พบศพสาวยูเครนถูกฆ่าหมกป่าบนเกาะ สมุย สภาพร่างเน่าเฟะ ส่งกลิ่นเหม็นคลุ้ง หลังพาครอบครัวมาอยู่เกาะกว่า 5 ปี แต่เกิดมีปัญหากับสามีเก่าเตรียมหย่าร้างแยกทาง ผู้ตายขอไปอยู่กับสามีใหม่เป็นเทรนเนอร์ฟิตเนสชาวอังกฤษ แล้วหายตัวไปอย่างลึกลับ กระทั่งชาวบ้านมาพบศพนอนอืดในป่า ตร.เร่งสางคดีส่งศพไปตรวจที่นิติเวช รพ.ตำรวจ เพื่อหาสาเหตุการตาย
เหตุพบศพสาวชาวยูเครนถูกฆ่าหมกป่า เปิดเผย เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 7 มิ.ย. ร.ต.อ.สุพจน์ ขาวขวัญ รอง สว. (สอบสวน) สภ.บ่อผุด จ.สุราษฎร์ธานี รับแจ้งเหตุพบศพหญิงอยู่ในป่าบ้านละไม หมู่ 4 ต.มะเร็ต อ.เกาะสมุย ไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.ท.ทนงศักดิ์ อักษรสม รอง ผกก. (สอบสวน) พ.ต.ท.มาโนช จันทร์เที่ยง รอง ผกก.ป. ตำรวจฝ่ายสืบสวน เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน แพทย์เวรโรงพยาบาลเกาะสมุย และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัยกุศลสงเคราะห์เกาะสมุย
ที่เกิดเหตุเป็นป่ารกทึบ ทางเข้าเป็นถนนลูกรัง มีร่องน้ำขนาดเล็ก พบศพหญิงชาวต่างชาติ อายุประมาณ 30 ปี มีทางมะพร้าวปิดบังอำพรางศพ สภาพใส่กางเกงขาสั้นสีม่วง เสื้อยืดสีดำ ศพเน่าเปื่อย เห็นกระดูกบางส่วน คาดเสียชีวิตมานานกว่า 10 วัน ใกล้กันพบกระเป๋าเป้สีเขียว ยี่ห้อเฟอร์รารี่ 1 ใบ ภายในมีกระปุกยา และกระเป๋าใบเล็กสีฟ้ามีเงิน 700 บาท เจ้าหน้าที่เก็บไว้เป็นหลักฐาน
สอบสวนนายอุเทน เวียงนนท์ อายุ 47 ปี ชาวบ้านเปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. ตนเข้าไปหาเห็ด ในป่าบริเวณดังกล่าว ได้กลิ่นเหม็นเน่าบริเวณจุดที่มีทางมะพร้าวปิดบัง เมื่อเดินเข้าไปเห็นขาคน เกิดความกลัวไม่กล้าเข้าไปใกล้รีบกลับบ้าน กระทั่งวันที่ 7 มิ.ย. ชวนเพื่อนมาดูอีกครั้ง พบว่าเป็นศพผู้หญิงผมสีทองคาดเป็นชาวต่างชาติ รีบแจ้งตำรวจตรวจสอบ
ต่อมาตำรวจฝ่ายสืบสวนตรวจสอบบันทึกแจ้งความคนหายพบว่า เมื่อวันที่ 29 พ.ค. นายดีมัส โฟลอฟ อายุ 40 ปี ชาวยูเครน เป็นช่างภาพอิสระเข้าแจ้งความที่ สภ.บ่อผุด ระบุว่านางโอลกา โฟรโลวา อายุ 32 ปี ภรรยาชาวยูเครน หายออกจากบ้านไปตั้งแต่วันที่ 25 พ.ค. ยังไม่พบตัวหวั่นเกิดเหตุร้าย จากนั้นนำตัวนายดีมัสไปดูศพ แต่ไม่ยืนยันเพราะสภาพศพเน่าเปื่อย ตรวจสอบกระเป๋าเป้รวมทั้งหลักฐานยา ยืนยันเป็นของภรรยา เพราะป่วยเป็นโรคไบโพลาร์ มักมีอาการก้าวร้าวผิดปกติ ต้องกินยาระงับอาการมาตลอด ตำรวจคุมตัวนายดีมัสไปสอบสวนที่ สภ.บ่อผุด
สอบสวนนายดีมัสทราบว่า แต่งงานกับนางโอลกา มานาน 12 ปี มีลูกชาย 1 คน วัย 10 ขวบ เดินทางเข้ามาพักอยู่บ้านเช่าที่เกาะสมุย 5 ปี กระทั่ง เมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา ตนและภรรยามีปัญหาแยกกันอยู่ เพราะภรรยาไปคบหากับหนุ่มชาวต่างชาติอีกคน และเตรียมทำเรื่องขอหย่า เพื่อไปอยู่กับสามีใหม่พร้อมพาลูกชายไปอยู่ด้วย กระทั่งช่วงวันที่ 25 พ.ค.ภรรยานำลูกมาฝากเลี้ยง บอกว่าจะมารับช่วงเย็น เมื่อถึงเวลายังไม่มารับรู้สึกผิดสังเกต สอบถาม เพื่อนบ้านไม่มีใครเห็น เข้าแจ้งความคนหายเมื่อวันที่ 29 พ.ค. เพื่อให้ช่วยติดตาม กระทั่งมาพบเป็นศพในป่า
ขณะที่ พ.ต.ท.ณพรุจ ราชคาม รอง ผกก.สส.สภ.บ่อผุด พร้อมกำลังออกตรวจสอบหาหลักฐานสอบกล้องวงจรปิด ตามจุดต่างๆที่เชื่อว่าผู้ตายเดินทางไปก่อนที่จะเสียชีวิต จากข้อมูลทราบว่าผู้ตายไปพักอยู่กับสามีคนใหม่ มักจะมีเรื่องทะเลาะกันเป็นประจำ ขณะนี้เร่งติดตามตัวสามีใหม่มาสอบสวน เพื่อคลี่คลายคดี
ต่อมาเวลา 14.00 น. วันที่ 8 มิ.ย. พ.ต.อ.วิรุฬห์ สุวรรณวงศ์ รอง ผบก.ภ.จ.สุราษฎร์ธานี พร้อมเจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 8 ลงพื้นที่ตรวจจุดพบศพอีกครั้ง เพื่อเก็บหลักฐานเพิ่มเติม พบขวดน้ำดื่มตกอยู่ใกล้ศพ 1 ขวด และต่างหูของผู้ตาย 1 คู่ เจ้าหน้าที่เก็บไว้เป็นหลักฐาน ด้าน พ.ต.อ.วิรุฬห์เปิดเผยว่า ขณะนี้ส่งศพไปตรวจที่สถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ เพื่อผ่าพิสูจน์หาสาเหตุการตาย ส่วนจุดที่พบศพอยู่ในป่ารกห่างไกลบ้านเรือน ถือว่าเป็นเรื่องที่ผิดปกติ ขณะที่ พ.ต.ท.ทนงศักดิ์ อักษรสม รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.บ่อผุด นำตัวนายฟิลิป เจ. อาร์มสตรอง อายุ 47 ปี ชาวอังกฤษ สามีใหม่ผู้ตาย เป็นเทรนเนอร์ฟิตเนสที่เกาะสมุยมาสอบปากคำ เป็นบุคคลต้องสงสัยในคดีดังกล่าว
สำหรับแนวทางสืบสวนทราบว่า เมื่อช่วงสายวันที่ 25 พ.ค. ผู้ตายขี่รถ จยย.เช่าไปคืนที่ร้านใน ต.มะเร็ต แต่ไม่มีเงินจ่ายค่าเช่า 2,000 บาท บอกกับเจ้าของร้านว่า จะนำโทรศัพท์ไปจำนำแล้วนำมาจ่ายให้ โดยทิ้งพาสปอร์ตไว้เป็นหลักฐาน ต่อมานายฟิลิป เจ. อาร์มสตรอง ขี่รถ จยย.มีผู้ตายซ้อนท้าย นำเงินค่าเช่ารถมาให้ เจ้าของร้านคืนพาสปอร์ตให้ ขณะนั้นทั้งคู่ทะเลาะกัน เป็นจุดสุดท้ายที่มีพยานพบเห็นผู้ตาย