เผยแม่พาลูกลักชุดนักเรียน ครอบครัวยากจนแถมเจอพิษโควิด จนท.ชุมพรรุดช่วย

ข่าว

เผยแม่พาลูกลักชุดนักเรียน ครอบครัวยากจนแถมเจอพิษโควิด จนท.ชุมพรรุดช่วย

ไทยรัฐออนไลน์

1 ก.ค. 2563 22:28 น.

จนท.ท้องถิ่นและศูนย์คนไร้ที่พึ่ง จ.ชุมพร รุดรับฟังปัญหาครอบครัวชีวิตรันทดที่แม่พาลูกสาววัย 9 ขวบ กับลูกชาย อายุ 11 ปี เข้าห้างขโมยชุดนักเรียนแล้วถูกจับได้ โดยหน่วยงานเกี่ยวข้องพร้อมช่วย

จากกรณีแม่อายุ 26 ปี พาลูกสาววัย 9 ปี เข้าไปลักชุดนักเรียนและรองเท้าในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ริมถนนเอเชีย 41 ตำบลนาขา สาขาหลังสวน จ.ชุมพร เพื่อนำไปให้ลูกได้ไปโรงเรียนในวันเปิดเทอมวันแรก และถูกเจ้าหน้าที่ห้างจับตัวไว้ได้ พร้อมของกลางเป็นชุดนักเรียนหญิง และรองเท้านักเรียนหญิง กับรองเท้านักเรียนชาย โดยทางผู้จัดการห้างโทรศัพท์เรียกตำรวจมาควบคุมตัวดำเนินคดี แต่โชคดีมีชาวบ้านช่วยเจรจาและจ่ายค่าชุดนักเรียนให้ในรารา 1,200 บาท ตามที่เป็นข่าวนั้น

ความคืนหน้ากรณีดังกล่าวดังกล่าว วันที่ 1 กรกฎาคม 63 นางสาวสุดใจ เยาวนานนท์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 11 ต.นาขา อ.หลังสวน จ.ชุมพร นายสายัณห์ จุ้ยนคร ประธานสภา อบต.ตำบลนาขา อ.หลังสวน จ.ชุมพร ได้ลงพื้นที่หมู่ที่ 3 ตำช่องไม้แก้ว อ.ทุ่งตะโก จ.ชุมพร อันเป็นที่อยู่ของแม่ลูก ดังกล่าว โดยมี นายสุชาติ แสงกลัด ผอ.ศูนย์คนไร้ที่พึ่ง จ.ชุมพร พร้อมเจ้าหน้าที่ ซึ่งทราบเรื่องได้ร่วมลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบหาข้อมูลข้อเท็จจริงกรณีที่เกิดขึ้น

โดยจากการตรวจสอบพบว่าครอบครัวนี้ ประกอบด้วย นายพญา บุญแก้ว อายุ 40 ปี และนางสาวภาราภรณ์ ทองจินดา อายุ 26 ปี สองผัวเมีย อาศัยอยู่ในบ้านพักกลางสวนยางพารา ของเถ้าแก่เจ้าของสวน โดยบ้านที่อาศัยอยู่เป็นบ้านปูนชั้นเดียว ที่กั้นด้วยอิฐบล็อกสภาพเก่า หลังคามุงสังกะสี ภายในบ้านกั้นเองเป็น 2 ห้อง ใช้เก็บอุปกรณ์เครื่องมือการเกษตรที่ใช้ในสวน และอีกห้องเป็นที่นอนซึ่งอยู่รวมกัน 6 ชีวิต คือ พ่อแม่และลูกๆ 4 คน มีความกว้างยาวเพียง 3x3 เมตรเท่านั้น ที่ต้องนอนเรียงกันรวม 6 ชีวิต มีสภาพไม่ต่างจากรังหนู เต็มไปด้วยสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ ทั้งยังเป็นห้องครัวเพื่อทำอาหารให้ลูกทั้ง 4 ได้กินก่อนไปโรงเรียนอีกด้วย

ส่วนลูก 4 คน คือ ลูกชายวัย 11 ปี เรียนอยู่ระดับ ป.4 ลูกสาววัย 9 ปี เรียนอยู่ ป.3 ลูกสาววัย 7 ขวบ เรียนอยู่ ป.1 และลูกสาว วัย 5 ขวบ กำลังเรียนอยู่ชั้นอนุบาล 2 ทั้งหมดเรียนอยู่โรงเรียนบ้านในเหมือง โดยแต่ละวันพ่อและแม่สลับกันขับรถ จยย.ซ้อนลูกทั้ง 4 คน ไปส่งที่โรงเรียนทุกวัน โดยโรงเรียนที่ลูกๆเรียนอยู่ห่างไกลจากบ้านกว่า 10 กิโลเมตร ต้องเสี่ยงอันตรายวิ่งจากถนนในสวนยางพารา ออกไปถนนสายรองของหมู่บ้าน แล้วต้องขับไปบนถนนสายเอเชีย 41 ที่เป็นถนนสายหลัก ก่อนจะกลับรถข้ามไปอีกฝั่งถนนเพื่อเข้าไปในไปที่โรงเรียน

นางสาวภารากรณ์ มารดาของเด็กๆ ทั้ง 4 คนว่า เรื่องที่เกิดขึ้นตนเองยอมรับผิดที่ก่อเหตุลักชุดนักเรียน โดยตั้งใจจริงที่จะไปก่อเหตุลักเสื้อผ้าด้วยความจำเป็น เพราะโรงเรียนจะเปิดเทอม แต่ชุดนักเรียนของลูกวัยอนุบาลยังไม่มี ประกอบเงินติดบ้านมีเพียงไม่ถึง 300 บาท จึงจูงลูกสองคนชายอายุ 11 ปี ลูกหญิงอายุ 9 ปี ไปก่อเหตุลักชุดนักเรียนอนุบาล 2 ชุด และรองเท้าให้คนโตกับคนเล็กอีก 2 คู่ แต่คาดว่าทางห้างเห็นจากกล้องวงจรปิดว่า ตนซุกเสื้อผ้าและรองเท้าใส่กระเป๋าเป้ เตรียมจะออกจากห้าง จึงให้ทาง รปภ.มาคุมตัว และเรียกตำรวจมาแต่โชคยังดีที่ตำรวจและชาวบ้านที่ใจดี ได้ช่วยกันจ่ายเงินให้กว่าพันบาท และขอให้ทางห้างไม่ติดใจเอาความ ทั้งนี้ ส่วนตัวรู้สึกเสียใจในการกระทำดังกล่าว แต่ก็เพราะความจำเป็นจริงๆ จึงฝากขอบคุณทางตำรวจที่ช่วยเหลือ มิเช่นนั้นคงถูกดำเนินคดีไปแล้ว

มารดาของเด็กๆ ทั้ง 4 คน กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้ครอบครัวตนจะมีรายได้จากส่วนแบ่งจากขายยางพาราประมาณ 6-8 พันบาทต่อเดือน แต่ปัจจุบันนี้เกิดปัญหาหลายอย่าง ทั้งโรคระบาดไวรัสโควิด-19 และยางราคาตก ส่วนแบ่งจะน้อยตามลงไปด้วย ร้านค้าหยุดรับซื้อ และเข้าฤดูฝนตกทำให้กรีดยางไม่ได้ เงินเก็บก็หมดต้องประสบปัญหา ตนเองและสามีก็ต้องดิ้นรนไปรับจ้างทั่วไป เพื่อหาเงินมาเลี้ยงลูกที่กำลังกินกำลังใช้ แต่งานก็มีบ้างไม่บ้างไม่มีเพราะผลกระทบจากโควิด-19

ด้าน นายพญา ผู้เป็นสามี กล่าวทั้งน้ำตาว่า รู้เสียใจกับเหตุการณ์ในครั้งนี้มากที่เมียตนได้ทำลงไปโดยไม่บอกให้รู้สักคำ อาจเป็นเพราะความรักลูก อยากให้ลูกได้เล่าเรียนเหมือนเด็กคนอื่น และในวันเกิดเหตุ ขณะนั้นตนอยู่ในสวนกำลังกรีดยาง และทางเจ้าหน้าที่ของห้างได้โทรมาให้ตนไปรีบไปที่ห้าง และเมื่อไปถึงทางห้างก็บอกว่าพร้อมจ่ายเงินตามจำนวนสินค้าหรือไม่ ตนเองยอมรับตกใจมา เพราะทั้งเนื้อทั้งตัวมีเงินไม่ถึงร้อยบาท ทางเจ้าหน้าที่ห้างบอกว่าถ้าเช่น นั้นจะเรียกตำรวจมาและให้ตนเอาลูกกลับไปบ้านก่อน

ขณะที่ นายสุชาติ แสงกลัด ผอ.ศูนย์คนไร้ที่พึ่ง จ.ชุมพร กล่าวว่า การลงมาพื้นที่ครั้งเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งหลังจากทราบเรื่องทั้งหมด เข้าใจในความเป็นพ่อแม่ที่จะต้องทำเพื่อลูก แม้สิ่งนั้นจะไม่ถูกต้องก็ตาม ซึ่งก็ให้กำลังใจและพร้อมจะช่วยเหลือตามขั้นตอนทุกอย่าง พร้อมกันนี้ได้มอบเงินช่วยเหลือจำนวน 3 พันบาทและเสื้อผ้า ผ้าห่มจำนวนหนึ่งให้ไว้

ส่วน นางสาวสุดใจ เยาวนานนท์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 11 ต.นาขา อ.หลังสวน กล่าวว่า หลังจากที่ตนเองได้ทราบข่าวว่า นางสาวภารากรณ์ หรือน้องติ๋ม ทองจินดา แม่ผู้ก่อเหตุลักทรัพย์ชุดนักเรียนในห้าง ซึ่งมีภูมิลำเนาตามบัตรประจำตัวประชาชน อยู่บ้านเลขที่ 77 หมู่ 11 ต.นาขา อ.หลังสวน จ.ชุมพร ซึ่งเป็นพื้นที่ของตนเองแต่ไปรับจ้างกรีดยางที่ อ.ทุ่งตะโก ก็ได้ลงมาตรวจสอบบ้านหลังดังกล่าว

ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 11 ต.นาขา อ.หลังสวน กล่าวด้วยว่า จากการสอบถามจนได้ข้อมูลพบว่า นายพญาและนางสาวภาราภรณ์ ได้มารับจ้างกรีดยาง เป็นคนมุมานะ ขยันทำงาน แม้เดือดร้อนก็ไม่ค่อยจะเอ่ยปากขอใคร แม้กระทั่งโรงเรียนจะเปิดแล้ว ต้องหาเงินไปซื้อชุดให้ลูก ก็ยังไม่เคยเอ่ยปากขอเงิน หรือยืมญาติพี่น้องสักบาทเดียว ที่ผ่านมาทราบว่า ไปกู้หนี้นอกระบบที่จำนวน 6 พันบาท โดยจะเสียดอกเบี้ยร้อยละละ 10 เพื่อนำมาซื้ออุปกรณ์การเรียนให้ลูกทั้ง 4 แต่คาดว่าเงินคงไม่พอ ผู้เป็นแม่จึงตัดสินใจโดยไม่บอกใครเข้าไปลักชุดนักเรียน เพียงเพื่อหวังจะให้ลูกได้ใส่ไปเรียน แม้รู้ว่าสิ่งนั้นที่ทำลงไปจะเป็นความผิดก็ตาม.

อ่านเพิ่มเติม...

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

    วิดีโอแนะนำ

    ไปดูอาการของคุณพี่คนนี้ โดนจับเดินทดสอบความเมา ไม่ตรงได้ไง..งงจัง
    03:31

    ไปดูอาการของคุณพี่คนนี้ โดนจับเดินทดสอบความเมา ไม่ตรงได้ไง..งงจัง

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    วันพุธที่ 25 พฤษภาคม 2565 เวลา 12:47 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์