล่าสุด พล.ต.ต.กฤษฎา แก้วจันดี ผบก.ภจว พัทลุง พร้อมเจ้าหน้าที่ชุด สืบสวน ภ.จว. พัทลุง ได้นำตัวชายวัย 32 ปี ชาวบ้านตำบลลำปำ มาสอบปากคำที่ สภ. เมืองพัทลุง โดยเจ้าหน้าที่ใช้เวลาในการสอบสวนนานร่วม 2 ชั่วโมง ซึ่งชายวัย 32 ปี ให้การเป็นประโยชน์กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ระบุสาเหตุมาจากการไม่พอใจแย่งที่ทำกินกลางทะเล

ในส่วนการค้นหา เจ้าหน้าที่กู้ภัยจังหวัดพัทลุง ได้ขอสนับสนุนกำลังเจ้าหน้าที่กู้ภัยชุดประดาน้ำจาก จ.นครศรีธรรมราช ตรัง สตูล สุราษฎร์ธานี เนื่องจากเจ้าหน้าที่ไม่ทราบจุดจมน้ำที่ชัดเจน และทะเลกว้าง จึงจำเป็นต้องใช้นักประดาน้ำจำนวนมาก เพื่อเดินหน้ากระดานในการค้นหา